SMEs
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านของ “ป้าจิบ” สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเสื้อผ้าที่แสนจะแฟชั่น ที่ป้าจิบบอกกับเส้นทางเศรษฐีด้วยรอยยิ้มว่า “ชุดนี้ตัดเอง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว” ป้าจิบในวัย 60 ปี เต็มไปด้วยความสดใส พร้อมกับเอเนอร์จี้ความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหลายอย่าง จนเราแทบไม่เชื่อ เมื่อป้าจิบเริ่มเล่าให้ฟังว่า “ชีวิตวัยรุ่น ชีวิตแม่บ้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ…เงียบมาก เงียบจนไม่คิดว่าเราจะมีอนาคต” หากมองย้อนกลับไปในอดีต ชีวิตของเธอมีเพียงแค่การทำกับข้าว รับส่งลูก ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน เป็นวงจรชีวิตที่เรียบง่ายจนเจ้าตัวยังไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเกษียณของเธอจะเปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ได้ตัดชุดใส่เองในแบบที่ตัวอยากเป็น รวมถึงการแบกกระเป๋าเป้เที่ยวคนเดียวมาแล้วหลายประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต ถึงจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในวัยเกษียณ และเรื่องราวการทำแบรนด์ยาหม่องที่ชื่อสุดพีก “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” จุดเริ่มต้นจากการให้สิ่งดีๆ กับคนที่รัก ป้าจิบเล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวที่อยู่เยอรมันอยากได้น้ำ
เพลงบางเพลง แค่ได้ยินเสียง ในหัวเราก็ฉายหน้านักร้องกับท่าเต้นสุดบาดใจของเขาได้แล้ว รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของเพลงและท่าเต้นเหล่านี้ ล้วนมาจาก ‘กลยุทธ์การตลาด’ ที่ค่ายคิดมาอย่างแนบเนียน ต่อให้คุณจะติดตาม K-Pop หรือไม่ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คุณไม่เคยได้ยิน หรือได้เห็นท่าเต้น K-Pop มาก่อน เพราะทุกอย่างมันแมสเสียจนต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ย้อนกลับไปเกือบยี่สิบปีก่อน เพลงระดับตำนานที่เคยสร้างปรากฏการณ์เมกะฮิตทั่วโลก อย่าง เพลง “Sorry, Sorry” วง Super Junior ท่าเต้นล้างมือที่ GenY ทุกคนต้องรู้จัก ถัดมาเพลง “Nobody” ของ Wonder Girls กับท่าเต้นปรบมือตามจังหวะ ร้องเล่นเต้นตามกันได้ทั่วโลก จน Wonder Girls กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการ K-Pop ขยับมาหน่อยก็เจอ Gangnam Style ของ PSY พร้อมท่าเต้นควบม้าสไตล์หนุ่มกังนัมคนเท่ ก็ดังพลุแตก จนทำให้นักร้องกลายเป็นศิลปินที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลี กวาดเงินจากความนิยมไปได้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด ศิลปิน เพลง ท่าเต้น = สินค้า เพลงคือสินค้าอย่างหนึ่ง ที่ฝ่ายการตลาดของค่ายต้องตีโจทย์ให้แตกว่า จะทำอย่างไรให้มันดูน่า
เคยคิดไหมว่า “ไข่ไก่” สินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จะสามารถอัปราคาขึ้นมาเป็นฟองละกว่า 200 บาท และกลายเป็นธุรกิจที่คนยอมต่อคิวซื้อได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนมาถอดโมเดลธุรกิจจากร้านไข่ไก่ในย่านโคมาโกเมะ (Komagome) เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ขายแค่ไข่ไก่ แต่กำลังขายเรื่องราว ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล Gen no Tamagoya San หรือ ร้านไข่ไก่ลึกลับ (Phantom Egg Shop) แหล่งรวม “ไข่ไก่สายพันธุ์หายาก” ที่ไม่มีทางหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเริ่มต้นของร้านนี้บริหารโดย “มิสเตอร์ TKG (Tamago Kake Gohan)” ผู้เชี่ยวชาญด้านไข่ไก่ โดยเขาเล่าให้ฟังว่า “เดิมทีไข่ไก่สายพันธุ์หายากระดับพรีเมียมเหล่านี้ เกษตรกรจะส่งตรงให้เฉพาะเรียวกังโบราณ หรือร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในท้องถิ่นเท่านั้น แต่พอเจอวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงัก เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีช่องทางระบายสินค้า เราเลยอยากเป็นสะพานเชื่อม นำไข่ไก่คุณภาพสูงเหล่านี้มาให้คนทั่วไปได้ลิ้มลอง” จนปัจจุบันในร้านมีไข่ไก่แบรนด์ต่างๆ ทั่วประเทศลงทะเบียนไว
