SMEs
ATIPA จับมือ KARMART เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” รุกตลาดความงาม ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก “ชีทมาสก์ 4 สูตร” ในราคาจับต้องได้ เตรียมไลฟ์เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 12 ธ.ค. นี้ บนช่องทาง TikTok @atipashop โดยใช้สูตรการตลาดที่ผสมระหว่าง TikTok Commerce กับ Trend Beauty เข้าด้วยกัน หวังบุกตลาดเครื่องสำอางเต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 8 หลักในปี 2026 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจเครื่องสำอางชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือกับ ATIPA Shop แบรนด์แฟชั่นที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นบนแพลตฟอร์ม TikTok จับมือรุกตลาดเครื่องสำอาง “แลกความเก่งของแต่ละฝ่าย” ผสานจุดแข็ง R&D รวมกับความเข้าใจ Insight ผู้หญิงบน TikTok และพลังของ Live Commerce เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก คือ “ชีทมาส์ก 4 สูตร” ได้แก่ Dewy Glass, Bright Glow, Sebum Control และ Wrinkle Away การร่วมมือกันครั้งนี้ นำโดย คุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และ คุณอติภายิ์ คงคาลัย ผู้ก่อตั้ง ATIPA Shop ที่มีจุดมุ่งหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์คว
จากเรื่องฉาววงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นมากมาย จนเป็นกระแสสังคม และทำให้ใครหลายคนมองภาพลักษณ์ของพระสงฆ์เปลี่ยนไป ทำให้เรานึกถึงซีรีส์เรื่องดัง ที่ตีแผ่เรื่องราวในวงการสงฆ์ อย่าง “สาธุ” จากซีซันแรก สู่ซีซันสองที่ดำเนินเรื่องอย่างเข้มข้น เจาะลึกเรื่องราวของ พุทธพาณิชย์ การแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินจาก “วัดภุมมาราม” และเผยให้เห็นถึงเส้นทางอำนาจเงิน การคอร์รัปชัน ของนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลอย่าง “สจ.เอ๋” จากพรรคธรรมพัฒนา รับบทโดย โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่สวมบทบาทเป็นเหมือนสะพานบุญแต่กลับเป็นสะพานบาป สร้างความดีมาบดบังความเลวร้ายของตัวเอง นี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่าง “การเมือง” และ “พุทธพาณิชย์” ที่ทุกฝ่ายล้วนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ปล. เนื้อหาหลังจากนี้อาจจะมีสปอยล์ได้!!! เมกะโปรเจ็กต์ มูลค่าพันล้าน ในซีซันสอง เมกะโปรเจ็กต์ของ สจ.เอ๋ คือการสร้าง “โรงพยาบาลวัดหนองขาล” ที่ได้คำแนะนำจาก พระเอกชัย รับบทโดย เผ่าเพชร เจริญสุข โดยพระเอกชัยบอกกับ สจ.เอ๋ ว่า “สมัยนี้คนไม่ทำบุญกับวัดกันแล้ว แต่ทำบุญกับโรงพยาบาล” ทำให้ สจ.เอ๋ เร่งหาทุนมาสร้างโรงพยาบาล โดยบังคับให้ เกมและวิน รับบทโดย พี
ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทย จนกระทั่งเกิดการระบาดของวิกฤต COVID-19 กลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการจำนวนมากปรับตัว สร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และขยายไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง Shopee จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาเป็น ‘สะพานดิจิทัล’ ช่วยเชื่อมต่อผู้ผลิตท้องถิ่นกับผู้บริโภค และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี Shopee จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ 4 ผู้ประกอบการไทย ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเติบโตจากออนไลน์สู่โอกาสระดับประเทศ พร้อมสร้างงานแก่คนในชุมชน จุดเริ่มต้น Plearn Herbal Cosmetics คุณโต้ง-ธนิตศักดิ์ ศรีสัมฤทธิ์ ผู้ก่อตั้ง Plearn Herbal Cosmetics ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพรและน้ำมันมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทำมานานกว่า 10 ปี ที่ถูกนำเสนอเป็นกรณีศึกษาภายในรายงาน Shopee : A Decade of Impact for Sellers รวมถึงปรากฏในสารคดีชุดใหม่ “Shopee : Keeping Cultures Alive” หรือ “ช้อปปี้ : สืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่” ที่จัดทำขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีของ Shopee “มะพ
ใครจะเชื่อว่า “งานบ้าน” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นงานพื้นฐานธรรมดา จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีคิวจองยาวข้ามปี และพาให้หญิงสาวคนหนึ่งเติบโตมีรายได้มั่นคง เปลี่ยนชีวิตตัวเองและเปลี่ยนชีวิตลูกค้านับพันราย โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณอิม–อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “แมวบิน” ธุรกิจจัดระเบียบบ้านระดับพรีเมียม ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักจัดระเบียบบ้านเจ้าแรกของเมืองไทย” ในคอลัมน์ #YoungEntrepreneur “เติบโตมาในครอบครัวผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้คุ้นชินกับอาคาร บ้าน ห้อง และความเป็นระเบียบตั้งแต่เด็ก และความที่เป็นครอบครัวใหญ่ หลายชีวิต หลานสาวเยอะ และหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของคนจนในยุคนั้น คือ การสอนงานบ้าน ทุกวันจึงต้องทำงานบ้านเป็นวินัย ฝังเป็นเลือดเนื้อไปแล้ว” คุณอิม เกริ่นบทสนทนา ก่อนเล่าต่อ เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย เธอเลือกเรียน คณะการโรงแรม ม.รังสิต เพราะหลงใหลสถาปัตยกรรม ความเนี้ยบ ความเรียบร้อยของพื้นที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว หลังเรียนจบ ทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์จนถึงช่วงโควิด ที่ทุกอย่างสั่นคลอน ทั้งงาน การเงิน และอนาคต “ตอนนั้นคิดว่า ต้องมีอาชีพเสริม ทำอะไรก็ได้ที่เป็นต
ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี แบรนด์เวชสำอางสัญชาติไทยอย่าง SKINPRO Rx สามารถสร้างยอดขายทะลุ 148 ล้านบาท ได้ด้วยเติบโตจากฐานสูตรเวชสำอางที่ใช้ใน ‘พรเกษม’ มายาวนานกว่า 40 ปี สู่แบรนด์ที่กำลังกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่าเป็น “เวชสำอางที่เข้าใจผิวคนไทยอย่างแท้จริง” เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของพรเกษม กับกลยุทธ์ธุรกิจที่ทันสมัยโดยทายาทรุ่นสอง คุณหั่ง-สัมมา ศรีปรัชญาอนันต์ จุดเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก สู่แบรนด์เวชสำอาง ทายาทรุ่น 2 เล่าว่า จากการรักษาปัญหาผิวหนังมาตลอด 40 ปี ทำให้พรเกษมพัฒนาสกินแคร์ขึ้นมาเพื่อจ่ายให้คนไข้ในคลินิก ซึ่งขายดีชนิดที่ว่าคนไข้รักษาสิวหายแล้ว ก็ยังมาซื้อใช้ต่อ แต่ปัญหาคือ คนอยากซื้อ ต้องมาถึงคลินิกเท่านั้น ในจุดนี้เองทำให้ มองเห็นโอกาสว่า “แล้วทำไมเราไม่เอาของดีที่มีอยู่แล้วในคลินิก มาทำให้ซื้อได้ง่ายขึ้นล่ะ” จึงเป็นที่มาจากโจทย์การนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ใช้อยู่ในคลินิก มาทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ใช้บริการคลินิกก็หาซื้อได้ โดยหลังจากเรียนจบ MBA
