SMEs
กีฬา E-sports ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในหมู่ของเด็กๆ และเยาวชนทั่วโลก ยิ่งในยุคนี้ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ยิ่งทำให้เราเข้าถึงโอกาสได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะแค่การมีมือถือเครื่องเดียวก็สามารถเล่นเกมได้แล้ว อย่างเกม ROV เกมมือถือที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้จักหรือคุ้นหูกันเป็นอย่างดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็มีการจัดการแข่งขันกีฬา E-sports มาอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นเกมที่ให้เงินรางวัลสูงถึงล้านบาทเลยทีเดียว โค้ชป้อม-จักรพล ป้อมปราณี ให้ความเห็นว่า อาชีพนักกีฬา E-sports เป็นหนึ่งในอาชีพที่เด็กๆ ยุคนี้ใฝ่ฝันอยากจะเป็น แต่หนทางการยึดอาชีพนี้เพื่อเลี้ยงชีวิตมันมีข้อจำจัด ถึงแม้จะรายได้สูงแต่ต้องแลกด้วยชีวิตตัวเอง จากผู้เล่นสู่โค้ชนักกีฬา E-sports โค้ชป้อม มีงานประจำเป็นวิศวกรที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขาเล่าว่า เป็นคนชอบเล่นเกมโดยเฉพาะเกมออนไลน์ เขาเริ่มต้นเล่นเกมหนึ่งชื่อว่า Mobile Legend พอมีแรงก์ในเกมสูงและได้รวมทีมกับคนในแรงก์ที่เล่นด้วยกัน นำไปสู่สนามการแข่งขัน จนเป็นแชมป์ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ขนานกัน เกม ROV ก็เข้ามา โค้ช เล่าต่อว่า “เห็นเงินรางวัลแข่งขันของเกม ROV เย
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารวัตถุดิบในร้านอาหาร กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้อย่างน่าสนใจ แบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ การจัดซื้อ ใครมีหน้าที่ในการสั่งซื้อ ใครเช็กสต๊อก เช็กได้ถูกต้องกับความเป็นจริงไหม ใครเป็นคนทำนายการขายให้เหมาะสมกับการสต๊อกของ หรือการสั่งซื้อ มีงานสัมมนา งานจัดเลี้ยงกี่งาน แขกมาวันไหน ต้องสะสมของเมื่อไหร่ อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เนื้อสัตว์ ผัก อะไรบ้าง จะสั่งซื้อที่ไหน หรือไปซื้อที่ไหนถึงได้ของดีราคาถูก หลายร้านจะเอาง่ายพ่อครัวเข้าว่า ขี้เกียจออกไปซื้อ ใช้วิธีสั่งอย่างเดียว และสั่งกับเจ้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเจ้า ได้ของราคาแพง คุณภาพไม่ดี คือไม่ยอมทำการบ้านเปรียบเทียบซัพพลายเออร์นั่นเอง หลายครั้งเจอว่าร้านนี้สั่งกุ้งร้านนี้ประจำอยู่เจ้าเดียว พอให้ลองไปเช็กดูเจ้าอื่นบ้าง รู้ราคาเข้า เจ้าของเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย โอ้โห! ราคาต่างกันโลเป็นร้อย กุ้งชนิดเดียวกัน กี่ตัวโลเท่ากัน รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่บางทีเหตุผลของการสั่งซื้อเจ้าประจำไม่เปลี่ยนเจ้าทั้งที่ราคาแพงกว่าตลาด อาจจะเป็นว่า ได้ความสะดวก ตรงเวลา คัดของ ไม่มีเสีย ราคาไม่ได้แพง
นารา กรุ๊ป (NARA GROUP) ผู้นำธุรกิจเครือร้านอาหารไทยพรีเมียม เดินหน้ารุกขยายตลาดโลก ส่งร้านอาหารไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ด แบรนด์ โค ลิมิเต็ด (CO LIMITED) ลุยเปิดแฟรนไชส์ต่างประเทศแห่งแรกที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาทั้งในไทย และต่างประเทศ ผลักดันยอดขายรวมโตทะลุ 100% ภายในปี 2569 พร้อมปั้นแบรนด์ โค ลิมิเต็ด สู่การเป็น “Leader of eat local go global” ‘โค ลิมิเต็ด’ แบรนด์ร้านอาหารในเครือ NARA GROUP ภายใต้การบริหารของสองผู้ร่วมก่อตั้ง นราวดี ศรีกาญจนา และ สิริโสภา จุลเสวก เจ้าของร้านอาหารไทยพรีเมียมอย่าง นาราไทย คูซีน โดยร้านอาหาร ‘โค ลิมิเต็ด’ เป็นการร่วมลงทุนกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู ASAVA) ดีไซเนอร์ชั้นนำ ภายใต้บริษัทโค รุ่งเรือง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งสีสันให้กับร้านอาหารสตรีตฟู้ดของไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thai Premium Street Food Destination” นราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหารนารา กรุ๊ป กล่าวว่า สำหรับ ‘โค ลิมิเต็ด’ เปิดบริการมา 6 ปี ตั้งแต่ปี 2563 มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารแบรนด์ไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ดช