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของแม่ที่อยากหารายได้เสริมเข้าบ้าน สู่ก้าวแรกของการเข้าสู่ธุรกิจน้ำยาทำความสะอาดที่ได้ลูกสาวมาช่วยต่อยอดให้เติบโต ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูจุดเริ่มต้นและการเติบโตที่ “ไม่หยุดพัฒนา” ของแบรนด์ “I-Richly” (ไอริชลี่) ผ่านมุมมองของรุ่นแม่ ปราณี งอกงาม และ ดรีม-กนกวรรณ งอกงาม ทายาทธุรกิจ บริษัท ไอ-ริช แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาถูพื้น ฯลฯ ที่สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นของ “ไอริชลี่” น้ำยาทำความสะอาด ก่อนมาเป็น “ไอริชลี่” แบรนด์น้ำยาทำความสะอาดรายได้เกือบ 30 ล้านต่อปี เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ ของแม่บ้านคนหนึ่ง “ปราณี งอกงาม” อยากมีรายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว จึงเริ่มต้นรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากญาติมาขายหน้าบ้าน ขยับขยายสู่การออกบูธจนได้จับเงินก้อนแรก 4,700 บาท แต่ด้วยไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ และตอบคำถามลูกค้าได้ไม่ครบถ้วน เช่น ความปลอดภัย การใช้วัตถุดิบในการผลิต ฯลฯ จึงตัดสินใจผลิตสินค้าด้วยตัวเองเพราะอยากให้ค
เรื่องราวของ Haanee Tyebally และ Braedan Tegenfeldt สามีชาวอเมริกันที่ช่วยกันปั้นแบรนด์กรีกโยเกิร์ตในชื่อ Annie’s All Natural เสิร์ฟในโรงแรมหรู 5 ดาวหลายแห่ง โดยมีกำลังการผลิตถึง 4,000 กิโลกรัมต่อเดือน แปรรูปนมมากกว่า 8,000 ลิตร ทว่าแบรนด์นี้กลับไม่ได้เริ่มต้นในประเทศสิงคโปร์ แต่เริ่มที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา สถานที่ที่คู่รักคู่นี้เติบโตมาด้วยกันและร่วมกันสร้างชีวิต แม่ของ Braedan ทำกรีกโยเกิร์ตให้กินที่บ้านหลังกลับจากไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศกรีซ ซึ่งในตอนนั้นเริ่มมีชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นย้ายกลับมาเมียนมาจำนวนมาก แต่กรีกโยเกิร์ตคุณภาพดีกลับหาซื้อยาก ช่องว่างในตลาดนี้ ทำให้ Braedan เริ่มก่อตั้งธุรกิจนี้ในปี 2014 เขาลาออกจากงานประจำและเริ่มผลิตกรีกโยเกิร์ตโฮมเมดในโรงจอดรถที่บ้านของพ่อแม่ จากนั้นธุรกิจก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากการเป็นซัพพลายเออร์ส่งให้โรงแรม เช่น Belmond’s Governor’s Residence ไปจนถึงวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา ส่วน Haanee ภรรยาของเขายังทำงานประจำ ก่อนตัดสินใจมาร่วมธุรกิจในปี 2020 หลังย้ายไปอยู่สิงคโปร์ด้วยกัน โดยเวลาเกือบ 2 ปี สร้างโรงงา
Saboten หนึ่งในเชนร้านทงคัตสึที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1966 ที่ย่านชินจูกุ และสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านทงคัตสึมายาวนานกว่า 60 ปี ปัจจุบันมีมากกว่า 600 สาขา ใน 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย แคนาดา จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย Saboten เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท โซจิทสึ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท กรีน เฮ้าส์ ฟู้ดส์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2551 และดำเนินธุรกิจต่อเนื่องมากว่า 18 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ เดอะ พรอมานาด เซ็นทรัล พระราม 9 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เทอร์มินอล 21 พระราม 3 เซ็นทรัล พัทยา และเจพาร์ค ศรีราชา ล่าสุด Saboten ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี เพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ร้านและประสบการณ์ของลูกค้า โดยยังคงจุดแข็งด้านคุณภาพอาหารภายใต้แนวคิด “เพิ่มคุณภาพ แต่ไม่เพิ่มราคา” คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เผยว
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดเวที SME x Influencer ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “PROUD TO BE MINE, MY SME เพราะแบรนด์ที่เติบโตในยุคนี้ คือแบรนด์ที่กล้าเป็นตัวเอง” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการ SME อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง จากเด็กวัดที่เริ่มต้นจากศูนย์ หาเงินตั้งแต่ยังเด็ก ชื่นชอบการกินสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Foodie แถวหน้าของไทยที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ชมไม่ได้เลือกติดตามเพียงเพราะคอนเทนต์ แต่เลือกติดตาม “ตัวตน” ของผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้นการยัดเยียดการขายแบบฮาร์ดเซลล์จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที แบงค์กิ แนะนำว่า คอนเทนต์ที่ดีต้องดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่ 1-2 วินาทีแรก พร้อมทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจอสไตล์ของตัวเอง วาง Storytel