สร้างรายได้เสริมได้ ไม่ต้องจ่ายแฟรนไชส์! จากเริ่มต้นขาย 20 กล่อง สู่ ‘สลัดไฮโซ’ ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี พร้อมส่งต่ออาชีพให้คนที่อยากมีรายได้ จากจุดเริ่มต้นน้ำสลัดโฮมเมดที่ทำให้เพื่อนบ้านทดลองชิม สู่ธุรกิจที่เติบโต ‘สลัดไฮโซ’ แบรนด์ที่เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสสร้างอาชีพให้กับผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ นี่เป็นเรื่องราวของ คุณหนึ่ง-สิรีสุรีนันท์ จงศิริกุล ผู้บุกเบิกธุรกิจ สลัดไฮโซ โดยเริ่มจากการทำขายวันแรกเพียง 20 กล่อง และได้ส่งต่อให้ทายาทรุ่น 2 คุณแพร-ณัฏฐณิชชญา วงศ์วัชระกุศล จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้ 2,000 กล่องต่อวัน และขยายโอกาสให้คนอื่นได้มีอาชีพอย่างแท้จริง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของสลัดไฮโซ ที่ยังคงความโฮมเมด และยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นระบบ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นสลัดไฮโซ “ด้วยความที่เรารักในอาชีพนี้ เราก็ทำมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้เวลามีคนมาถามผ่านมา 20 ปีแล้วเหรอกับอาชีพนี้ เหมือนเพิ่งแป๊บเดียวเอง” คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน กล่าวด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ก่อนจะเล่าต่อถึงจุดเ
กลับมาอีกครั้งกับช่วงสิ้นปี! โดยมีสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนธรรมเนียมสำคัญในทุกปี โดยไม่ใช่เทศกาลคริสต์มาสหรือการนับถอยหลังเข้าปีใหม่ แต่นั่นคือ “การประกาศสีแห่งปี จาก PANTONE” สถาบันด้านสีที่ทรงอิทธิพลและสร้างมาตรฐานแห่งการใช้สี และเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางเทรนด์สีของโลกในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่แฟชั่น การออกแบบ ความงาม โดยสีแต่ละปีถือเป็นตัวแทนของอารมณ์และทิศทางของโลกในช่วงเวลานั้นๆ อีกด้วย ล่าสุดทาง PANTONE ได้มีการประกาศสีแห่งปี 2026 โดยให้สี “Cloud Dancer” หรือ PANTONE 11-4201 โทนสีขาวละมุน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบ ท่ามกลางโลกที่ดูวุ่นวายและเร่งรีบ โดย Leatrice Eiseman ผู้อำนวยการบริหารของ PANTONE กล่าวว่า “ความวุ่นวายที่กำลังรายล้อมเราทุกวันนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ยินเสียงภายในจิตใจตัวเองได้ยากขึ้น ทำให้ PANTONE 11-4201 Cloud Dancer คือเฉดสีขาวบริสุทธิ์ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สงบ และปลดปล่อยจากสิ่งรบกวนภายนอก” ด้านมุมมองจากนักออกแบบ Uriel Tannen ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Flitch กล่าวว่า “Cloud Dancer เป็นสีขาวที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะกับบ้านในสหราชอาณาจักรที่แสงธรรมชาติมักจะเปล
หากพูดถึงอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี หลายคนอาจนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ แต่ชายคนหนึ่งกลับมองเห็นอนาคต บนพื้นที่ที่ใครๆ ก็ว่า “ไม่เจริญ” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” คือเกษตรกรบ้านๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่คิดการใหญ่กว่าที่ใครจะคาดถึง ชีวิตเขาผูกพันกับงานไร่นามาตั้งแต่เด็ก ปลูกอ้อย ปลูกมัน ปลูกยางพารา ทำสวนปาล์มนับร้อยไร่ เพราะเป็น “ลูกชาวสวน” อย่างแท้จริง กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต คือช่วงที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9 