SMEs เกษตร
การปลูกพริกไทย หากเทียบกับผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจะดีกว่าผลไม้หลายๆ ชนิด ที่ใช้พื้นที่ปลูกเท่าๆ กัน ดังนั้น การปลูกพริกไทยในพื้นที่น้อยก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนให้แก่เกษตรกรได้ไม่ยากนัก ราคาพริกไทยสดค่อนข้างสูงเกือบตลอดทั้งปี หรือแม้แต่ราคาพริกไทยแห้ง คือ พริกไทยดำ พริกไทยขาว ก็เช่นกัน นอกจากจำหน่ายในประเทศแล้วยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศด้วย เป็นเครื่องเทศที่เป็นสากล พริกไทย เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี แม้ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง ไม่มีน้ำท่วมขัง สูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,200 เมตร สภาพเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ที่ 6.0-6.5 ความลึกของหน้าดินมากกว่า 50 เซนติเมตร พื้นที่อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 20 องศาเหนือและใต้ อุณหภูมิ 10-30 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,200-2,500 มิลลิเมตร มีแหล่งน้ำที่สะอาดปราศจากสารพิษเจือปน มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5.0-6.5 พริกไทย พืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างมูลค่าให้ผลตอบแทนที่ดี สรุปว่า ปลูกได้ทั่วไป เนื่องจากสามารถสร้างโรงเรือน มุงซาแรนพรางแสงช่วย และมีระบบน้ำ เช่
หน้าร้อนปีนี้ผมได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพิจิตร มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมและชิมมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สวนสมหมาย เป็นสวนที่ผลิตมะม่วงส่งออกต่างประเทศ แต่ละปีเป็นจำนวนมาก แต่ผมได้เพียงชิมและดูคนงานนำมะม่วงสดบรรจุกล่องเท่านั้น ทว่า ตอนที่ผมได้ไปชมสวนมะม่วงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากผมมีโอกาสได้กินมะม่วงสุกสดๆ จากต้นแล้ว ยังได้พูดคุยกับเจ้าของสวนคือ ปราโมทย์ วรชาติตระกูล ด้วย สวนมะม่วงแห่งนี้รู้จักกันในนาม สวนลุงโมทย์ ถูกแล้ว ถ้าไปถึงตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน บอกว่าอยากไปที่ สวนลุงโมทย์ ก็จะได้รับการชี้บอกทาง เพราะใครๆ ก็รู้จักนั่นเอง ตอนที่ผมไปถึงสวนลุงโมทย์นั้น เป็นต้นเดือนเมษายน มะม่วงกำลังออกลูกดก เพียงแต่มองไม่เห็นลูก เพราะแต่ละลูกจะถูกห่อด้วยถุงกระดาษ ผมมารู้ตอนหลังว่า สมัยก่อนมะม่วงจะถูกห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แต่ในปัจจุบันมีถุงกระดาษสำเร็จรูปไว้สำหรับห่อผลไม้ขายอยู่ทั่วไป ถุงกระดาษชนิดนี้เรียกเป็นทางการว่า ถุงสารคาร์บอน มะม่วงที่อยู่ในถุงกระดาษนี้จะป้องกันแมลง กระรอก และนก ไม่ให้เข้ามากัดกิน จึงได้มะม่วงแต่ละลูกมีผิวเกลี้ยงไม่มีจุดดำ เหลืองอร่าม น่ากิน ตอนที่ผมไปถึงสวนพบว่า ลุงโมทย์กำลังบั
การเลี้ยงกุ้งขาว เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เนื่องจาก เป็นอาหารที่ป้อนตลาดได้ตลอดเวลา เข้าไปอยู่แทบจะทุกวงการอาหารบ้านเรา ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านหมูกระทะ ร้านสุกี้ ร้านอาหารเล็กไปจนถึงใหญ่ระดับภัตราคาร ฯลฯ กุ้งขาว ราคาตลาดไม่ค่อยเหวี่ยงขึ้นลง ขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาวิ่งอยู่ที่ 260-300 บาท แต่สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะนำเสนอเรื่องราวอาชีพ การเลี้ยงลูกกุ้งขาว เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยง หรือเรียกว่าขุนเพื่อให้โตต่อไป บ่ออนุบาลกุ้งขาวที่ว่านี้ จะรับซื้อไข่กุ้งมา จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็จะฟักเป็นตัว แล้วเลี้ยงไปราว 20 วัน ก็จับขายส่งต่อให้เกษตรกร เกษตรกร นำไปเลี้ยงอีก 2 เดือน นำออกขาย สู่ผู้บริโภค วงจร มีสั้นๆ แค่นี้ แต่ทำเงินได้อย่างไม่น่าเชื่อ คุณอำไพ ผ่องประเสริฐ หรือคุณต้อย อายุ 56 ปี ทำฟาร์มอนุบาลกุ้ง ที่ ต.โสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เล่าว่า “ทำมา 30 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเป็นพนักงานขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ได้เงินไม่ค่อยดี เห็นญาติทำบ่อกุ้งที่ฉะเชิงเทรา อนุบาลลูกกุ้ง แค่ 20 วัน ก็เห็นเงินแสนแล้ว” จากความคิดที่อยากเปลี่ยนอาชีพ แต่ไม
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวง ร.9 สอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซื้อพันธุ์สับปะรดฉีกตาจากภาคใต้มาปลูกให้ผลผลิตดี เมื่อเปิดขายผ่านโซเชียลได้รับความสนใจ มีผู้สั่งจองซื้อจนผลิตให้ลูกค้าไม่ทัน เกษตรกรผู้นี้คือ นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 บ้านแหลมดู่ ตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ทดลองซื้อกล้าสับปะรดพันธุ์ฉีกตามาจากภาคใต้ นำมาปลูกในไร่นาสวนผสม เหตุที่ทดลองปลูกเพราะเพื่อนแนะนำมา เนื่องจากสับปะรดพันธุ์นี้มีความหวาน ไม่กัดลิ้น ที่สำคัญเพียงผ่าผลครึ่งลูกก็สามารถฉีกตารับประทานได้ไม่ต้องปอกเปลือกให้ยุ่งยากเหมือนสับปะรดทั่วไป หลังจากสับปะรดออกผล ลูกสาวก็นำไปให้เพื่อนๆ ลองรับประทาน หลายคนชื่นชอบและสั่งซื้อ ประกอบกับลองนำไปขายในโซเชียล ปรากฏว่ามีคนสั่งซื้อและจองกันจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ไม่สามารถผลิตสับปะรดได้ทันต่อผู้สั่งจองทีเดียว โดยตนขายในราคากิโลกรัมละ 60-90 บาท เท่านั้น
คุณจำนงค์ จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมากกว่า 45,000 ราย มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 190,000 ตัว จึงถือเป็นแหล่งที่เลี้ยงโคมากเป็น อันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบผลิตลูกที่ปล่อยตามหัวไร่ปลายนา และอีกบางส่วนเลี้ยงแบบยืนโรงหาอาหารให้กินตลอดจนเสริมด้วยอาหารข้น เพื่อสร้างเป็นโคขุนส่งขายเนื้อ “โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมชาร์โรเล่ส์กับบราห์มัน โดยปรับให้มีเลือดของชาร์โรเล่ส์สูงกว่าเป็นโครงสร้างของโคขุนที่ให้เนื้อมาก หรือเกษตรกรบางรายก็ชอบที่จะให้มีสายเลือดของบราห์มันมากกว่า ซึ่งแล้วแต่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านใด ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรที่เน้นเลี้ยงขุนส่งขายเนื้อก็จะให้มีสายเลือดของชาร์โรเล่ส์มากกว่า แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นบราห์มันหรือพื้นเมืองก็ได้ จึงนับว่าเป็นโอกาสทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เป็นอย่างดี” คุณจำนงค์ กล่าว คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอ
จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 3,537,833 ไร่ เหมาะแก่การปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอย่างที่ทุกคนทราบกันดีกว่าเป็นแหล่งที่ปลูกหอมแดงกับกระเทียมมากที่สุดในประเทศ ไม่เพียงแต่พืชไร่ จังหวัดศรีสะเกษยังมีแหล่งปลูกไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในภูมิภาคนี้ก็ว่าได้ จึงนับว่าเป็นอาชีพสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ลุงฟอง วรรณสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ที่ 10 ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ปลูกทุเรียนประสบผลสำเร็จ เรียกง่ายๆ ว่า ผลผลิตมีไม่พอจำหน่ายกันเลยทีเดียว จึงนับว่าเป็นงานสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี ลุงฟอง วรรณสิทธิ์ พลิกที่ดินจากพืชล้มลุก ทำสวนทุเรียนสร้างเงิน ลุงฟอง ชายวัยเกษียณผู้มีอัธยาศัยยิ้มน้อยแต่ใจดี เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำสวนทุเรียนอย่างเช่นทุกวันนี้ พื้นที่บริเวณได้ใช้ปลูกพืชล้มลุกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด และจำพวกพ
จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าอินทรีย์ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ คำว่า อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดกันอย่างแพร่หลาย สำหรับบ้านเรามีสินค้าที่เรียกตัวเองว่าเป็นอินทรีย์มากมายจนผู้บริโภคสับสน จึงมีคำถามตามมาว่า…อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร? แล้วใช้อะไรเป็นตัวตัดสิน? เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละแห่งทั่วโลกมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งสภาพพื้นที่ ปัจจัยการผลิตหรือแม้วิธีและกระบวนการ ฉะนั้น คงไม่ง่ายหากสินค้าทางการเกษตรจากสถานที่แห่งหนึ่งของประเทศหนึ่งจะเป็นที่ยอมรับจากอีกประเทศที่ตั้งอยู่คนละทวีปของโลก แต่สำหรับสินค้าทางการเกษตรของ “ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน วิสาหกิจชุมชนตำบลละทาย” จังหวัดศรีสะเกษ นำพืชผลทางการเกษตรในกลุ่มสมุนไพร อย่าง หอมแดง กระเทียม ที่เป็นพืชท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัด รวมถึงพืชสมุนไพรสำคัญ อย่าง ขิง ข่า ตะไคร้ มาสร้างมูลค่าผ่านกระบวนการปลูกแบบอินทรีย์อย่างแท้จริง จนได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ได้มาตรฐานข
อดีตช่างทองฝีมือดีที่แต่ละวันทำงานยู่กับของสวยๆ งามๆ เน้นใช้ทักษะด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มาวันนี้เลือกที่จะทิ้งชีวิตทำงานในห้องแอร์มาสวมบทบาทเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ เพราะมีความคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด แต่ก็ยังรักสบาย เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่นไร้ดิน ปลูกในโรงเรือน แถมยังใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีรายได้ทุกวัน วันละกว่า 3,000 บาท คุณ“ศิริ คำอ้าย” ชายหนุ่มอัธยาศัยดี วัย 50 ปี อดีตเคยเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี แต่แล้วเมื่อสุขภาพเริ่มไม่เอื้ออำนวย เลือกที่จะหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการลาออกมาเป็นเกษตรกร เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว “ผมเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี หลังๆ อายุเยอะขึ้น สายตาเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะถูกไล่ออกตอนแก่ เลยชิงลาออกก่อน ตอนอายุ 45 ปี เลือกไปเป็นเกษตรกร คิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุด เพราะอย่างไรก็ตาม พืชผักเป็นอาหารที่มนุษย์ทุกคนต้องกิน ฉะนั้นผลผลิตยังไงก็ขายได้” นับเป็นการพลิกบทบาทจากชีวิตที่สบาย ทำงานในห้องแอร์ ต้องมาเป็นเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ คุณศิริ บอกว่า เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่น เพราะเป็นพืชล้มลุก ปลูก 30 วัน ก็สามารถ
