SMEs
ในบ้านไม้อายุร้อยปีย่านสี่พระยา คือที่ตั้งของคาเฟ่โดนัทรสชาติไทยสุดไวรัล “SODO Donut” ธุรกิจของ “คุณเกด-ดุษฎี ทวีพานิชย์” อดีตเภสัชกรและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เธอเลือกปั้นคาเฟ่โดนัทเพราะเป็นขนมที่คนทั้งโลกรู้จักและเข้าใจง่าย ที่ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ผ่าน “รสชาติไทย” จากวัตถุดิบท้องถิ่นไทย แต่อยากทำให้ลูกค้าจดจำทั้งรสชาติและที่มาของวัตถุดิบไทยได้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับผู้ก่อตั้งถึงเส้นทางการเริ่มต้น และแนวคิดการปั้นแบรนด์ SODO Donut ที่เปิดได้เพียง 3 เดือน แต่สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 3 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของโดนัทแบบไทยๆ SODO Donut เริ่มต้นมาจากคุณเกด อยากทำโปรเจ็กต์ที่อยากสื่อสารถึงความเป็นไทย ก่อนมาลงตัวที่ “โดนัท” ขนมที่คนทั่วโลกรู้จักและเข้าใจง่าย พร้อมหยิบรสชาติไทยจากวัตถุดิบไทยอันเป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นโดนัทรสชาติไทย แม้จะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแรกในชีวิต แต่คุณเกดมีทีมเบื้องหลังคอยสนับสนุน พร้อมวางแผนธุรกิจอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การศึกษาตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือมีความเชื่อมั่
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
ประเทศจีนกำลังเผชิญกับการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาและขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพื่อปรับทิศทางของคนรุ่นใหม่ให้สอดรับกับเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ท่ามกลางวิกฤตการณ์ว่างงานของเยาวชนที่พุ่งสูงเกิน 16% และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ทักษะเดิมๆ หมดความหมายไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยจีน ยุบ 12,000 หลักสูตร ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการจีน ระบุว่า ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศได้ประกาศสั่งยกเลิกหรือระงับหลักสูตรปริญญาตรีไปมากถึง 12,200 หลักสูตร และเปิดตัวหลักสูตรใหม่เข้ามาแทนที่ราว 10,200 หลักสูตร ซึ่งหมายความว่ามากกว่า 30% ของหลักสูตรมหาวิทยาลัยในจีนถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง ด้านกลุ่มวิชาที่ถูกยุบมากที่สุด ได้แก่ ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ และการจัดการ เนื่องจากถูกมองว่ามีผู้จบการศึกษาล้นตลาด และปรับตัวไม่ทันกับการมาของ AI โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (USST) สั่งหยุดรับนักศึกษาในสาขา การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หลังพบว่างานสร้างโมเดล 3D และการเร
ข้อมูลเป็นทางการของผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ที่ถูกยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการน้ำปลาร้าพร้อมรับประทาน ณ พ.ศ. นี้ ระบุถึงประวัติความเป็นมา ไว้ว่า “จากจุดเล็กๆ ของการทำปลาร้าเพื่อบริโภคในครัวเรือนของคุณพ่อสนั่น คุณแม่ทองสุข ศรีโยธา ในปี 2510 ได้ค่อยๆ ขยับขยายเติบโต สู่รุ่นลูกคือ คุณพ่ออุทัย คุณแม่บุญล้ำ ปรีเรือง โดยใช้ชื่อกิจการว่า เพชรดำค้าปลาร้า ซึ่งต่อมาในปี 2557 ได้ก่อตั้ง บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด และมีสินค้าเริ่มแรกคือ น้ำปลาร้าต้มสุกภายใต้แบรนด์ “แม่บุญล้ำ” ของดีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์” “ที่สร้างรายได้อันยั่งยืนให้กับชาวบ้านในชุมชนโดยรอบ และพัฒนาคุณภาพสินค้าแบบยั่งยืนตามหลักสากล จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกระดับประเทศ ด้วยประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 59 ปี และเคล็ดลับ การหมักจากรุ่นคุณยาย พร้อมความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้ น้ำปลาร้าต้มสุกตรา “แม่บุญล้ำ” มีรสชาติเฉพาะตัว หอม อร่อยถูกปากคนไทยจนถึงปัจจุบัน” คุณอ้อม-พิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาร้าต้มสุก แบรนด์ ‘แม่บุญล้ำ’ ในฐานะทายาทเจน 3 ของกิจการ
“เมื่อก่อนบอกตรงๆ เลยว่าอยู่กับแม่น้อยมาก แต่การทำร้านนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่โคตรมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ทำอะไรด้วยกัน ได้เห็นแม่มีความสุข อันนี้ก็คือความสุขของผมจริงๆ” ประโยคนี้เป็นคำพูดของ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ผู้ก่อตั้งร้าน Happy Mum Happy Me คาเฟ่ที่เกิดจากการอยากทำตามความฝันของแม่ นั่นคือการเปิดร้านอาหาร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกุ๊ก และ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของสถานที่ฮีลใจแห่งนี้ ที่เป็นเหมือนการมาเที่ยว มากินข้าวบ้านเพื่อน สร้างความอบอุ่นให้กับใครหลายคน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนวัยเกษียณ ให้กลับมามีไฟอีกครั้งหนึ่ง จุดเริ่มต้นจากบ้านร้าง 20 ปี ก่อนที่จะเกิดเป็นคาเฟ่ Happy Mum Happy Me แต่เดิมคุณกุ๊กมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับต้องหยุดชะงักเพราะวิกฤตโควิด-19 “ตอนนั้นโควิดค่อนข้างหนักมาก เราเลยมองว่ามีบ้านอยู่หนิ เลยอยากรีโนเวตแล้วมาทำคาเฟ่กับแม่ เพราะความฝันของแม่คือเขาอยากเปิดร้านอาหารตามสั่ง” เขากล่าว ทางด้าน แม่กุ้ง เล่าถึงความรู้สึกช่วงนั้นให้ฟังว่า “โห ตอนนั้นตื่นเต
ในแต่ละวันมนุษย์ผลิตและบริโภคพลาสติกจำนวนมหาศาล ก่อนที่พลาสติกจำนวนมากจะกลายเป็นขยะและสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่น่ากังวลคือพลาสติกบางประเภทต้องใช้เวลานานถึง 450–500 ปี กว่าจะย่อยสลาย ขณะที่พลาสติกบางส่วนอาจไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่แตกตัวเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกแทน เมื่อสิ่งของชิ้นหนึ่งหมดหน้าที่และถูกทิ้งลงถังขยะ นั่นจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “จะกำจัดมันอย่างไร” แต่เป็นคำถามที่ว่า “เราจะทำให้สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะกลับมามีคุณค่าได้อย่างไร?” เพราะบางที จุดจบของสิ่งหนึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอีกสิ่งหนึ่งได้ Qualy แบรนด์ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Design For Sustainable World” โดยมองว่าการออกแบบไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังสามารถเปลี่ยนวัสดุที่กำลังจะกลายเป็นขยะ ให้กลับมามีคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้อีกครั้ง คล้ายกับแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ที่สิ่งหนึ่งหมุนเวียนและกลับมาในรูปแบบใหม่ เพียงแต่ในโลกของ Qualy สิ่งที่กำลังเวียนว่ายนั้นคือ “ขยะ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนไปพูดคุยกับ “คุณไ
ชีวิตเป็นเรื่องของการวิ่งตามหา ‘ความสุข’ ไฉนเลย ‘ความสุข’ จริง ๆ ไม่ต้องวิ่งตาม “หลาย ๆ ครั้ง เราตามหา ‘สิ่งที่เราต้องการ’ เช่น อยากได้แบรนด์เนมไหมนะ หรืออยากได้นู้นนั่นนี่หรือเปล่า แต่เอาเข้าจริงมันเรียบง่ายมาก เราแค่อยากเข้าเซเว่นแล้วซื้ออะไรก็ได้ เพราะแต่ก่อนทำไม่ได้ อยากไปไหนก็จ่ายตังค์ไปได้เลย แต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่ จะไปไหนก็ไปไม่ได้เพราะไม่มีตังค์” คำพูดในบางช่วงของคลิป อิตาลี่ I Final Girl จากช่อง “เบบี้โจลี่สตาร์” ได้ถูกพูดถึงจากชาวเน็ตในวงกว้าง ด้วยคำพูดกินใจ และสะท้อนสัจธรมมของชีวิตบางอย่าง โจลี่ได้อธิบายว่า เธอเพียงแค่อยากนั่งตกตะกอนชีวิตว่า ชีวิตที่เรากำลังใช้อยู่นี้ แท้จริงเรากำลังต้องการอะไร ต้องทำอะไรถึงจะเจอสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสุข’ ซึ่งก็เริ่มเจอทีละอย่างนะ “อ๋อ เราแค่อยากมีเงินซื้อของที่อยากกินในเซเว่นไปเรื่อย ๆ มันเรียบง่ายแค่นั้นเลย” เธอกล่าว เรามักถูกสอนให้เชื่อว่า “ความสุข” คือหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของชีวิต เรียนให้จบ ได้งานดี มีเงินเดือนสูง เลื่อนตำแหน่ง ซื้อบ้าน มีชื่อเสียง หรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ แล้ววันหนึ่งเราจะมีความสุข แต่ถ้าความสุขไม่ไ
ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวจีน หลายคนอาจนึกถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเฉิงตู แต่จีนยังมีอีกหนึ่งเมืองที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ “ชิงเต่า (Qingdao)” เมืองชายทะเลในมณฑลซานตงที่มีทั้งสถาปัตยกรรมกลิ่นอายยุโรป ทะเล และวัฒนธรรมเบียร์เป็นเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมเบียร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการสร้าง City Brand ของเมือง แบรนด์ และชุมชน คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder & CEO ของ Yell Advertising แชร์ประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก Dissara Ohm Udomdej หลังมีโอกาสบินไปทำงานที่เมืองชิงเต่าไว้อย่างน่าสนใจว่า เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ราว 10 ล้านคน ถือเป็นเมือง New First-Tier City ด้วย GDP ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง แม้ไม่ใช่เมืองหลวงของมณฑลนี้ก็ตาม ความน่าสนใจของเมืองนี้คือการสร้าง City Brand ผ่านความร่วมมือของเมือง แบรนด์ และชุมชน จนน่านำไปเป็นกรณีศึกษา เมืองสร้างแบรนด์ อดีตของเมืองนี้เคยเป็นเขตเช่าให้กับเยอรมันในช่วงยุคปลายราชวงศ์ชิง ทำให้เยอรมันเข้ามามีอิทธิพลราวปี 1897 คนเยอรมันอยู่แบบไม่มีเครื่องดื่มเย็นๆ ไม่ได้ เลยร่วมกับ
ความฮอตของภาพยนตร์จักรวาลสไปเดอร์แมนที่ไม่ว่าจะเปิดตัวกี่ภาค ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเสมอ จนภาคล่าสุด Spider-Man: Brad New Day ขึ้นแท่น สไปเดอร์แมนที่ถูกใจทั้งนักวิจารณ์และคนดูระดับสูง จนทำให้ชื่อของ Tom Holland กลายเป็นที่พูดถึงอยู่ในหน้าสื่อ ณ ตอนนี้ นักแสดงหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มีความฮอตในด้านงานแสดง แต่ยังประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งธุรกิจที่ว่าคือ “BERO” เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ (non-alcoholic beer) ระดับพรีเมียม แรงบันดาลใจจากการเลิกเหล้า Tom Holland เริ่มต้นเส้นทางเลิกดื่มแอลกอฮอล์ (Sobriety) ผ่านโครงการ “Dry January” คือแคมเปญงดดื่มในเดือนมกราคม จนขยายเวลาต่อไปเรื่อยๆ และตระหนักว่าการเลิกเหล้าในวัฒนธรรมอังกฤษที่เน้นการดื่มเพื่อเปิดทางเข้าสังคมเป็นเรื่องยาก เขาจึงมองหาเบียร์ไร้แอลกอฮอล์คุณภาพดีที่ช่วยให้รู้สึกกลมกลืนในงานสังคมได้ ซึ่งแบรนด์เครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่ยังไม่ตอบโจทย์ Tom จึงร่วมมือกับบริษัทร่วมทุน Imaginary Ventures และ John Herman (อดีตผู้บริหาร Nutrabolt/C4) เพื่อเปิดตัว BERO โดยที่ Tom ดำรงตำแหน่ง Co-Founder ถือหุ้นจริงคาดว่าราว 30–40
ในยุคที่ผู้คนหันมา “รักสุขภาพ” ส่งผลให้อุปกรณ์เพื่อสุขภาพกลายเป็นไอเทมที่ผู้คนยอมควักกระเป๋าจ่าย หนึ่งในนั้นคือ “Whoop” แบรนด์สายรัดข้อมืออัจฉริยะไร้หน้าจอ ที่ช่วยติดตามสุขภาพ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่นอนยันตื่น Whoop ถูกพัฒนาโดย Will Ahmed นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) ก่อนเติบโตเป็นธุรกิจระดับหมื่นล้าน และมีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 2.7 ล้านคน แต่รู้หรือไม่ว่า เส้นทางการของ Whoop ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลงใหลการออกกำลังกาย จุดเริ่มไอเดีย Will Ahmed ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวัย 36 ปี หลงใหลการเล่นกีฬามาตั้งแต่วัยเรียน เขาลองเล่นกีฬามาหลายชนิด ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมกีฬาสควอชของมหาวิทยาลัย ระหว่างศึกษาในสาขา Government และ Economics เขาทุ่มเทกับการฝึกจนร่างกายบาดเจ็บ เพราะรับไม่ไหว ก่อนค้นพบคำตอบจากงานวิจัยที่เขาใช้เวลาศึกษาเรื่องสรีรวิทยาอยู่หลายร้อยฉบับว่า อาการที่เกิดขึ้นมาจากการฝึกที่หนักเกินไป ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักกีฬาระดับอาชีพเท่านั้น แต่สามารถเกิดกับใครก็ได้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้เขามองเห็นช่องว่างในตลาดว่า ยังมีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายอีกจ
