SMEs เกษตร
ไหมอีรี่ (Samia ricini : Eri silk) เป็นพันธุ์ไหมกินใบมันสำปะหลัง โดยนำมาเลี้ยงเพื่อเอาเส้นใยไว้ทำประโยชน์ด้านการแปรรูปเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่นเดียวกับไหมหม่อน วงจรชีวิตของไหมอีรี่ ไหมอีรี่ เป็นไหมป่าที่มีวงจรชีวิต 45-60 วัน เลี้ยงได้ 4-5 รุ่น ต่อปี ส่วนไข่ไหมฟักเองได้ ไม่ต้องอาศัยการฟักเทียม กินใบละหุ่งและใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร ความนิยมในการเลี้ยงไหมอีรี่ ในประเทศไทย เกษตรกรยังนิยมเลี้ยงไหมอีรี่ไม่มากนัก ขณะที่จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพในไทยนั้น มีจำนวนถึง 570,000 ครัวเรือน มีพื้นที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังกว่า 8.64 ล้านไร่ ซึ่งอาหารของไหมอีรี่ในไทยมีจำนวนมากก็จริง แต่สัดส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่ยังน้อยมาก ทาง สกว. จึงร่วมกับศูนย์หม่อนไหม ในการให้ความรู้ และขยายพื้นที่การเลี้ยงไหมอีรี่ให้มากขึ้น ทั้งการให้สายพันธุ์หนอน และความรู้ในการเลี้ยง เพื่อนำไปสู่ผลผลิต ความยาก-ง่าย การเลี้ยงไหมอีรี่ สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่แล้ว จะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากการเลี้ยง “ไหมอีรี่” ได้ เพราะไหมอีรี่กินใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร และใบละหุ่ง ซึ่งสามารถปลูกต้นละหุ่งเสริมใ
เห็ดตับเต่า ได้พึ่งพาต้นโสนเป็นพืชอาศัยเพื่อทำให้เชื้อเห็ดเดินและเจริญเติบโตได้ดี เห็ดตับเต่าเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาวิจัยเห็ดและผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงมีผู้สนใจได้นำผลงานมาต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดตับเต่าขายในเชิงการค้า เห็ดตับเต่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลิตสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียง มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เห็ดตับเต่า…พืชเศรษฐกิจในดงโสน ผลิตเพื่อการค้าด้วยวิถีพอเพียง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิภาดา สุภานันท์ เกษตรอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าให้ฟังว่า ในช่วงฤดูฝนมักจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดอีกหลายชนิดเจริญเติบโตในป่าธรรมชาติ และเห็ดตับเต่าเป็นชนิดหนึ่งที่มีผู้นิยมบริโภคกันแพร่หลายในทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะหมู่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็ดตับเต่า มีชื่อเรียกต่างกัน ภาคเหนือ เรียกว่า เห็ดห้า เนื่องจากพบอยู่ใต้ต้นหว้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า เห็ดผึ้ง เพราะเมื่อนำเห็ดตับเต่าไปแกงสีของน้ำแกงจะเหมือนกับสีของน้ำผึ้งที่ชวนให้ชิมลิ้มลองรสชาติ เห
