SMEs
ย่านทองหล่อ-เอกมัย เป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยร้านแฮงเอาต์หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ร้านนั่งชิล บาร์รูปท็อป คลับที่เน้นแสงสีเสียง หรือร้านอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นย่านสุดฮิต ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพราะสามารถเลือกร้านนั่งเมาท์มอย หรือปาร์ตี้หนักๆ หนึ่งในร้านที่ฮอตฮิตในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น “อีหล่า อีสานกายะ” ร้านอาหารอีสานที่มาในคอนเซ็ปต์อิซากายะ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกินดื่ม แต่กลายเป็นพื้นที่แฮงเอาต์ประจำของคนเมือง เหมาะสำหรับนั่งสังสรรค์หลังเลิกงาน อาหารมีรสชาติจัดจ้าน มาในบรรยากาศสบายๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ ราคาเริ่มต้น 69 บาท ทำให้มีลูกค้าแวะมาแบบไม่ขาดสาย ในคอลัมน์ Entreprenuer วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนไปพูดคุยกับ คุณตาล-ธนวัฒน์ แสงอำไพ ผู้ก่อตั้งร้าน “อีหล่า อีสานกายะ” ที่พลิกบทบาทจากอาชีพทนายมาเป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร โดยปัจจุบันเปิดมา 4 ปี ขยายไปกว่า 4 สาขา ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ 100 ล้านบาท จุดเริ่มต้น “อีหล่า อีสานกายะ” คุณตาลทำงานเป็นทนายอยู่ประมาณ 5 ปี แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบสังสรรค์ ทำให้การดื่ม ในช่วงกลางคืนแล้วไปทำงานตอนเช้า อาจทำให้เขาทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงมองหาส
ไม่กี่ปีมานี้ เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกับเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีก เรียกได้ว่าโดดเด่นและมาแรงมากในทุกแพลตฟอร์ม และมีเพียงไม่กี่เจ้าที่ทำออกมาขายแล้วจับกระแสตลาดได้อย่างตรงจุด หนึ่งในนั้นคือ “Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก” ที่เปิดตัวขายเพียงเท่าไหร่ทำให้ลูกค้าต่อคิวซื้อกันแน่น เริ่มต้นขายวันแรกแค่ 100 กล่อง จนปัจจุบันสร้างยอดขายไปแล้วกว่า 170 ล้านบาท อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก ที่เริ่มต้นจาก 100 กล่อง สู่ร้อยล้าน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ไปพูดคุยกับ คุณเพ็บ-นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ คุณภัทร์-ธภรัท เวโรจน์ฤดี เจ้าของแบรนด์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไฟแรงในการทำธุรกิจ โดยได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ว่า… เริ่มจาก…เมนูที่บ้าน “เราอยากพรีเซนต์เมนูที่บ้าน ที่ปรุงมาให้เรียบร้อยแล้ว เสิร์ฟแล้วทานได้เลย อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม” เส้นหมี่ไก่ฉีก เป็นเมนูประจำบ้านที่เมื่อเวลาเพ็บไปบ้านคุณย่า แล้วจะได้ทานทุกสัปดาห์ ซึ่งต่อมาสูตรก็ถูกถ่ายทอดมาให้คุณแม่ของเธอ พอได้มารู้จักกับภัทร์ก็ได้ทำให้ลองทาน เมื่อภัทร์ทานเข้าไปแล้วก็รู้สึกว่า “เฮ้ย มันอร่อย” และไม่เคยทานรสชาติแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ทำให้นี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2568 “ตลาดสุกี้” คือหนึ่งในสนามธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาชิงเค้กก้อนใหญ่ และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้ว ซึ่งแบรนด์ที่ลงสนามท้าชนในตลาดนี้ มีทั้ง MK, สุกี้ตี๋น้อย และลัคกี้ สุกี้ ต่างสลับกันปล่อยหมัดเด็ด แข่งกันด้วยโปรโมชัน สู้กันด้วยราคา รวมทั้งออกเมนูที่หลากหลาย เพื่อหวังครองใจผู้บริโภคไทยที่ชื่นชอบการกินบุฟเฟต์ ใน SMEs Survivor “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องราวของแบรนด์ดังกล่าวขึ้นมาเล่า ก่อนปิดฉากปี 2568 “MK Restaurants” ตำนาน 39 ปี เริ่มกันที่แบรนด์ในตำนาน “MK Restaurants” ชื่อนี้คนไทยคุ้นหูกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเปิดมายาวนาน 39 ปี แต่ความเป็นตำนานไม่ได้ช่วยให้แบรนด์คงความนิยมได้ตลอด เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น MK Restaurants “ปรับตัว” ครั้งใหญ่ จากอะลาคาร์ต สู่ “บุฟเฟต์” โมเดลที่เปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า และประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นบุฟเฟต์ “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet 49
