Inspiration
เรียกได้ว่าแฟชั่นในปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากมายหลายแบบ ไม่ได้มีแค่หุ่นตามบิวตี้สแตนดาร์ดหรือค่านิยมอีกต่อไป แต่ยังมีแฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ ที่โดดเด่นทั้งสไตล์ และขนาดที่มีหลากหลายกว่าเมื่อก่อน จากรายงานของ Future Market Insight คาดการณ์ว่า ตลาดเสื้อผ้าพลัสไซซ์จะมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึง 2035 โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 319,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2035 มีโอกาสแตะ 583,451 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ ได้แก่ เทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว บวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการที่โลกยุคนี้มีการยอมรับตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกายในประเทศจีน ที่จะมีความกดดันในเรื่องของขนาดร่างกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน ‘ขนาดของเสื้อผ้า’ โดยคุณหลี่ เล่าให้ Jing Daily ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกลางๆ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 3XL-5XL นั่นก็เพราะว่าไซซ์เสื้อผ้าที่จีนมีขนาดเล็กมาก “ลองนึกดูสิว่าไซซ์ S จะมีขนาดเล็กแค่ไหน” เพราะคนจีนถูกปลูกฝังให้ไม่อยากใส่เสื
หลายๆ คนอาจจะมองภาพนักการเมืองว่าต้องแต่งตัวเนี้ยบ ทานอาหารในโรงแรมหรู หรือดูเข้าถึงยาก แต่สำหรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือที่หลายคนเรียกติดปากกันในชื่อ “เสี่ยหนู” นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด กลับมีสไตล์การกินที่เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากคนทั่วไป ไม่ติดหรูหรา แต่ติดใจในความ “หรอย” (อร่อย) มากกว่า โดยเขามักจะแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Anutin Charnvirakul และโพสต์คอนเทนต์ร้านอาหารที่ชอบไปทาน ทั้งร้านดัง ร้านท้องถิ่น ร้านเก่าแก่ในตำนาน หรือแม้แต่ร้านเล็กๆ ข้างทาง เสี่ยหนูก็แวะลิ้มรสมาแล้ว และสิ่งที่ทำให้เป็นซิกเนเจอร์ คือทุกครั้งที่โพสต์รูปอาหารบนเฟซบุ๊ก เขามักจะปิดท้ายด้วยแฮชแท็กประจำตัว #เสี่ยหนูเมนูอร่อย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขาไปแล้ว วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปตามรอยร้านเด็ดที่การันตีความอร่อยโดยเสี่ยหนู เริ่มกันที่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ร้านเฮียตง หน้าวัดไตรมิตรฯ หนึ่งในร้านโปรดของเสี่ยหนู เป็นบรรยากาศร้านอาหารสตรีตฟู้ด ขึ้นชื่อเรื่องลูกชิ้นปลาเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม โดยเสี่ยหนูได้มีการพาหวานใจกับเหล่าข้าราชการที่สนิทไปนั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ที่ต
ไม่กี่วันที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง X และ TikTok ต่างพากันพูดถึง #น้ำหอมน้องอินจุน จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่ทำให้แบรนด์น้ำหอม Janua กลายเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ จากน้ำหอมแบรนด์ไทยเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากขายออนไลน์ วันนี้ “Janua” (แจนยัวร์) เติบโตขึ้น และกลายเป็นน้ำหอมแบรนด์ไทยที่ใครๆ ต่างพูดถึง และล่าสุดกับไวรัลระดับโลก ด้วยการทักแฟนคลับเพียงประโยคเดียวของ เหรินจวิ้น NCT DREAM ว่า “ใช้น้ำหอมของอะไร หอมมาก” ซึ่งเมื่อบอกราคาไปแล้วถึงกับอึ้ง เพราะราคาไม่ถึงหมื่นวอน (ราคาประมาณ 199 บาท) หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เกิดเทรนด์ในทวิตขึ้น #น้ำหอมน้องอินจุน จนทำให้เจ้าของแบรนด์ได้ออกมาอัปเดตว่า สินค้าหมดจนต้องปิดตะกร้า! เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นเพราะพลังซัพพอร์ตของเหล่าแฟนคลับที่ทำให้เกิดอิมแพกต์ความแมสนี้ ล่าสุด ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ร่วมงานกับศิลปินระดับ Global นั่นคือ “น้องอินจุน NCT DREAM” และสร้างปรากฏการณ์ไวรัล RENJUN’S SCENT #JANUAxRENJUN จนขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลก กวาดยอดขายไปกว่า 11 ล้านบาทภายในไม่กี่ช
