SMEs
ในปี 2025 เราได้เห็นผู้ประกอบการไทย หยิบ “วัตถุดิบท้องถิ่นไทย” มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ที่นำวัตถุดิบจากภาคใต้ ขึ้นสู่จานหรู, คราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม จากโกโก้ที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย ไปจนถึงแบรนด์กาแฟของคนไทย ที่ส่งไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คือภาพสะท้อนของ “SMEs Rising Star 2025” ที่โดดเด่นในด้าน “การชูวัตถุดิบท้องถิ่น” ในปีนี้ “เชฟไอซ์” ร้านศรณ์ ชูวัตถุดิบใต้ สู่อาหารไฟน์ไดนิง ระดับ 3 ดาวมิชลิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าปีนี้ ชื่อของร้าน “ศรณ์” ถูกพูดถึงบนหน้าสื่อเป็นอย่างมาก หลังจากคว้ารางวัลมิชลิน 3 ดาว เป็นร้านแรกในไทย และได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงานเปิดตัวคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของร้านศรณ์ คือการชูวัตถุดิบท้องถิ่นไทยทางภาคใต้ สู่อาหารใต้ไฟน์ไดนิง โดย เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้านผู้ลงพื้นที่กับพ่อครัวแม่ครัวของร้านไปเสาะหาวัตถุดิบและเรียนรู้วิธีการทำอาหารด้วยตัวเองถึงภาคใต้ จนได้พบกับวัตถุดิบมากมาย รวมทั้งวิชาเก่าแก่ในการปรุงอาหา
ในวันที่ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงคอนเทนต์ที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเข้าถึงง่าย ความสบายใจ ช่วยสร้างความสุข และสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสร้าง Impact เพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีการทำคอนเทนต์สุดพิเศษส่งท้ายปี รวบรวมเหล่าครีเอเตอร์และผู้ประกอบการที่ใช้ ‘พลังแห่งเรื่องเล่า’ ในการสร้างผลลัพธ์ ทั้งต่อเศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้คน…ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดผู้รับชมบนโลกออนไลน์เท่านั้น โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ต้องเป็นผู้ที่เล่าเรื่องได้อย่างมีเอกลักษณ์ ถูกจริต เข้าถึงซิกเนเจอร์ของผู้ชม อาทิ ยาสุฮารุ นิชิโอะ จากช่อง Asia Gourmet Story ที่นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ใช้คาแร็กเตอร์หนุ่มออฟฟิศวัยกลางคนในการดำเนินเรื่อง พร้อมกับทำคลิปให้มีความเป็น Cinematic อีกหนึ่งคนที่สร้างเรื่องราว สร้างพื้นที่ฮีลใจให้กับผู้คนได้อย่างดี นั่นคือ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้านแมวริมคลอง สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ และครีเอเตอร์ที่เป็นตัวแทนในฝั่งคนรักษ์โลก ก้อง-ชณัฐ วุฒิ
BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แบรนด์ที่เกิดมาจากความกลัว “กลัวว่าหากวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป” เลยหยิบความชำนาญ ประสบการณ์ในวงการอาหารสตรีตฟู้ด มาสร้างเป็นอาชีพไว้ให้ลูก เพื่อในอนาคตจะเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ลูกสาวของเขาได้ เรื่องราว Family Business ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคุณโอม-มณฑล ทองคำ อายุ 44 ปี เจ้าของแบรนด์ BABY CHIN ที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นการวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาว น้องพอใจ ทองคำ วัย 3 ขวบ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง หัวใจของแบรนด์ คือตัวแทนของความรักจากพ่อ หากจะพูดถึงหัวใจหลักของแบรนด์ คุณโอมได้พูดถึง ความเป็นพ่อ ที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างไว้ให้ลูก เขาเติบโตมากับความลำบากที่ต้องหาเงินอยู่ตลอดเวลา เลยมีความคิดว่า อยากให้ลูกมีเวลาเรียน มีเวลาเล่นได้อย่างสนุกสมวัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างที่เขาเคยเป็น และมีเงินส่งให้ลูกเรียนไปจนจบหมอ “เราอยากให้ลูกรู้จักการขายของ เพราะ ‘การขาย’ เป็นทักษะที่ใครมี ก็เป็นผู้รอดชีวิต” เขากล่าว นอกจากเรื่องของความรักที่พ่อมีใ
#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่ ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเห
ในช่วงเวลาที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังแพร่กระจาย ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างหาทางรอดจากสมรภูมินี้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งหลายๆ คน อาจไม่ได้มองสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤต” แต่มองว่านี่อาจเป็น “โอกาส” ของธุรกิจก็ย่อมได้ เรื่องราวของ นิคกี้ ซีแมน หญิงสาววัย 29 ปี จากแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ตนจะเผชิญกับวิกฤต แต่ก็ก้าวข้ามผ่านและได้พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ให้เป็นโอกาสทอง สร้างแบรนด์มะกอก Freestyle Snacks ที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้คนรักมะกอก แต่ยังสร้างยอดขายถล่มทลาย และเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบมะกอก ให้หันมาหลงรัก จุดเริ่มต้นจากช่วงล็อกดาวน์ ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว นิคกี้เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการให้กับ Bain & Company และได้ไปฝึกงานพิเศษที่ Whisps Cheese Crisps แนวคิดของ Freestyle Snacks เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ในช่วงที่โรคระบาดทำให้บาร์มะกอกสดในร้านขายของชำต้องปิดตัวลง เธอซึ่งเป็นคนชอบมะกอกมากๆ อยู่แล้ว พบว่า มะกอกในขวดโหลแบบเดิมๆ ทั้งคุณภาพและความสะดวก
“ในประเทศไทยมีไข่ไก่ผลิตออกมาถึง 55 ล้านฟองต่อวัน หากคำนวณที่ราคาฟองละ 3.40 บาท จะพบว่ามีมูลค่าหมุนเวียนสูงถึง 187 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 68,255 ล้านบาทต่อปี” นี่คือมุมมองจาก คุณชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ ประธานบริษัท คิงส์เอ้กส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม “King Eggs ราชาไข่ไก่” แบรนด์ไข่ไก่ชั้นนำที่ต่อยอดมาจาก “สุนทรฟาร์ม” ธุรกิจครอบครัวที่เขาเข้ามาสานต่อในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 จนกลายเป็นอาณาจักรฟาร์มไข่ไก่อันดับต้นๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปเจาะลึกเส้นทางของ King Eggs คอนเทนต์ชุด ‘โอกาส’ ธุรกิจเกษตร “Sentangsedtee X Technologychaoban” ที่ตั้งใจจะ “ปลดล็อก” มุมมองธุรกิจใหม่ให้กับเกษตรกรและ SMEs ไทย ในวันที่ “ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” จุดเริ่มต้นของฟาร์มย้อนกลับไปในรุ่นคุณพ่อ (เตี่ย) ที่ผ่านการลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่เลี้ยงไก่เนื้อไปจนถึงเลี้ยงปลาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมาลงตัวที่ “ไก่ไข่” ซึ่งกลายเป็นอาชีพหลักที่ส่งเสียลูกหลานจนเรียนจบ แม้คุณชาณุวัฒณ์จะเคยรับปากคุณแม่ไว้ว่าจะกลับมาดูแลฟาร์ม แต่ชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาห่
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน เวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้ามากๆ หลายคนคงจะอยากทิ้งตัวลงบนเตียงทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน จะติดก็ตรงคราบไคลสิ่งสกปรกจากการออกไปข้างนอกทั้งวัน ถ้ามีเครื่องอาบน้ำที่แค่เอนกายลงไปแล้วสะอาดได้เลยก็คงจะดีไม่น้อย ไอเดียนี้เป็นจริงแล้ว ไม่ใช่แค่จินตนาการในโลกอนาคต โดยเริ่มให้บริการแล้วที่ญี่ปุ่น หลังจากก่อนหน้านี้ “เครื่องซักมนุษย์” (Mirai Ningen Sentakki) ถูกจัดแสดงอยู่ในงาน “เวิลด์ เอ็กซ์โป 2025” ที่เมืองโอซากา และมีผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก โรงแรม “โดทงโบริ คริสตัล โฮเทล 3” (Dotonbori Crystal Hotel III) ในย่านนัมบะของโอซากา เป็นโรงแรมแห่งแรกที่ให้บริการเครื่องซักมนุษย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เครื่องอาบน้ำมนุษย์ มีลักษณะเหมือนแคปซูล แต่เริ่มให้บริการแก่ลูกค้าในสปาของโรงแรม ไม่ได้ติดตั้งในห้องพักทั่วไป แคปซูลอาบน้ำ ติดตั้งอยู่ภายในห้องที่มีความเป็นส่วนตัว มีซาวน่าและพื้นที่เลาจน์ส่วนตัวด้วย ลูกค้าสามารถเช่าเหมาห้องได้เป็นเวลาครั้งละ 90 นาที เนื่องจากเครื่องซักมนุษย์อัตโนมัติ ให้บริการสำหรับผู้ใช้ได้ทีละคน และใช้เวลาในการอาบน้ำแต่ละครั้งประม