คุณจุฑามาศ เบญจวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เธอมีอาชีพทำนา ทำสวน ในแต่ละปีเธอเริ่มมองเห็นปัญหาของเรื่องน้ำ ที่มีปริมาณน้อยลง บวกกับราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ที่มีราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ทำให้เธอมองหาอาชีพเสริมที่สามารถหาเงินได้เร็วขึ้น เธอจึงมองเรื่องการเลี้ยงกบ จากการทดลองในครั้งนั้น ทำให้เธอประสบผลสำเร็จ จนสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน ทำนา ทำสวน ใช้เวลาแถมปัญหามาก เลี้ยงกบ โตเร็ว ไม่ต้องรอนาน คุณจุฑามาศ เล่าว่า ที่บ้านของเธอประกอบอาชีพทำนา ทำสวน จากการจำหน่ายผลผลิตบางครั้งไม่เพียงพอ “อาชีพหลักๆ ที่บ้าน ก็ทำนา ทำสวน บางครั้งมีขายของทั่วไปด้วย แต่ทำนา ทำสวน บางทีราคาผลผลิตมันก็ได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าที่ควร ก็เลยคิดที่จะหาอย่างอื่นมาทำเป็นอาชีพเสริม ก็เลยได้ลองเลี้ยงกบแทน เพราะคิดว่าอย่างน้อย เราไม่ได้ดีตรงนั้น ก็อยากได้ตรงนี้แทน ลองดูเพื่อจะได้ดีอีกด้านหนึ่ง พอปี 2554 ก็เลยเอามาทดลองเลี้ยง” คุณจุฑามาศ เล่าถึงความเป็นมาของการเลี้ยงกบ ในตอนแรกที่ทดลองเลี้ยง เธอบอกว่า ซื้อลูกกบตัวเล็กมาทดลองเลี้ยงที่บ้าน เพื่อลองผิดลองถูก “ตอนแ
ถ้านับการเดินทางไปเชียงของนั้น ฉันไปมามากกว่าสิบครั้ง แต่เชื่อไหมว่าไปทุกครั้งก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้ง เชียงของเป็นเมืองมีเสน่ห์ สวยทุกมุม ทุกฤดูกาล แม้แต่วันนี้…วันที่เรามาชุมนุมกันเพราะมีปัญหา…ได้โปรดอย่าผ่าน แม้ว่าคำว่ามีปัญหาจะผ่านเข้ามา อยากจะเล่าถึงครั้งแรกที่ไปเชียงของก่อนนะคะ ความสุขแรก ช่วงนั้นเป็นนักข่าวฝึกหัดอยู่ที่หนังสือเกษตรวันนี้ บก. สั่งให้เดินทางไปเชียงของเพื่อไปดูปลาบึกที่แม่น้ำโขง นั่นคือการเดินทางไกลครั้งแรกของนักข่าวฝึกหัดที่ทำข่าวครั้งแรก มีนักข่าวหลายสำนัก มีรถออกจากกระทรวงเกษตรฯ ตอนเย็น แต่นักข่าวฝึกหัดไปไม่ทันรถ โทร. กลับไปหา บก. คิดว่าท่านพูดว่า ไปไม่ทันก็กลับมาไม่ต้องไปแล้ว แต่ที่ไหนได้ท่านบอกว่า ให้นั่งรถประจำทางตามไปเลย เป็นอันว่าต้องนั่งรถไปคนเดียวและทำข่าวอยู่คนเดียว ความคลาดเคลื่อนบางครั้งก็ดีงาม เป็นจังหวะของเวลา หรืออาจจะเรียกว่าเป็นบททดสอบของพระเจ้าว่าเราเหมาะที่จะเป็นนักข่าวได้ไหม เพราะแทนที่จะตรงไปเชียงของเลย นั่งรถไปที่พะเยาเพื่อไปสถานีประมงน้ำจืดก่อน เพราะทีมนักข่าวจะแวะไปที่นั่นก่อน ตั้งใจจะไปรวมกลุ่มกับพวกเขาปรากฏว่าเขาออกเดินทางไปเชียงของหมดแล
อย่างที่ทราบกันดีครับว่า เมล่อนเป็น”ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง”เจริญเติบโตได้ดีในสภาพร้อนแห้ง แสงแดดจัดครับ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการปลูกมีการพัฒนานำเทคโนโลยีโรงเรือนระบบปิด บวกกับการดูแลเอาในใส่ในการเพาะปลูกและการจัดการแปลงอย่างมีระบบมาใช้ในการผลิต ไทย แวลลี ฟาร์ม (Thai Valley Farm Fresh) ฟาร์มปลูกเมล่อนกว่า 100 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก เป็นอีกแหล่งปลูกเมล่อนคุณภาพ ที่มีคุณศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ดูแลดำเนินกิจการ คุณศิริพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะไปเป็นต้นเมล่อน ให้ผลอยู่ในโรงเรือน ขั้นตอนแรกจะต้องเพาะต้นกล้าจากเมล็ดคุณภาพให้แข็งแรง โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 14 วัน สำหรับรูปแบบการปลูก คุณศิริพงษ์ บอกครับว่า ที่นี่จะเลือกปลูกลงดินครับ โดยจะใช้อิฐก่อเป็นบล็อก รูปสี่เหลียมผืนผ้า 1 โรงจะมี 3 บล็อก แต่ละบล๊อกจะปลูกต้นเมล่อน 2 แถวคู่กันตลอดแนว “แต่ละฤดู การปลูกเมล่อน และดูแลจะต่างกัน ยิ่งในช่วงฤดูฝนจะต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ต้องควบคุมความชื้น จะต้องมีการตัดแต่งใบทำให้แปลงโล่งขึ้นป้องกันเชื้อรา” โดยทั่วไป น้ำหนักต่อผลของเมล่อนทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 1 โลครึ่ง แต่สำหรับเมล่อนพันธ
ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี หรือชาวสวนเรียกกันสั้นๆ ว่า “ส้มโอทองดี” แต่ก่อนมีผู้เรียกส้มโอพันธุ์นี้ว่าส้มสีปูน เนื่องจากลักษณะสีของเปลือกในและเนื้อที่มีสีแดงคล้ายสีปูน ส้มโอทองดี เป็นส้มโอพันธุ์ที่สามารถรักษารสชาติไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลูกที่ไหน ในสภาพพื้นที่อย่างไร คุณภาพของรสชาติไม่เปลี่ยน จึงเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ ใบจะมีลักษณะค่อนข้างมนหรือกลม สีเขียวเข้ม บริเวณริมใบเป็นจักเล็กๆ และมีจักใหญ่ 1 จัก ตรงส่วนปลายใบ เส้นใบจะหยาบและหนา ผิวผลเรียบสีเขียว มีลักษณะผลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน คือทรงผลกลมแป้น ไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อยที่ขั้วผล ขนาดผลปานกลาง ผลมีน้ำหนักประมาณ 950-1,200 กรัม เปลือกผลมีขนอ่อนนุ่มเล็กน้อย เปลือกบางเพียง 1-2 เซนติเมตรเท่านั้น เนื้อหรือกุ้งมีสีชมพูอ่อน เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวาน มีความหวานสูง ไม่มีรสขม กลิ่นหอม รับประทานอร่อย ชาวจีนนิยมซื้อเพราะสีเนื้อคล้ายสีทับทิมไหว้เจ้า เป็นมงคลนั่นเอง ซึ่งตลาดส้มโอทองดีส่งออกตอนนี้ส่งออกไปที่จีนและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลพบว่าส้มโอพันธุ์ทองดีมีตัวเลขส่งออกมากที่สุด คุณพงษ์พัน เมืองทอง กับผลผลิตส้มโอทองดี ที่เน้นการขาย
สติ๊กเกอร์ ผลิตขึ้นจากโพลีเอทิลีน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยต่ออาหาร ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จึงไม่ส่งผลกระทบหรือทิ้งสารตกค้างต่อผลผลิตทางเกษตร ลอกออกง่ายและสะอาด สติ๊กเกอร์มีหลายขนาด เช่น ขนาด 17×17 มิลลิเมตร มีต้นทุน 70 สตางค์ สั่งขั้นต่ำ 1 ล้านชิ้นต่อออเดอร์ ประสิทธิภาพการติดสติ๊กเกอร์ของเครื่อง ขนาดถาด 60×40 เซนติเมตร ป้อนถาดตามแนวกว้าง ติดสติ๊กเกอร์ได้ 1,384 ถาด/ชั่วโมง ขนาดถาด 60×40 เซนติเมตร ป้อนถาดตามแนวยาว ติดสติ๊กเกอร์ได้ 2,000 ถาด/ชั่วโมง ขนาดถาด 50×30 เซนติเมตร ป้อนถาดตามแนวกว้างติดสติ๊กเกอร์ได้ 1,636 ถาด/ชั่วโมง ขนาดถาด 50×30 เซนติเมตร ป้อนถาดตามแนวยาว ติดสติ๊กเกอร์ได้ 2,571 ถาด/ชั่วโมง หากเกษตรกรผลิตในเชิงอุตสาหกรรม สามารถเช่าเครื่องติกสติ๊กเกอร์ได้ในราคาค่าเช่าปีละ 100,000 บาท โทรศัพท์ 02-9697965-7 ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
หอมแป้นเป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกผักที่คล้ายต้นหอม มีใบเรียวยาว แต่ใบแบน บาง เป็นการเรียกตามลักษณะของมันที่แบน บาง เช่น ไม้แป้น หมายถึง ไม้กระดานเป็นแผ่นบาง หอมแป้นจึงหมายถึง กุยช่าย ที่คนเมืองเหนือเคยชินกับการเรียกหอมแป้นมากกว่าเรียกกุยช่าย ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันมากนักก็ตาม ส่วนขนมกุยช่ายจะไม่เรียกว่าขนมหอมแป้น กุยช่าย พืชผักที่มีกลิ่นฉุน มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายสูงด้วยสรรพคุณทางยาหลายด้าน นำมาประกอบอาหารได้ไม่กี่อย่าง กุยช่ายเป็นที่ต้องการของตลาดมาตลอด แม้บางช่วงราคาจะไม่สูงเหมือนผักอื่นก็ตาม มักนำกุยช่ายมาผัดกับเต้าหู้ ใส่กับผัดไทย และขนมกุยช่าย การนำกุยช่ายมาประกอบอาหารอยู่ในวงจำกัด