และมีโอกาสสนับสนุนอาหาร เช่น มันเทศ ขนุน สับปะรด ให้ประชาชนที่มากราบถวายบังคม และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่เพียงทำให้เขา “ให้” มากขึ้น แต่ยังขยายหัวใจให้ “คิดเพื่อส่วนรวม” มากขึ้นด้วย “ผมมีโอกาส เข้าไปชมนิทรรศการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภาพที่พระองค์เสด็จฯ ไปในทุกพื้นที่ที่ไม่เจริญ ทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วบ้านเกิดของเรา จะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง” คุณสำรวย บอกเสียงเรียบ และคำถามนั้นนำไปสู่คำตอบใหญ่ “เราจะพัฒนาอำเภอบ่อทอง ให้คนทั้งประเทศรู้จัก” เขาจึงวางแผนสร้าง “บ่อทองบุรี” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และเป็นเมื
จากร้านซาลาเปาเล็กๆ ที่เริ่มต้นผลิตและขายเองในครอบครัว ต่อยอดกลายเป็นแบรนด์ “แก้มใสเปาจี่” ที่มาพลิกประสบการณ์การกินซาลาเปาแบบเดิมๆ ให้สนุก อร่อย และแตกต่าง ด้วยเอกลักษณ์การจี่ซาลาเปาบนกระทะร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเนยและน้ำมันมะพร้าว โดยการพัฒนาของ คุณดา-จีรนันท์ ทะจันทร์ เจ้าของแบรนด์วัย 51 ปี และลูกสาว แก้มใส–ชุวิชานันท์ ทะจันทร์ ที่คอยเติมไอเดียใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ จนสามารถขายซาลาเปาจี่ได้เดือนละ 150,000 ชิ้น จากร้านเล็กๆ สู่การปั้นแบรนด์ ก่อนมาเป็นแก้มใสเปาจี่ คุณดาผลิตและเปิดหน้าร้านขายซาลาเปามานาน 30 ปี ตั้งแต่ราคาชิ้นละ 5 บาท และได้พัฒนาธุรกิจเล็กๆ นี้ให้เติบโต ทั้งรับผลิต OEM และผลิตซาลาเปา Frozen ส่งร้านขายส่ง แต่ซาลาเปานึ่ง อาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบของทอดและของที่มีความกรอบ ลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นเลยได้ช่วยกันต่อยอดไอเดีย นำซาลาเปาที่มีอยู่มาทดลองจี่บนกระทะเหล็กร้อนๆ และได้เริ่มนำซาลาเปาจี่ไปทดลองตลาดในห้างแห่งหนึ่ง พร้อมกับยืนแนะนำสินค้าหน้าร้านให้ลูกค้าเปิดใจและรู้จักสินค้าตัวนี้มากขึ้น จนมีลูกค้า
“ของขวัญแบบนี้มีชิ้นเดียวในโลก” ประโยคนี้เป็นสโลแกนของ SOdA PrintinG ธุรกิจภาพพิมพ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในไทย โดยเป็นสินค้าลิมิเตด อย่างที่หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านหน้าโซเชียลกันมาบ้าง คงหนีไม่พ้น ภาพพิมพ์แคนวาส ที่มักจะมอบเป็นของขวัญให้ในวันสำคัญ เช่น งานรับปริญญา งานอีเวนต์ต่างๆ เป็นต้น ในคอลัมน์ #Entreprenuer เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ ผู้ก่อตั้ง SOdA PrintinG ธุรกิจของขวัญออนไลน์ยอดฮิต พร้อมพูดคุยกับ คุณมิ้น-อัญธิญาน์ สิทธิสุนทรานันท์ CMO (Chief Marketing Officer) ที่ดูแลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ล่าสุดได้มีการแตกไลน์อีกหนึ่งธุรกิจ เป็นสินค้าเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ มีสินค้าพร้อมจำหน่าย ชื่อแบรนด์ว่า AdOS (เอดอส) ที่มาจากคำว่า SOdA กลับหลังกัน ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวมาเป็นระยะเวลา 2 ปี สินค้ายอดฮิตอย่าง “กระเป๋า Fluffy” สามารถทำยอดขายทะลุแสนใบ และมีการเปิดสาขา Flagship Store ที่บรรทัดทอง นอกจากนี้ ยังมีการรับทำ OEM รับผลิตสินค้าแฟชั่น เพื่อสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยไม่มีขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวนสีและลวดลาย สามารถใส่โลโก้ที่ต้องการได้ เหมาะสำหรั