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร “อยากได้สูตรน้ำคลุกหมี่อร่อยๆ ค่ะ เอาไปทำขายค่ะ” บ่อยครั้งที่บรรดา FC ของแม่บ้านทันสมัยถามเข้ามาทางออนไลน์ ซึ่งผมมีไว้ทั้ง Facebook Line Instagram E-mail TikTok และเว็บไซต์แม่บ้านทันสมัย บางอย่างก็ทำมาเกิน 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามประมาณ 3 หมื่นกว่าคน นับว่ามากพอควรสำหรับเพจที่ไม่ได้ใช้เงินโฆษณามากมายอะไร แต่แล้ววันดีคืนดี หลังจากที่ผมรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้เป็นสิบปี เฟซบุ๊กแม่บ้านทันสมัยโดนแฮกไปเรียบร้อย แถมคนแฮกยังส่งเมสเสจมาเยาะเย้ยว่า “ตอนนี้ไอซื้อเพจยูแล้วนะ” คงทำนองว่าถ้าอยากได้คืนให้จ่ายเงินซื้อกลับ นอกจากเพจเฟซบุ๊กที่โดนแฮกไปแล้ว แสบกว่านั้นคือเจ้าคนแฮกคงเอารูปโป๊ไปใส่ ทางเฟซบุ๊กส่งคำขาดมาว่าเพจนี้ทำผิดจริยธรรมจึงระงับใช้บัญชีของผม รวมไปถึงเพจลูกอื่นๆ อินสตาแกรม ทุกหน้า ชื่อผมเข้าไปทำอะไรไม่ได้เลย แต่ตัวหน้ายังอยู่ สุดท้ายผมเลยเปิดเพจส่วนตัวใหม่ และแม่บ้านทันสมัยใหม่ ช่วยกันติดตามหน่อยครับ https://www.facebook.com/Modernwoman.cooking.school/ เพจแม่บ้านทันสมัยเก่าตอนนี้กลายเป็นเพจคนเลี้ยงปลาวาฬอนุรักษ์สัตว์ไปซะแล้ว เพราะฉะน
“ไม่มีข้อแม้ในการเริ่มต้น” คำพูดแสนธรรมดาที่อาจจะดึงชีวิตของคนกำลังหมดไฟให้มีแรงฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เรื่องราวแสนอบอุ่นที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของ New Chapter แม้จะผ่านมรสุมชีวิตมามากสักเพียงใด แต่เขาก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ตกงาน แต่ไม่ ตกใจ ลุงเจี๊ยบ-บรรยเวกษก์ ประยูรเวช อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน “ลุงเจี๊ยบเบอร์เกอร์” และเป็นเจ้าของเรื่องราวในวันนี้ เขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเป็นพ่อค้าขายเบอร์เกอร์ ทำอาชีพเป็นเซลส์ขายรถมาก่อน อยู่ในวงการสินเชื่อ ไฟแนนซ์ แต่ในท้ายที่สุด ชีวิตต้องมาพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ในขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตฟองสบู่แตก คำว่า “ตกงาน” ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วเป็นแน่ ถึงแม้จะตกงานเขาก็ไม่ได้ “ตกใจ” เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรต่อไป หลังจากตกงาน จึงตระเวนเปิดท้ายขายของไปเรื่อยๆ จนมาเข้าวงการเบเกอรี่กับภรรยา เริ่มทำขนมปัง ทำโดนัทขาย ประจวบเหมาะกับมีโอกาสได้เข้าไปขายของในโรงเรียนประจำจังหวัด ขายอยู่ที่โรงเรียนได้สิบกว่าปี มาจนถึงช่วงโควิด-19 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในช
มากกว่าการค้าขาย คือการสร้างโอกาส “เจ้เอ๋-สากล วงศา” อายุ 54 ปี ผู้หญิงธรรมดาที่สร้างโมเดลธุรกิจไม่ธรรมดา จากผักหวานแปลงเล็กเพียง 4 ไร่ สู่การบริหารเครือข่ายเกษตรกรกว่า 150 ราย สร้างรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมรอยยิ้มและความหวังใหม่ให้ผู้คนรอบตัว ด้วยแนวคิดที่ว่า “ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เมื่อเรารู้จักแบ่งปัน และเติบโตไปด้วยกัน” จากจักรเย็บผ้า สู่แปลงผักหวาน เจ้เอ๋ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหันมาทำเกษตร งานหลักคือการเย็บผ้าที่รับมาจากโรงงาน รายได้พอเลี้ยงชีพ แต่ไม่มากพอจะพาครอบครัวก้าวไปข้างหน้า จังหวะนั้น อบต. มีโครงการให้ชาวบ้านทดลองปลูกผักหวานบ้านเพื่อหารายได้เสริม พื้นที่เล็กๆ เพียง 4 ไร่ จึงถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการลองผิดลองถูกครั้งใหม่ เมื่อผักหวานเริ่มให้ผลผลิต ปัญหาก็ตามมา ตลาดที่รับซื้อมีไม่เพียงพอ ทุกเช้าต้องบรรทุกผักขึ้นท้ายรถ ออกตระเวนหาที่ขาย ลงทุนค่าผักและค่ารถวันละราว 1,500 บาท เพราะไม่อยากเช่าแผงค้า ความพยายามในที่สุดก็พามาถึงตลาดสี่มุมเมือง ที่นี่กลายเป็นคำตอบ วันหนึ่งขายได้หลักร้อยกิโลกรัม ยุคปี 2537 ราคากิโลละ 50 บาท รายได้เริ่มทำให้ชีวิตเบาขึ้น และมองเห็นอนาคตที่ชัดเจ