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบจึงเป็นสิ่งสำคัญ ศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของไทยที่อยู่คู่กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน โดยมีสินค้ายอดฮิตอย่าง แป้งฝุ่นโปร่งแสง และ รองพื้น ภายใต้การบริหารของ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ล่าสุดได้นำ AI Avatar ที่มีรูปลักษณ์และน้ำเสียงที่เสมือนจริงของคุณรวิศ มาทำหน้าที่เป็นพนักงานขายบน Live Streaming ผ่านทาง TikTok ช่อง Srichand1948 ซึ่งไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาช่วยงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับการตลาดและสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับแบรนด์อีกด้วย โดย AI ดังกล่าวยังมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและประสิทธิภาพในการตอบคำถามลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ซึ่งการนำ AI Avatar มาช่วยไลฟ์ ไม่ต่างจากพนักงานขายที่เป็นคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสั่งซื้อสินค้าได้ทุกเวลาที่ต้องการ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเข้าถึงลูกค้าด้วยช่องทางที่ทันสมัย
ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ บอกเลยว่าห้ามพลาดกับแคมเปญนี้ ที่ล่าสุด “คมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express ธุรกิจขนส่งหมื่นล้าน ยูนิคอร์นรายแรกของไทย ได้ออกมาทำแคมเปญ “ไลฟ์กับคนสันต์” ที่เป็นการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาทำการขายของด้วยกัน พร้อมส่งฟรีทุกออร์เดอร์ด้วยขนส่ง Flash Express โดยหลังจากที่หลายคนได้ทำความรู้จักกับ ‘คุณคมสันต์’ ผ่านซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน Mad Unicorn (2025) บน Netflix กันไปแล้ว ที่ในเรื่องจะเป็นการเล่าถึงเส้นทางการสร้างธุรกิจอันดุเดือดของตัวละคร ‘สันติ’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณคมสันต์ แซ่ลี ต่อมาไม่นานคุณคมสันต์ได้เปิดช่อง TikTok ของตัวเองที่ชื่อว่า komsansaelee พร้อมกับทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย โดยใช้ตัวเองในการสื่อสาร เรียกว่าเป็นการตลาดแบบ CEO Branding ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เขาใช้เวลาในการปั้นช่องไม่นาน ก็มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคนเลยทีเดียว และล่าสุด เขาได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า “ไลฟ์กับคมสันต์” โดยจะทำการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่กดติดตามช่องติ๊กต็อก komsansaelee มาร่วมไลฟ์ขายของไปด้วยกัน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สินค้าทุกชิ้นที่ขายได้ จะทำการส่งฟรีผ่
กว่าจะมาเป็น 1 คน 8 คาแร็กเตอร์! ทำยังไง “ครอบครัวท่านเปา” สร้างสรรค์คลิปกระตุ้นอารมณ์ร่วม เข้าถึงคนทุกวัย ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘เทรนด์การเป็นครีเอเตอร์ที่เริ่ดในปี 2025’ ซึ่งมีการพูดคุยกับคุณเปา เจ้าของช่อง “ท่านเปา” ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ มีผู้ติดตามในติ๊กต็อก 2.6 ล้านคน ด้วยคอนเทนต์แนวครอบครัวที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ผ่านการแสดงเพียงคนเดียว แต่สามารถถ่ายทอดได้ถึง 8 บทบาทที่สมจริงและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชม ครอบครัว ‘ท่านเปา’ 8 คาแร็กเตอร์ในคนเดียว ช่อง “ท่านเปา” เน้นนำเสนอเรื่องราวครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจริงในหลายๆ บ้าน ซึ่งครอบครัวของท่านเปาจะมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พ่อ (ชยเดช), แม่ (นิภา), ลูกชายคนเล็ก (เป้ ชยางกุล), ลูกชายคนโต (เปา ชยพล), ภรรยาของเปา (พลอย นฤมล), ลูกสาวคนเล็ก (ปริม ปริมนภา), สะใภ้รอง (ปลายฟ้า) และล่าสุด แม่ของพ่อเดช (ย่าเอียด) โดยทั้งหมดนี้แสดงโดย คุณเปา เพียงคนเดียว กว่าจะมาเป็นคลิปที่สมบูรณ์ คุณเปา เล่าว่า แม้ตนนั้นจะไม่ได้เรียนด้านการตัดต่อมาโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ และนำมาปรับใช้กับคอนเทนต
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เผย รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2568 พบว่า ภาพรวมตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย การจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.02% อยู่ที่ 39.5 ล้านคน ขณะที่การจ้างงานภาคเกษตรกรรมหดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 0.9 ด้านค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง 1.9% แต่แรงงานในระบบเพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่ภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น 2.4% อยู่ที่ 14,370 บาทต่อเดือน อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.91% หรือ 3.7 แสนคน ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า โดยผู้ว่างงานที่จบอุดมศึกษายังมีสัดส่วนสูงเกือบ 2% ส่วนผู้เสมือนว่างงานอยู่ที่ 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ขณะที่องค์กรต่างๆ ปรับสัญญาการจ้างงานจาก “พนักงานประจำ” เป็น “สัญญาจ้างชั่วคราว” โดย 2 ปีที่ผ่านมามีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน มองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวและต้องการลดต้นทุนองค์กรในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า ส่วนชั่วโมงการทำงานที่ลดลง ในภาคเอกชนยังไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก โดยเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มการส่งออกยังคงอยู่ในระดับเดิม ชั่วโมงการทำงานจะปรับตัวดีขึ้น นายดนุ