เพราะชอบกินน้ำแตงโมเป็นชีวิตจิตใจ จึงนำความชอบมาสร้างธุรกิจ Babe Fruit (เบ๊บฟรุ๊ต) แบรนด์น้ำแตงโมสลัชชี่ ชูจุดเด่น ไม่ใส่น้ำแข็ง ไม่ผสมน้ำเชื่อม และไม่ปรุงแต่ง โดย คุณออย-ไอลัดดา สารีธา อายุ 31 ปี เจ้าของแบรนด์ ที่ปั้นเมนูฮิตจนขายดี ใช้แตงโมวันละ 800-1,000 กิโลกรัม เรื่องราวความสำเร็จของเธอเป็นมาอย่างไร “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับคุณออย เธอเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านขายเมนูดองเกาหลี และชานมไข่มุกดีลิเวอรีที่บ้านในช่วงโควิด ซึ่งขายดีมากในช่วงนั้น แต่พอถึงช่วงที่โรคระบาดเริ่มซา คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยสั่งดีลิเวอรีเหมือนเคย เธอจึงต้องพาเมนูดองเกาหลี และชานมไข่มุก ออกไปหาลูกค้าตามงานอีเวนต์ แต่เมนูดองเกาหลีค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนจะชอบทาน ส่วนชานมไข่มุก แม้จะปรับสูตรไม่อ้วนไปขาย ก็ยังไม่ได้รับความนิยม เพราะลูกค้าไม่เข้าใจในโปรดักต์ และไม่มั่นใจในรสชาติ เธอเลยต้องสู้แบบสุดตัว ไม่คิดยอมแพ้ พยายามพาแบรนด์ออกอีเวนต์อยู่หลายงาน จนถึงที่สุด ก็รู้ว่าทำมาสุดเพดานแล้ว และนับเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มต้นทำอีกแบรนด์ขึ้นมา เพื่อซัพพอร์ตกัน
ในปี 2025 เราได้เห็นผู้ประกอบการไทย หยิบ “วัตถุดิบท้องถิ่นไทย” มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ที่นำวัตถุดิบจากภาคใต้ ขึ้นสู่จานหรู, คราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม จากโกโก้ที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย ไปจนถึงแบรนด์กาแฟของคนไทย ที่ส่งไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คือภาพสะท้อนของ “SMEs Rising Star 2025” ที่โดดเด่นในด้าน “การชูวัตถุดิบท้องถิ่น” ในปีนี้ “เชฟไอซ์” ร้านศรณ์ ชูวัตถุดิบใต้ สู่อาหารไฟน์ไดนิง ระดับ 3 ดาวมิชลิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าปีนี้ ชื่อของร้าน “ศรณ์” ถูกพูดถึงบนหน้าสื่อเป็นอย่างมาก หลังจากคว้ารางวัลมิชลิน 3 ดาว เป็นร้านแรกในไทย และได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงานเปิดตัวคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของร้านศรณ์ คือการชูวัตถุดิบท้องถิ่นไทยทางภาคใต้ สู่อาหารใต้ไฟน์ไดนิง โดย เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้านผู้ลงพื้นที่กับพ่อครัวแม่ครัวของร้านไปเสาะหาวัตถุดิบและเรียนรู้วิธีการทำอาหารด้วยตัวเองถึงภาคใต้ จนได้พบกับวัตถุดิบมากมาย รวมทั้งวิชาเก่าแก่ในการปรุงอาหา
ในวันที่ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงคอนเทนต์ที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเข้าถึงง่าย ความสบายใจ ช่วยสร้างความสุข และสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสร้าง Impact เพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีการทำคอนเทนต์สุดพิเศษส่งท้ายปี รวบรวมเหล่าครีเอเตอร์และผู้ประกอบการที่ใช้ ‘พลังแห่งเรื่องเล่า’ ในการสร้างผลลัพธ์ ทั้งต่อเศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้คน…ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดผู้รับชมบนโลกออนไลน์เท่านั้น โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ต้องเป็นผู้ที่เล่าเรื่องได้อย่างมีเอกลักษณ์ ถูกจริต เข้าถึงซิกเนเจอร์ของผู้ชม อาทิ ยาสุฮารุ นิชิโอะ จากช่อง Asia Gourmet Story ที่นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ใช้คาแร็กเตอร์หนุ่มออฟฟิศวัยกลางคนในการดำเนินเรื่อง พร้อมกับทำคลิปให้มีความเป็น Cinematic อีกหนึ่งคนที่สร้างเรื่องราว สร้างพื้นที่ฮีลใจให้กับผู้คนได้อย่างดี นั่นคือ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้านแมวริมคลอง สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ และครีเอเตอร์ที่เป็นตัวแทนในฝั่งคนรักษ์โลก ก้อง-ชณัฐ วุฒิ
BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แบรนด์ที่เกิดมาจากความกลัว “กลัวว่าหากวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป” เลยหยิบความชำนาญ ประสบการณ์ในวงการอาหารสตรีตฟู้ด มาสร้างเป็นอาชีพไว้ให้ลูก เพื่อในอนาคตจะเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ลูกสาวของเขาได้ เรื่องราว Family Business ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคุณโอม-มณฑล ทองคำ อายุ 44 ปี เจ้าของแบรนด์ BABY CHIN ที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นการวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาว น้องพอใจ ทองคำ วัย 3 ขวบ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง หัวใจของแบรนด์ คือตัวแทนของความรักจากพ่อ หากจะพูดถึงหัวใจหลักของแบรนด์ คุณโอมได้พูดถึง ความเป็นพ่อ ที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างไว้ให้ลูก เขาเติบโตมากับความลำบากที่ต้องหาเงินอยู่ตลอดเวลา เลยมีความคิดว่า อยากให้ลูกมีเวลาเรียน มีเวลาเล่นได้อย่างสนุกสมวัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างที่เขาเคยเป็น และมีเงินส่งให้ลูกเรียนไปจนจบหมอ “เราอยากให้ลูกรู้จักการขายของ เพราะ ‘การขาย’ เป็นทักษะที่ใครมี ก็เป็นผู้รอดชีวิต” เขากล่าว นอกจากเรื่องของความรักที่พ่อมีใ
#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่ ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเห
ในช่วงเวลาที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังแพร่กระจาย ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างหาทางรอดจากสมรภูมินี้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งหลายๆ คน อาจไม่ได้มองสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤต” แต่มองว่านี่อาจเป็น “โอกาส” ของธุรกิจก็ย่อมได้ เรื่องราวของ นิคกี้ ซีแมน หญิงสาววัย 29 ปี จากแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ตนจะเผชิญกับวิกฤต แต่ก็ก้าวข้ามผ่านและได้พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ให้เป็นโอกาสทอง สร้างแบรนด์มะกอก Freestyle Snacks ที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้คนรักมะกอก แต่ยังสร้างยอดขายถล่มทลาย และเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบมะกอก ให้หันมาหลงรัก จุดเริ่มต้นจากช่วงล็อกดาวน์ ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว นิคกี้เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการให้กับ Bain & Company และได้ไปฝึกงานพิเศษที่ Whisps Cheese Crisps แนวคิดของ Freestyle Snacks เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ในช่วงที่โรคระบาดทำให้บาร์มะกอกสดในร้านขายของชำต้องปิดตัวลง เธอซึ่งเป็นคนชอบมะกอกมากๆ อยู่แล้ว พบว่า มะกอกในขวดโหลแบบเดิมๆ ทั้งคุณภาพและความสะดวก
“ในประเทศไทยมีไข่ไก่ผลิตออกมาถึง 55 ล้านฟองต่อวัน หากคำนวณที่ราคาฟองละ 3.40 บาท จะพบว่ามีมูลค่าหมุนเวียนสูงถึง 187 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 68,255 ล้านบาทต่อปี” นี่คือมุมมองจาก คุณชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ ประธานบริษัท คิงส์เอ้กส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม “King Eggs ราชาไข่ไก่” แบรนด์ไข่ไก่ชั้นนำที่ต่อยอดมาจาก “สุนทรฟาร์ม” ธุรกิจครอบครัวที่เขาเข้ามาสานต่อในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 จนกลายเป็นอาณาจักรฟาร์มไข่ไก่อันดับต้นๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปเจาะลึกเส้นทางของ King Eggs คอนเทนต์ชุด ‘โอกาส’ ธุรกิจเกษตร “Sentangsedtee X Technologychaoban” ที่ตั้งใจจะ “ปลดล็อก” มุมมองธุรกิจใหม่ให้กับเกษตรกรและ SMEs ไทย ในวันที่ “ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” จุดเริ่มต้นของฟาร์มย้อนกลับไปในรุ่นคุณพ่อ (เตี่ย) ที่ผ่านการลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่เลี้ยงไก่เนื้อไปจนถึงเลี้ยงปลาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมาลงตัวที่ “ไก่ไข่” ซึ่งกลายเป็นอาชีพหลักที่ส่งเสียลูกหลานจนเรียนจบ แม้คุณชาณุวัฒณ์จะเคยรับปากคุณแม่ไว้ว่าจะกลับมาดูแลฟาร์ม แต่ชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาห่