ท่ามกลางความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ลึกเข้าไปในซอยจรัญ 13 แถวๆ นั้นจะมีร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรอยู่ร้านหนึ่ง ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ ยังไงก็หาไม่เจอ ในบริบทที่บอกนี้ ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่า “เป็นร้านลับ” แต่อย่างใด แต่ร้านนี้เขามีซิกเนเจอร์ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ปิดตา หรือ Pidta.Bkk ร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรของสองแม่ลูกคู่ซี้ ที่เปิดขายอยู่ในซอยพาณิชยการธนบุรี 11 เดินเข้าไปในซอยเจอกับบ้านปูนผสมไม้ 2 ชั้น รั้วหน้าบ้านสีเขียว มีต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นอยู่หน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไป สิ่งแรกที่จะออกมาทักทายก่อนใคร ยกให้กับเจ้าตูบสีขาว ชื่อว่า “ความสุข” รีบวิ่งออกมารับรองแขกที่มาเยี่ยมทันที พอเดินเข้าไปก็ได้เจอกับ คุณต่วย-ธีฆา พุ่มภักดี อายุ 39 ปี และ แม่ตุ๊-ชเนตตา พุ่มภักดี อายุ 78 ปี เจ้าของร้านตัวจริงเดินออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ระหว่างนั้นก็ได้ทักทายพูดคุยถึงการเดินทางต่างๆ จนมาถึงคำถามเกี่ยวกับการเริ่มต้นของร้านนี้ คุณต่วยและแม่ตุ๊หันมองหน้ากันแล้วเล่าให้เราฟังว่า แม่ตุ๊จบวิทยาศาสตร์การพิมพ์แล้วเกษียณงานมาตอนอายุ 73 ปี อยู่บ้านเพียงลำพังกับน้องความสุข เขาเลยคิดว่า อยากจะหาอะไรให้แม่ทำ ไม่อยากให้อย
หากใครบินไปอิตาลี ต้องรู้เป็นอย่างแน่นอนว่ามีคาเฟ่และร้านขนมระดับตำนานเมืองมิลานที่ห้ามพลาดอยู่ นั่นก็คือ COVA ตั้งอยู่บนถนนแฟชั่นสาย ถนนมอนเตนาโปเลโอเน เลขที่ 8 และในวันนี้ได้ยกทัพมาเปิดถึงกรุงเทพมหานครแล้ว สรุป 5 อินไซต์สำคัญ ที่จะทำให้คุณรู้จักแบรนด์ระดับตำนานนี้ 1. แบรนด์อายุ 200 กว่าปี COVA (หรือชื่อเต็มๆ คือ Caffè-Pasticceria Cova) คาเฟ่และร้านขนมหวานระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ของประเทศอิตาลี มีต้นกำเนิดในปี 1817 ใกล้กับโรงอุปรากร Teatro alla Scala ก่อนย้ายมาตั้งอยู่บนถนน Via Montenapoleone ย่านแฟชั่นชื่อดังในปี 1950 2. เกร็ดความ (ไม่) รู้ แบรนด์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือ LVMH กลุ่มบริษัทสินค้าหรูระดับโลก พูดง่ายๆ คือเป็นญาติห่างๆ กับ Louis Vuitton, Celine, Moët & Chandon นั่นเอง ซึ่งใครจะคิดว่าร้านขนมเล็กๆ ข้างโรงโอเปร่าเมื่อ 200 ปีก่อน จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรลักชัวรีระดับโลกได้ และปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 35 สาขาทั่วโลก 3. การนำเข้ามาเปิดในประเทศไทย เบื้องหลังการมาไทยครั้งนี้คือ บริษัท บุญลาโภ จำกัด ที่ใช้เวลาหารือกับพาร์ตเนอร์ราว 6 เดือน จนได้ข
เมื่อพูดถึงชานมไข่มุก หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึง คงหนีไม่พ้น “Gong Cha” แบรนด์ที่มีต้นกำเนิดในประเทศไต้หวัน ดังในเกาหลี และกลับมาเปิดสาขาในไทยอีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา หลังเคยเปิดในไทยและปิดตัวไปแบบเงียบๆ เมื่อราวสิบปีก่อน Gong Cha เริ่มต้นจากร้านชาเล็กๆ เปิดให้บริการในปี 1996 โดยสองเพื่อนรัก หวง และ อู๋ ก่อนที่ “มาร์ติน เบอร์รี” (Martin Berry) Founder and Chairman ของ Gong Cha Global จะเข้ามาขยายธุรกิจหลังเห็นศัพยภาพของแบรนด์นี้ขณะไปตัดผมที่ห้างสรรพสินค้าในประเทศสิงคโปร์ โดยเขาสามารถขยายสาขาได้มากกว่า 2,000 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก จากเดิมที่มีสาขาอยู่เพียง 4 ประเทศในเอเชีย ซึ่งในปัจจุบัน Gong Cha Global อยู่ภายใต้การบริหารของ TA Associates มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร โตมากับความเป็นผู้ประกอบการ มาร์ติน เบอร์รี เคยเป็นผู้บริหารธนาคารที่ทำรายได้สูงถึง 7 หลัก ในวัย 30 ต้นๆ เขาตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกไม่ชอบระบบขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีแต่เรื่องของการบริหารความเสี่ยง เขาเล่าว่าตัวเองมีสายเลือดของผู้ประกอบการมาตั้งแต่เด็กๆ แม้จะเติบโตมาในแถบชนบทของเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ก
