SMEs เกษตร
ทุเรียนยอดฮิตในบ้านเราคือหมอนทอง พันธุ์อื่นๆได้แก่ก้านยาว ชะนี พวงมณี กระดุม หากเป็นทางอุตรดิตถ์ก็ต้องหลงลับแล ช่วงนี้เริ่มมีผลผลิตของทุเรียนออกมาให้ลิ้มรสกันบ้างแล้ว เสนอตัวมาก่อนใครคือทุเรียนกระดุม พบเห็นในท้องตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมแล้ว ทั้งนี้เพราะเป็นพันธุ์เบานั่นเอง ลุงเสส ใจดี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง บอกว่า ตนเองมีผลผลิตทุเรียนกระดุมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา สนนราคาขายจากสวนกิโลกรัมละ 80-100 บาท ถึงผู้บริโภคราคาจะสูงขึ้น ลุงเสสมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 68 ไร่ ได้ผลผลิตปีละ 150 ตัน ในจำนวนนี้มีทุเรียนกระดุม 10 ตันด้วยกัน คุณกฤษณ์ วงวิทย์ เกษตรกรอยู่ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ทำอาชีพปลูกสะละ และทุเรียน ทุเรียนส่วนใหญ่ของคุณกฤษณ์ เป็นพันธุ์หมอนทอง พันธุ์กระดุมมีอยู่ 3 ต้น อายุ 25 ปี ผลผลิตต่อต้นที่ได้ 200 กิโลกรัม “เนื้อของกระดุมอาจจะสู้หมอนทอง ก้านยาวไม่ได้ แต่จุดเด่นคือออกดอกพร้อมพันธุ์อื่นแต่ขายได้ก่อน ทำให้ขายได้ราคาดี ปีนี้จะเก็บช่วงสงกรานต์”คุณกฤษณ์บอก มาดูลักษณะประจำพันธุ์ของทุเรียนกันดีไหม ทุเรียนกระดุมนั้น การจัด
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มะเขือเทศ ผักผลไม้ ที่มาไกลจากต่างแดน ได้เข้าสู่วิถีครัวไทยมานานพอสมควร โดยเฉพาะเมนูอาหารเหนือและอีสาน เช่น ส้มตำ น้ำพริกอ่อง อาหารยำ ต้มยำ ฯลฯ สายพันธุ์มะเขือเทศที่คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน คือ มะเขือเทศผลเล็ก สีชมพู ที่เรียกว่า มะเขือเทศสีดา ปัจจุบัน มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เกษตรกรบ้านทุ่งเดิ่น ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนใหญ่มีอาชีพ ทำไร่ ทำนา ต่างพากันหันมาปลูกมะเขือเทศส่งขายในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเป็นพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย เก็บผลผลิตรายได้งามวัน ละ 1,500 บาท นางดวงมณี สายบัว อายุ 38 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกมะเขือเทศ ที่บ้านทุ่งเดิ่น ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนและครอบครัวยึดอาชีพปลูกมะเขือเทศมากว่า 10 ปีแล้ว มะเขือเทศเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย โตเร็ว น้ำหนักเยอะ ใช้น้ำน้อย ทนต่อโรค ใช้เวลา 75 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งตอนนี้ ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายแล้ว โดยมะเขือเทศที่ส่งขาย จะมีพ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อที่สวน ปัจจุบัน ราคากิโลกรัมละ2 บาท ใน 1 วันตนและคร
ใครที่มีพื้นที่ข้างบ้านว่างๆ ไม่มากนัก มะเฟืองเป็นอีกไม้ผลหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากขนาดต้นไม่ใหญ่ (หากแตกกิ่งก้านมาก ก็ใช้วิธีตัดแต่งกิ่งเอา) ซึ่งการตัดแต่งกิ่ง ยังช่วยให้ ห่อผลง่าย และเก็บผลง่ายอีกด้วย จากข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 5-12 เมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับตะลิงปลิง ลำต้นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกลำต้นค่อนข้างขรุขระ มีตุ่มเล็ก ๆ ทั่วไป แตกกิ่งก้านสาขามาก ทรงพุ่มหนา ไม่เป็นระเบียบ ใบเป็นใบรวมออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ลักษณะคล้ายขนนก ใบคล้ายใบมะยม แต่ขนาดเล็กกว่า ใบอ่อนสีม่วงแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน หลังใบมีขนละเอียดปกคลุม คล้ายกำมะหยี่สีเขียวอมเหลือง ด้านล่างใบสีอ่อน เนื้อใบบาง เส้นใบเล็ก ก้านใบประกอบมีม่วงแดง ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ออกช่อเป็นกระจุกสั้น ๆ ออกดอกตามง่ามใบ หรือตามกิ่งลำต้น ช่อดอกสั้น ดอกสีแดงเข้ม สีม่วงอมชมพู และขาว มีหลายสีในช่อเดียวกัน ดอกตูมมีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็ก ออกดอกและติดผลตลอดปี ผลมีลักษณะสะดุดตาคือ เป็นเหลี่ยมหยักลึกตามยาวเป็นเฟือง 5 เฟือง หน้าตัดตามขวางของผล เป็นรูปดาว 5 แฉก ยาวประมาณ 5-14 เซนติเ
ไร่ดราก้อน ฟาร์ม ตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟดราก้อนฮิลล์ บริหารงานโดย คุณธีรเกียรติ ทะแพงพันธ์ อายุ 44 ปี คุณธีรเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบัน ดราก้อนฮิลล์ ประกอบธุรกิจสนามกอล์ฟเป็นรายได้หลักแแล้ว ยังเหลือที่ดินว่างเปล่าอีกจำนวนหนึ่ง จึงนำมาปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิด สลับกันตามฤดูกาลและความต้องการของตลาด เช่น คะน้าฮ่องกง ไผ่กิมซุง เมล่อน แคนตาลูป ปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียส่งขายโรงงาน ฯลฯ คุณธีรเกียรติ เริ่มสนใจปลูกเมล่อน ตั้งแต่เมื่อราวปี 2554-2555 ปลูกมาหลายสายพันธุ์ จนกระทั่งตัดสินใจปลูกแอปเปิ้ลเมล่อนเป็นไม้ผลหลักในขณะนี้ เพราะเล็งเห็นช่องทางการตลาดว่า มีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งไม่นิยมบริโภคเมล่อนผลใหญ่ แต่ต้องการเมล่อนผลเล็กสำหรับใช้ไหว้พระ ไหว้เจ้า จึงตัดสินใจเลือกปลูกแอปเปิ้ลเมล่อน ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 400-500 กรัม หรือประมาณ 2-3 ผล ต่อกิโลกรัม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ ปัจจุบัน แอปเปิ้ลเมล่อน เป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะเป็นผลไม้ที่มากคุณประโยชน์ เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ แถมแอปเปิ้ลเมล่อนยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวคือ มีกลิ่นหอ
ไหมอีรี่ (Samia ricini : Eri silk) เป็นพันธุ์ไหมกินใบมันสำปะหลัง โดยนำมาเลี้ยงเพื่อเอาเส้นใยไว้ทำประโยชน์ด้านการแปรรูปเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่นเดียวกับไหมหม่อน วงจรชีวิตของไหมอีรี่ ไหมอีรี่ เป็นไหมป่าที่มีวงจรชีวิต 45-60 วัน เลี้ยงได้ 4-5 รุ่น ต่อปี ส่วนไข่ไหมฟักเองได้ ไม่ต้องอาศัยการฟักเทียม กินใบละหุ่งและใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร ความนิยมในการเลี้ยงไหมอีรี่ ในประเทศไทย เกษตรกรยังนิยมเลี้ยงไหมอีรี่ไม่มากนัก ขณะที่จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพในไทยนั้น มีจำนวนถึง 570,000 ครัวเรือน มีพื้นที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังกว่า 8.64 ล้านไร่ ซึ่งอาหารของไหมอีรี่ในไทยมีจำนวนมากก็จริง แต่สัดส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่ยังน้อยมาก ทาง สกว. จึงร่วมกับศูนย์หม่อนไหม ในการให้ความรู้ และขยายพื้นที่การเลี้ยงไหมอีรี่ให้มากขึ้น ทั้งการให้สายพันธุ์หนอน และความรู้ในการเลี้ยง เพื่อนำไปสู่ผลผลิต ความยาก-ง่าย การเลี้ยงไหมอีรี่ สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่แล้ว จะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากการเลี้ยง “ไหมอีรี่” ได้ เพราะไหมอีรี่กินใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร และใบละหุ่ง ซึ่งสามารถปลูกต้นละหุ่งเสริมใ
เห็ดตับเต่า ได้พึ่งพาต้นโสนเป็นพืชอาศัยเพื่อทำให้เชื้อเห็ดเดินและเจริญเติบโตได้ดี เห็ดตับเต่าเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาวิจัยเห็ดและผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงมีผู้สนใจได้นำผลงานมาต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดตับเต่าขายในเชิงการค้า เห็ดตับเต่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลิตสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียง มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เห็ดตับเต่า…พืชเศรษฐกิจในดงโสน ผลิตเพื่อการค้าด้วยวิถีพอเพียง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิภาดา สุภานันท์ เกษตรอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าให้ฟังว่า ในช่วงฤดูฝนมักจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดอีกหลายชนิดเจริญเติบโตในป่าธรรมชาติ และเห็ดตับเต่าเป็นชนิดหนึ่งที่มีผู้นิยมบริโภคกันแพร่หลายในทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะหมู่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็ดตับเต่า มีชื่อเรียกต่างกัน ภาคเหนือ เรียกว่า เห็ดห้า เนื่องจากพบอยู่ใต้ต้นหว้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า เห็ดผึ้ง เพราะเมื่อนำเห็ดตับเต่าไปแกงสีของน้ำแกงจะเหมือนกับสีของน้ำผึ้งที่ชวนให้ชิมลิ้มลองรสชาติ เห
คุณจุฑามาศ เบญจวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เธอมีอาชีพทำนา ทำสวน ในแต่ละปีเธอเริ่มมองเห็นปัญหาของเรื่องน้ำ ที่มีปริมาณน้อยลง บวกกับราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ที่มีราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ทำให้เธอมองหาอาชีพเสริมที่สามารถหาเงินได้เร็วขึ้น เธอจึงมองเรื่องการเลี้ยงกบ จากการทดลองในครั้งนั้น ทำให้เธอประสบผลสำเร็จ จนสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน ทำนา ทำสวน ใช้เวลาแถมปัญหามาก เลี้ยงกบ โตเร็ว ไม่ต้องรอนาน คุณจุฑามาศ เล่าว่า ที่บ้านของเธอประกอบอาชีพทำนา ทำสวน จากการจำหน่ายผลผลิตบางครั้งไม่เพียงพอ “อาชีพหลักๆ ที่บ้าน ก็ทำนา ทำสวน บางครั้งมีขายของทั่วไปด้วย แต่ทำนา ทำสวน บางทีราคาผลผลิตมันก็ได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าที่ควร ก็เลยคิดที่จะหาอย่างอื่นมาทำเป็นอาชีพเสริม ก็เลยได้ลองเลี้ยงกบแทน เพราะคิดว่าอย่างน้อย เราไม่ได้ดีตรงนั้น ก็อยากได้ตรงนี้แทน ลองดูเพื่อจะได้ดีอีกด้านหนึ่ง พอปี 2554 ก็เลยเอามาทดลองเลี้ยง” คุณจุฑามาศ เล่าถึงความเป็นมาของการเลี้ยงกบ ในตอนแรกที่ทดลองเลี้ยง เธอบอกว่า ซื้อลูกกบตัวเล็กมาทดลองเลี้ยงที่บ้าน เพื่อลองผิดลองถูก “ตอนแ
ถ้านับการเดินทางไปเชียงของนั้น ฉันไปมามากกว่าสิบครั้ง แต่เชื่อไหมว่าไปทุกครั้งก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้ง เชียงของเป็นเมืองมีเสน่ห์ สวยทุกมุม ทุกฤดูกาล แม้แต่วันนี้…วันที่เรามาชุมนุมกันเพราะมีปัญหา…ได้โปรดอย่าผ่าน แม้ว่าคำว่ามีปัญหาจะผ่านเข้ามา อยากจะเล่าถึงครั้งแรกที่ไปเชียงของก่อนนะคะ ความสุขแรก ช่วงนั้นเป็นนักข่าวฝึกหัดอยู่ที่หนังสือเกษตรวันนี้ บก. สั่งให้เดินทางไปเชียงของเพื่อไปดูปลาบึกที่แม่น้ำโขง นั่นคือการเดินทางไกลครั้งแรกของนักข่าวฝึกหัดที่ทำข่าวครั้งแรก มีนักข่าวหลายสำนัก