การปลูกกุยช่ายมักปลูกร่วมกับผักชนิดอื่น แหล่งปลูกกุยช่ายอยู่ที่ราชบุรี นครปฐม ในบางพื้นที่ปลูกแต่กุยช่ายเพียงชนิดเดียวเป็นแปลงใหญ่ การปลูกกุยช่ายเป็นการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรกอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชผักอายุยืน ต่างจากผักชนิดอื่นอยู่ได้เพียงฤดูเดียว หลังจากปลูกกุยช่ายแล้วการดูแลรักษามีให้ทำน้อย ให้ผลผลิตได้เร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี การเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อย ไม่เปลืองแรงงาน โรคแมลงศัตร
บนเส้นทางก้าวเดินของชีวิต ทุกฝีก้าวย่อมให้เราได้มีการเรียนรู้ตลอดเส้นทาง โอกาสและเวลาที่เราพบระหว่างเส้นทางจะสามารถสร้างเส้นทางแห่งชีวิตให้เกิดกับเราได้เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะทำได้หรือไม่เท่านั้น ทุกชีวิตล้วนไม่มีอะไรแน่นอน ที่แน่นอนทุกวินาทีคือลมหายใจที่มีอยู่เท่านั้น อย่าท้อหรือยอมแพ้เด็ดขาด ก้าวเดินไปพร้อมลมหายใจที่จริงแท้ของชีวิต ขอเพียงสู้ และสู้ต่อไป ให้คิดเสียว่าชีวิตนี้เรายังหยุดพักไม่ได้เพราะเรายังหายใจดีอยู่ ชีวิตเราก็จะทำให้เกิดพลังของเลือดนักสู้ได้เต็มพิกัดทันที อย่าลืมแนบชิดความขยันและอดทนไปด้วยเนื่องจากจะสามารถทำให้เราก้าวได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้นตลอดเส้นทาง สุดท้าย เส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ชนิดสมบูรณ์แบบรออยู่ไม่นานเกินรอครับ เพราะคุณคือนักสู้ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่ลมหายใจของตัวเอง ขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี พร้อมขอบพระคุณอย่างมากเป็นเบื้องต้นจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน สำหรับคอลัมน์นี้ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากทุกครั้งเมื่อหนังสือวางแผงผมจะได้รับการส่งเสียงไปหา หรือทางเฟซบุ๊ก เป็นคำถามหลากหลายจากที่ได้นำมาเสนอ แต่ส่วนใหญ่จะเก
ผักบุ้ง เป็นพืชที่อยู่ในพื้นที่ประเทศไทยของเรามานาน แล้วก็เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากพืชชนิดนี้มีคุณประโยชน์มากมายจนหาข้อจำกัดไม่ได้เลย เพราะในตัวผักบุ้งนั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่สำคัญอีกด้วย พืชชนิดนี้จะอาศัยอยู่เหนือน้ำ หรือในที่ที่มีความแฉะ เพราะพืชชนิดนี้จะชอบน้ำมากเป็นพิเศษ ถ้าหากขาดน้ำไปจะกลายเป็นการสร้างความเสียหายให้กับวงจรของผักบุ้งเลยก็ว่าได้ โดยลักษณะทั่วไปของผักบุ้งคือ ลำต้นจะไม่มีขน ภายในลำต้นจะกลวงโบ๋ ส่วนใบจะออกสลับกัน มีปลายใบที่เรียวแหลมดูสวยงาม จะมีความยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร สามารถพบได้ตามลำคลอง หนอง บึง ร่องน้ำในสวน หรือตามแหล่งน้ำต่างๆ คุณสุภาวดี แตงสุข และสามี คุณสุภาวดี แตงสุข คือหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกผักบุ้ง และเป็นเจ้าของแปลงนาผักบุ้งน้ำ ที่ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ผักบุ้งที่ปลูกจากรุ่นสู่รุ่น คุณสุภาวดี เล่าว่า เดิมทีที่ดินแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน แต่เนื่องจากช่วงนั้นต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เป็นอย่างหนัก จึงเป็นเหตุที่ทำให้ต้องล้มสวนออกจากบริเวณนั้น แล้วเปลี่ยนมาเป็นนาผักบุ้งที่อยู่ให้เห็นถึงปัจจุบัน คุณสุภา