ในยุคที่แบรนด์ต่างๆ กำลังมองหากลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างความแตกต่าง ล่าสุดแบรนด์ขนมหวานสุดฮิต อย่าง SOURI (ซูรี) ก็ได้มีไวรัลขึ้นชั่วข้ามคืนในแพลตฟอร์ม X (หรือทวิตเตอร์) @souri_bkk ที่ทางแบรนด์ได้ออกมาโพสต์ถึงเมนูใหม่มีขายแค่เฉพาะ เซ็นทรัล พิษณุโลก เท่านั้น กับเมนู Sun Dried Banana Fatcaron โดยนำกล้วยตากของดีประจำจังหวัดพิษณุโลกมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ขึ้น โดยมีผู้เข้าถึงโพสต์นี้กว่า 1.2 ล้านครั้งเลยทีเดียว โดยทางแบรนด์ไม่รอช้า ทำการซาวเสียงลูกค้าว่าถ้าขยายสาขาไปจังหวัดอื่นๆ อยากให้มีรสชาติอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อเช็กเสียงชาวหาดใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะคอมเมนต์ว่า “อยากได้รสไก่ทอดหาดใหญ่” เป็นต้น SOURI (ซูรี) แบรนด์มาการองสอดไส้ครีมแบบหนา ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 เจ้าของคือ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยพี่สาวอีก 2 คน หมิง มินตรา และ ไอซ์-กษนันท์ โอภาสเอี่ยมขจร ในแง่ของรายได้เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ริชสไมล์ จำกัด (SOURI) ทำรายได้ 156 ล้านบาท และกำไร 17 ล้านบาท เติบโตจากปี 2566 กว่า 800% โดยมาการองของแบรนด์ SOURI (ซูรี) นั้นได้มีการนำ “วัตถุดิบท้องถิ่น” ที่เป็นซิกเนเจอร์ขอ
“ความขี้เกียจ” อาจถูกมองว่าเป็นนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ แต่ใครจะรู้ว่าหลายประเทศกลับให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ถึงขั้นมีการจัดตั้ง “วันขี้เกียจสากล” ขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้หยุดพัก คลายเครียด และฟื้นฟูพลังจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และใครจะคิดว่าความขี้เกียจนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์หลากหลายนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันของมนุษย์ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การซื้อของ โอนเงิน จองตั๋ว สั่งอาหาร หรือเรียกรถ ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ความสะดวกสบายเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยให้ผู้คนสะดวกสบายขึ้น แต่ยังทำให้โลกเริ่มมองความขี้เกียจมุมใหม่ในฐานะแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจอีกด้วย ผู้คนไม่อยากเสียเวลาจัดการทุกเรื่องด้วยตัวเอง ความขี้เกียจจึงกลายเป็นโอกาสทองของนวัตกรรมที่เปิดทางให้เหล่าสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้พัฒนาโซลูชันสุดสร้างสรรค์ โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จะพาไปทำความรู้จักกับ 5 นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งจะมีความเข้าใจวิ
ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม “อว.แฟร์ 2568” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการรวบรวมนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากหลายสถาบันทั่วประเทศมาให้ชมกันอย่างหลากหลาย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้คัดสรร 10 นวัตกรรม ที่มีความโดดเด่น สามารถนำไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และใช้งานได้จริงในอนาคต โดยมีนวัตกรรมไทยที่ถูกออกแบบมาให้แก้ปัญหาใกล้ตัวคุณ จากการกิน การใช้ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ Care Walk รองเท้าอัจฉริยะ นำสับปะรดมาสกัดเป็นเส้นใยธรรมชาติ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน ร้อยชาชัก ที่ต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง 1. Care Walk รองเท้าอัจฉริยะ ช่วยผู้ป่วยกระดูกขาหักก้าวเดินอย่างมั่นใจ หนึ่งในนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่น่าจับตาคือ “Care Walk” รองเท้าอัจฉริยะช่วยกระจายน้ำหนักเท้า ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดหรือกระดูกขาหัก ช่วยให้ผู้สวมใส่ก้าวเดินได้อย่างปลอดภัย ลดแรงกดทับที่จุดบาดเจ็บ พร้อมทั้งมีเซนเซอร์คอยตรวจจับและแจ้งเตือน หากมีการลงน้ำหนักเกินกว่าที่แพทย์กำหนด จุดเด่นคือ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยฟื้นฟูการเดิน ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจมา
