SMEs
ทุกวันนี้การใช้ AI ในชีวิตประจำวันแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้คนย่นระยะเวลาในการทำงาน ลดต้นทุนได้หลายด้าน อย่าง OpenAI เป็นบริษัทที่สร้างขึ้นมาเพื่อวิจัยและพัฒนาระบบ AI ของ ChatGPT ส่วน ChatGPT เป็น AI ที่พัฒนาขึ้นจากโครงสร้าง GPT Sam Altman (แซม อัลต์แมน) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ที่เป็นบริษัทผู้พัฒนา ChatGPT เผยว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจ API เพียงอย่างเดียว “คนส่วนใหญ่รู้จักเราในฐานะผู้พัฒนา ChatGPT แต่ทีมพัฒนา API ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน” เขากล่าว โดย API ของ OpenAI เป็นโมเดลที่ช่วยให้บริษัทและนักพัฒนาซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถฝังโมเดลของ OpenAI ลงในผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ไปจนถึงเครื่องมือเขียนโค้ด แม้ว่ารายได้ของ OpenAI จะพุ่งสูงขึ้น แต่ทางบริษัทกลับต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง ทั้งค่าประมวลผล (Computing Power) และการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทอาจต้องใช้เงินลงทุนสู
ต้องนั่งรถกว่า 4 ชั่วโมงจากกรุงโซล เดินขึ้นเขาไปยัง ‘ฟาร์มโสมปิด’ เพื่อให้ได้โสมอายุ 6 ปีที่มีคุณภาพที่สุดมาสกัด แม้ต้นทุนจะสูงมาก แต่ คุณปุ๊ก-เบญจกิติ เมฆแสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sewa ยังยืนยันที่จะทำราคาสมเหตุสมผล หวังเปิดใจให้ลูกค้าได้ลอง เพราะเชื่อว่าคุณภาพระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ ไม่จำเป็นต้องขายขวดละหลายพันบาทเสมอไป ท่ามกลางกระแสบิวตี้ที่หมุนไว มีหลากหลายแบรนด์ที่เข้ามาท้าชิงในตลาดนี้มากขึ้น สำหรับ เซวา ที่ยังคงตั้งใจนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภคแบรนด์มาเป็นเวลาร่วม 10 ปี แต่ก็มีบางช่วงที่ต้องเผชิญกับวิกฤตและความท้าทายใหม่ๆ ให้ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นั่งคุยกับ คุณปุ๊ก ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตั้งแต่ “หลังบ้าน” จนถึงวันที่ต้องก้าวออกมา “หน้าบ้าน” เพื่อประกาศว่า เซวาไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม จุดเริ่มต้นจากความชอบและความเชี่ยวชาญ หากถามว่าความสำเร็จของเซวามาจากไหน และทำไมถึงกล้าที่จะลงมาเล่นกับตลาดเครื่องสำอาง คุณปุ๊กเล่าให้เราฟังว่า เธออยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่เรียนจบ ตอนนั้นเรียกตัวเองว่าแม่ค้าออนไลน์ เป็นเด็กน้อยรับหิ้วข
ขนมเบื้อง เป็นขนมไทยที่ใครหลายคนชอบทาน จุดเด่นอยู่ที่แป้งบางกรอบ มาพร้อมไส้เค็มและหวาน โดยแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน อย่างร้าน “ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย” จะมีลักษณะแป้งบาง ไส้แน่น ชิ้นใหญ่ โรยหน้ามะพร้าวอ่อน เดิมเป็นร้านขนมเบื้องเล็กๆ ที่ขายอยู่ตามตลาดนัด แต่ปัจจุบันเปิดมากว่า 41 ปี สามารถขยายสาขาไปได้กว่า 10 แห่ง และการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand 4 ปีซ้อน (2021-2024) วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณผึ้ง-ยุพดี กิจทวี ทายาทรุ่นที่ 3 ร้านขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย ที่สืบทอดกิจการต่อจากครอบครัว และสามารถพัฒนาร้านจนกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากธุรกิจครอบครัว สู่ความสำเร็จระดับมิชลิน คุณผึ้ง เล่าว่า เธอเข้ามารับช่วงต่อกิจการนี้ตอนประมาณอายุ 26 ปี โดยร้านนี้เป็นร้านที่พ่อกับแม่สร้างขึ้นมาด้วยกัน สูตรและวัตถุดิบต่างๆ อย่าง ไส้ฝอยทองหรือไส้เค็ม ก็นำมาจากคุณย่า “ส่วนตัวผึ้งไม่ได้ประกอบอาชีพอื่นเลยค่ะ เรามารับช่วงต่อร้านหลังจากคุณพ่อเสีย ซึ่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกพิเศษคือการได้สืบต่อสิ่งที่ครอบครัวทำไว้ และยังคงรักษาความตั้งใจในการทำขนมให้ดีที่สุดเ
กลับมาเป็นกระแสไวรัลอีกครั้ง หลังจากที่ “จางวอนยอง” ไอดอลเกาหลีวง IVE ไลฟ์กินชานมแล้วพบว่าอร่อยมาก จนต้องปิดไลฟ์เพื่อไปหาว่าคือเมนูอะไร โดยเมนูที่น้องวอนยองกิน พี่สาวชาวเน็ตแกะสูตรมาให้แล้วว่าน่าจะเมนูเป็นรส 青青糯山 ชิงชิงนั่วซาน (ชานมใบข้าว) ซึ่งมีขายที่จีนและไทยเท่านั้น ล่าสุด กระแสนี้ทำให้ติดเทรนด์ยอดนิยมของ Meituan มียอดการค้นหาว่า “หาซื้อ CHAGEE แบบเดียวกับที่วอนยองดื่ม” เพิ่มถึง 162% โดย CHAGEE (ชาจี) เป็นแบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,700 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาตีตลาดไทยสาขาแรก ที่ ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จุดเริ่มต้น CHAGEE เกิดจาก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) ซึ่งเขาเคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน ต่อมาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น CHAGEE (ชาจี) มีต้นกำเนิดจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เปิดสาขาแรกเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งชื่อแบรนด์มาจากบทละครจีนเรื่อง “Farewell My Concubine” (霸王别姬) ที่เล่า
อดีตทนายความผันตัวมาสานต่อธุรกิจครอบครัว ปั้นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ในตำนาน พร้อมขยายฐานลูกค้าจากร้านเล็กๆ ที่พัทยาสู่กรุงเทพฯ ปัจจุบันขยายสาขาไปแล้วกว่า 30 แห่ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณชาณ เรืองรุ่ง ทายาทรุ่น 2 ของ “ร้านแม่ศรีเรือน” ที่สามารถพาแบรนด์ฝ่ากฤตและเติบโตได้อย่างยาวนาน 65 ปี โดยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท จุดเริ่มต้นจาก “ก๋วยเตี๋ยวไก่ในยุควิกฤต” ย้อนกลับไปประมาณปี พ.ศ. 2490 ซึ่งตอนนั้นเป็นรัฐบาลภายใต้จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยจะมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะเกิดข้าวยากหมากแพง ซึ่งรณรงค์ให้คนไทยหันมากินก๋วยเตี๋ยวแทนข้าวแกง “คุณยายศรีเรือน ซึ่งอดีตเคยเป็นพระต้นเครื่องในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี คิดสูตรก๋วยเตี๋ยวไก่ขึ้นมาเป็นชามเล็กๆ โดยเอาเครื่องเคียงของไทย ผ่ามะนาวแล้วบีบใส่ โรยด้วยถั่วงอกดิบ คั่วพริก พริกขี้หนูแห้ง ต้นหอม กระเทียมเจียวสดๆ แล้วก็คั่วถั่ว แบบกระทะใบบัวก็ทำเป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยวแห้งยำ” ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2498 ได้มีกระแสความฮิตของเพลง “แม่ศรีเรือน” ที่แต่งโดย คุณไพบูลย์ บุตรขัน และขับร้องโดย คุณชาญ เย็นแข ทำใ
ก้าวข้ามปีใหม่ได้เกือบ 1 เดือน เชื่อว่าหลายคนมีเป้าการใช้ชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการดูแลร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ลองมาดูนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตยุคใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กันดีกว่า ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับไลฟ์สไตล์ให้ทันสมัยและยั่งยืน การดูแลสุขภาพกายและใจ ไปจนถึงการสร้างสังคมที่ใส่ใจทุกคน Molly Ally นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ หลายคนมักเริ่มต้นปีด้วยการตั้งปณิธานในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการดูแลสุขภาพคงหนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกิน เพราะรสชาติที่อร่อยบางครั้งก็มักตรงข้ามกับสุขภาพที่ดี ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงรสชาติที่อร่อย “Molly Ally” นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้แพ้แล็กโทส และชาววีแกน ผลิตภัณฑ์นี้ใช้กระบวนการ Emulsify Integrated System ที่รวมกระบวนการพาสเจอไรเซชันและโฮโมจีไนเซชันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อม
เพราะ“ร้านชำ” คืออาชีพที่ ย่า พ่อ และแม่ ทำมานาน เป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัว ใช้หนี้ รวมถึงส่งเสียให้ คุณกิตติกรณ์ นิยมมาก หรือ ป๊อป เรียนจบปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์ หลังเรียนจบ เขากลับมารับช่วงต่อร้านชำของที่บ้านเต็มตัว “ผมอยู่กับร้านชำมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยไปเจอคนวงการอื่น อาชีพนี้ช่วยอะไรในชีวิตหลายๆ อย่าง เลยอยากทำต่อจากพ่อ” จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก คุณป๊อป บอกว่า มีหลายสิ่งพัฒนาขึ้น เช่น จากใช้เครื่องคิดเลข เปลี่ยนมาเป็นระบบ POS จากตาชั่งธรรมดา เป็นตาชั่งดิจิทัล หรือแม้กระทั่งการซื้อของเข้าร้าน จากเมื่อก่อนซื้อแต่ของที่ตัวเองใช้ เพราะกลัวไม่มีลูกค้าซื้อ เป็นซื้อของตามความต้องการของลูกค้า “ผมคุยกับแฟน ถ้าเราอยากอยู่รอด อยากไปต่อ ต้องเอาความต้องการของลูกค้าเป็นใหญ่ ไม่ใช่เอาความต้องการของตัวเอง แถวนี้จะเป็นกลุ่มลูกค้า แม่บ้าน พ่อบ้าน ของที่เอามาขาย ก็จะเป็น ข้าวของเครื่องใช้ ของสด ของแห้ง เครื่องสำอางจะรองลงมา ถ้าไม่รวมพวกเตาแก๊ส ผมว่า มาที่ผมจบอยู่นะ” นอกจากสินค้าทั่วไป ยังมีของจากคนในชุมชนที่คุณป๊อปยินดีให้นำมาฝากขาย อย่างเช่น แซนด์วิช เบเกอรี่ น้ำจ
“อาชีพเสริม” ไม่ได้เป็นเพียงรายได้ทางเลือกของมนุษย์เงินเดือนในยุคนี้ แต่ยังอาจต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจหลักได้จริง เช่นเรื่องราวของ คุณเมย์-สุปรียา วรเวชวัฒนา มนุษย์เงินเดือนที่เริ่มต้นทำอาชีพเสริมเล็กๆ ขายเค้กกล้วยหอมโฮมเมด ก่อนขยับไปเปิดท้ายขายเค้กหน้าปากซอยบ้านทุกวันอาทิตย์ ในชื่อ Maysa.Bakehome x Langlens Cafe ถึงปัจจุบันเธอลาออกจากงานมาทำคาเฟ่แห่งนี้เต็มตัว จุดเริ่มต้นอาชีพเสริม คุณเมย์ทำงานประจำมาโดยตลอด จนกระทั่งพี่สะใภ้นำเตาอบมาฝากไว้ที่บ้าน ประกอบกับมีกล้วยน้ำว้าจากสวนจำนวนมาก จึงลองหยิบมาทำเค้กกล้วยหอม ที่ใช้เป็นกล้วยน้ำว้าแทน เพื่อให้คุณตาได้ลองทานเมนูโปรด เมื่อพี่สะใภ้นำเตาอบกลับคืนไป คุณเมย์ตัดสินใจซื้อเครื่องอบ เครื่องผสมแบบตีมือมาทำขนมต่อ โดยเรียนรู้สูตรจากยูทูบ จนได้เค้กกล้วยหอมน่าทาน รสชาติอร่อยลงตัว เมื่อนำไปให้เพื่อนๆ ในที่ทำงานชิม ก็ได้รับคำชมว่าอร่อย และได้รับออร์เดอร์สั่งไปจัดประชุม เค้กกล้วยหอมจึงเป็นเมนูแรกที่ขายได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพเสริมนี้ จากนั้นเธอได้ทำขนมขายออนไลน์ในไอจีและเฟซบุ๊กแบบไม่มีหน้าร้านมาเรื่อยๆ พร้อมเพิ่มเมนูใหม่ๆ ตามกระแส ณ ช่ว
จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ใครหลายคนเผชิญกับปัญหามากมาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแอร์โฮสเตสสาวที่เธอเพิ่งจะเริ่มงานกับทางสายการบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ ไม่ถึงหนึ่งปี จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องกลับมาทบทวนตัวเอง และเริ่มลงมือทำสิ่งที่รักอีกครั้ง นั่นคือ “การทำขนม” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบยกเรื่องราวของ Calista Wong (คาลิสตา วอง) อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 29 ปี ที่ตัดสินใจลาออกจากสายการบินระดับโลก เพื่อมาทำธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดของตัวเอง ชื่อว่า WKND Bakes ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทำร่วมกับคุณแม่ เพื่อใช้เวลาที่มีค่าร่วมกับครอบครัวให้มากขึ้น พลิกวิกฤต สู่โอกาสใหม่ ในช่วงล็อกดาวน์ คาลิสตาในวัย 24 ปี ได้ร่วมมือทำธุรกิจกับคุณแม่ที่เกษียณแล้ว เปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดเล็กๆ ภายใต้ชื่อ Huarantine (ฮัวรันไทน์) ต่อมาไม่นาน เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติ เธอจึงกลับไปทำงานบนเครื่องบินอีกครั้ง แต่ก็ทำอาชีพเสริมนี้ควบคู่ไปด้วย จนกลายเป็นสิ่งที่เริ่มจริงจังมากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก กระทั่งช่วงปลายปี 2025 เธอตัดสิดใจลาออกจาก Singapore Airlines เพื่อหันมาทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว พร้อมกับรี
บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ คือที่ตั้งของ Jim Thomson Farm (จิมป์ ทอมสัน ฟาร์ม) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมพื้นถิ่นอีสานระดับโลก ที่เคยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเดือนละนับแสนคน ฟาร์มแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของลูกหลานชาวอีสานที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของรากเหง้าผ่านเกษตรกรรม ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างร่วมสมัย พร้อมสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน ในคอนเทนต์ชุด “โอกาส” ธุรกิจเกษตร “Sentangsedtee – เส้นทางเศรษฐี X Technologychaoban – เทคโนโลยีชาวบ้าน” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณต้อง บุตรศรีชา ผู้จัดการ จิมป์ ทอมสัน ฟาร์ม ถึงจุดเริ่มต้น แนวคิดการพัฒนา และบทบาทของฟาร์มที่เติบโตเคียงข้างชาวอีสานตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสู่จิมป์ ทอมสัน ฟาร์ม คุณต้องเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองว่า ก่อนมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมอีสาน จิมป์ ทอมสัน ส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคอีสาน 18 จังหวัด ซึ่งมีสมาชิก 3,500 ครอบครัว ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานทอผ้า &