มีรถออกจากกระทรวงเกษตรฯ ตอนเย็น แต่นักข่าวฝึกหัดไปไม่ทันรถ โทร. กลับไปหา บก. คิดว่าท่านพูดว่า ไปไม่ทันก็กลับมาไม่ต้องไปแล้ว แต่ที่ไหนได้ท่านบอกว่า ให้นั่งรถประจำทางตามไปเลย เป็นอันว่าต้องนั่งรถไปคนเดียวและทำข่าวอยู่คนเดียว ความคลาดเคลื่อนบางครั้งก็ดีงาม เป็นจังหวะของเวลา หรืออาจจะเรียกว่าเป็นบททดสอบของพระเจ้าว่าเราเหมาะที่จะเป็นนักข่าวได้ไหม เพราะแทนที่จะตรงไปเชียงของเลย นั่งรถไปที่พะเยาเพื่อไปสถานีประมงน้ำจืดก่อน เพราะทีมนักข่าวจะแวะไปที่นั่นก่อน ตั้งใจจะไปรวมกลุ่มกับพวกเขาปรากฏว่าเขาออกเดินทางไปเชียงของหมดแล
อย่างที่ทราบกันดีครับว่า เมล่อนเป็น”ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง”เจริญเติบโตได้ดีในสภาพร้อนแห้ง แสงแดดจัดครับ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการปลูกมีการพัฒนานำเทคโนโลยีโรงเรือนระบบปิด บวกกับการดูแลเอาในใส่ในการเพาะปลูกและการจัดการแปลงอย่างมีระบบมาใช้ในการผลิต ไทย แวลลี ฟาร์ม (Thai Valley Farm Fresh) ฟาร์มปลูกเมล่อนกว่า 100 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก เป็นอีกแหล่งปลูกเมล่อนคุณภาพ ที่มีคุณศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ดูแลดำเนินกิจการ คุณศิริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะไปเป็นต้นเมล่อน ให้ผลอยู่ในโรงเรือน ขั้นตอนแรกจะต้องเพาะต้นกล้าจากเมล็ดคุณภาพให้แข็งแรง โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 14 วัน สำหรับรูปแบบการปลูก คุณศิริพงษ์ บอกครับว่า ที่นี่จะเลือกปลูกลงดินครับ โดยจะใช้อิฐก่อเป็นบล็อก รูปสี่เหลียมผืนผ้า 1 โรงจะมี 3 บล็อก แต่ละบล๊อกจะปลูกต้นเมล่อน 2 แถวคู่กันตลอดแนว “แต่ละฤดู การปลูกเมล่อน และดูแลจะต่างกัน ยิ่งในช่วงฤดูฝนจะต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ต้องควบคุมความชื้น จะต้องมีการตัดแต่งใบทำให้แปลงโล่งขึ้นป้องกันเชื้อรา” โดยทั่วไป น้ำหนักต่อผลของเมล่อนทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 1 โลครึ่ง แต่สำหรับเมล่อนพันธ
ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี หรือชาวสวนเรียกกันสั้นๆ ว่า “ส้มโอทองดี” แต่ก่อนมีผู้เรียกส้มโอพันธุ์นี้ว่าส้มสีปูน เนื่องจากลักษณะสีของเปลือกในและเนื้อที่มีสีแดงคล้ายสีปูน ส้มโอทองดี เป็นส้มโอพันธุ์ที่สามารถรักษารสชาติไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลูกที่ไหน ในสภาพพื้นที่อย่างไร คุณภาพของรสชาติไม่เปลี่ยน จึงเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ ใบจะมีลักษณะค่อนข้างมนหรือกลม สีเขียวเข้ม บริเวณริมใบเป็นจักเล็กๆ และมีจักใหญ่ 1 จัก ตรงส่วนปลายใบ เส้นใบจะหยาบและหนา ผิวผลเรียบสีเขียว มีลักษณะผลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน คือทรงผลกลมแป้น ไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อยที่ขั้วผล ขนาดผลปานกลาง ผลมีน้ำหนักประมาณ 950-1,200 กรัม เปลือกผลมีขนอ่อนนุ่มเล็กน้อย เปลือกบางเพียง 1-2 เซนติเมตรเท่านั้น เนื้อหรือกุ้งมีสีชมพูอ่อน เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวาน มีความหวานสูง ไม่มีรสขม กลิ่นหอม รับประทานอร่อย ชาวจีนนิยมซื้อเพราะสีเนื้อคล้ายสีทับทิมไหว้เจ้า เป็นมงคลนั่นเอง ซึ่งตลาดส้มโอทองดีส่งออกตอนนี้ส่งออกไปที่จีนและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลพบว่าส้มโอพันธุ์ทองดีมีตัวเลขส่งออกมากที่สุด คุณพงษ์พัน เมืองทอง กับผลผลิตส้มโอทองดี ที่เน้นการขาย