การเติบโตของ “ส้มแพ็กพร้อมทาน” ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ส้มเซเว่น” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของตลาดผลไม้ไทย เมื่อโมเดล “คัด–แพ็ก–ส่ง” จากเอสเอ็มอีสามารถขยายตัวบนเครือข่ายเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกทั้งเหนือและใต้ พร้อมเปิดภาพใหม่ของเอสเอ็มอีที่ใช้มาตรฐานค้าปลีกสมัยใหม่ต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตได้จริง หนึ่งในเอสเอ็มอีที่สามารถพัฒนาโมเดลนี้จนประสบความสำเร็จ คือ “SME ส้มเซเว่นฯ 100 ล้าน” อย่าง “เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม” ที่ร่วมพัฒนากระบวนการผลิตกับเซเว่น อีเลฟเว่น จนทำให้ “ส้มโชกุนเบตง” และ “ส้มสายน้ำผึ้งฝาง” กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมบนเชลฟ์ และสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรอย่างมั่นคง จุดเริ่มต้นโรงแพ็กส้มรายใหญ่ภาคใต้ : เส้นทางเติบโตของเถ้าแก่ส้มตัวจริง เส้นทางธุรกิจของ เกรียงศักดิ์ พิพิธภัณฑ์ หรือ เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 จากการส่ง วุ้นน้ำมะพร้าว เข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น สาขากิม
ท่ามกลางคู่แข่ง สภาพเศรษฐกิจ และตัวเลือกมากมายของผู้บริโภค ร้านที่เคยเติบโต ต้องเผชิญกับยอดขายที่ตกลง “การปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ เช่นเรื่องราวของ ร้าน Ñam Ñam หรือ ยัมยัม พาสต้า ของ เชฟน้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช แม้จะอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อยอดขายตก จากหลายปัจจัยทั้งคู่แข่ง และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชฟน้ำต้องเริ่ม “ปรับตัว” ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดรายได้เพิ่ม 2 ทาง กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ Chickaletta (ชิกกาเลตต้า) ไก่ทอดกับข้าวผัดรสชาติไทย ที่ขายแบบดีลิเวอรีเพียงอย่างเดียว ถึงวันแรกจะขายได้ไม่ถึง 10 กล่อง แต่ด้วยแพชชันและความฮึดสู้ ทำให้วันนี้ กลับมีออร์เดอร์พีกสุด 300 กล่องต่อวัน ปรับตัว เพื่อไปต่อ เชฟน้ำ เปิดร้านยัมยัม พาสต้า มานาน 6 ปี กับ 6 สาขาที่เปิดให้บริการ เรียกว่าเป็นร้านแรกๆ ที่ทำพาสต้าเส้นสดขาย แต่ช่วงหลังเมนูนี้หาทานง่ายขึ้น จากร้านหน้าใหม่ที่เปิดในรูปแบบคล้ายกัน และการกระจายตัวของฐานลูกค้า ทำให้บางสาขายังขายได้ และบางสาขาขายได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เ
“การที่เราได้เมนูปาล์มมา มันเป็นจุดบังเอิญเหมือนกัน” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ เรียกตัวเองเป็น “เมืองในจินตนาการ” ที่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ ห้องประชุม ที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังถึงเมนู “เรียกแขก” ที่ไม่มีใครเหมือน อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ตามรอยเท้าพ่อ! สร้าง “เมืองในจินตนาการ” ดึงดูดนักท่องเที่ยว หวังปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนเล่าต่อ ในพื้นที่รอยต่อป่า 5 จังหวัด มักมีช้าง ออกมาหากินตามไร่สวนของชาวบ้าน และ “ช้าง” นั่นเอง ที่เป็นต้นแบบของการกิน “ยอดปาล์ม” “ถ้าช้างกินได้ คนก็ต้องกินได้ ก่อนที่จะมาทำร้านอาหารในบ่อทองบุรีนี้ ผมกินยอดปาล์มมานานแล้ว เมนูแรกที่ทำคือ ยอดปาล์มผัดไข่ แล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มา ต้ม ผัด แกงทอด ทำได้หมด” เจ้าของบ่อทองบุรี เล่ายิ้มๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะรังสรรค์เมนูจาก “ยอดปาล์ม” ออกมาได้นั้น คุณสำรวย บอก ต้องผ่านการทดลองมาทุกขั้นตอนว่าทำแบบนี้กินได้ไหม ก่อนนำไปให้ทางสถานีวิจัย ทำการวิจัยคุณประโยชน์ของยอดปาล์ม ปรากฏมีข้อมูลชี้ชัด ยอดปาล์ม มีวิตามินเอ สูงมาก
ในช่วงที่โลกธุรกิจกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหัวใจของการทำงานในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้ SMEs ไทย ต้องมองหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน โลกก็ขยับเข้าสู่ “ฮวงจุ้ยยุค 9” (พ.ศ. 2567–2586) ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานของสถานที่และจังหวะเวลา มีผลต่อการทำงานและสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้นกว่ายุคที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชิญวิทยากรจาก 2 วงการ ผนึก 2 องค์ความรู้ ทั้ง AI และฮวงจุ้ยเชิงเหตุผล มาเป็น “คู่แนวคิด” ใหม่ให้ SMEs เตรียมพร้อมสู่ “ปีมะเมีย 2569” คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อ
จากร้านค้าส่งในตลาดสำเพ็ง สู่แบรนด์ Moshi Moshi (โมชิ โมชิ) ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์น่ารักที่เปิดให้บริการถึง 190 สาขาในปัจจุบัน โมเดลธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางการตลาด โดยทายาทเจน 3 ที่เข้ามาปรับธุรกิจของครอบครัวให้เติบโต ช่องว่างเล็กๆ สู่โมเดลธุรกิจใหม่ อชิระ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมพูดคุย ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ บนเวทีเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ อชิระ เล่าว่า ก่อนมาเป็นโมชิ โมชิ ภาพจำในวัยเด็กของเขา คือวิ่งเล่นอยู่ในร้านค้าส่งของพ่อแม่ที่ตลาดสำเพ็ง บรรยากาศในช่วงนั้น ทั้งวุ่นวายและครึกครื้นเพราะเป็นย่านค้าส่งขนาดใหญ่ พอโตขึ้น พ่อกับแม่ก็เริ่มให้เข้ามาช่วยงานจัดร้าน และเป็นแคชเชียร์ “ตอนนั้นยังเด็กมาก ไม่ได้สนใจอะไร ผู้ใหญ่บอกให้ไปช่วย ก็ไป” อชิระ เล่าเสริม ก่อนเล่าย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 พร้อมกับมีแผนในใจ “จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน” แต่ผู้ใหญ่กลับไม่อยากให้เจเนอเรชัน 3 กลับมาสานต่อโดยตรง เพราะอย
ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามเต็มไปด้วยผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ทั้ง K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ครองกระแสมาอย่างยาวนาน, J-Beauty จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่ C-Beauty จากจีนที่กำลังเร่งทำคะแนนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันใน ‘อุตสาหกรรมความงาม’ จึงทวีความร้อนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทิศทางของปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ T-Beauty ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังผลักดันให้แบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับด้วยคุณภาพของสินค้า เพราะจุดเด่นของเครื่องสำอางไทย ต้องมีความเบาบาง ติดทน ไม่เหนอะหนะ กันน้ำ กันเหงื่อ และราคาที่จับต้องได้ ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART (คาร์มาร์ท) อาณาจักรแบรนด์บิวตี้มูลค่าพันล้าน ที่เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการผลักดันแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก ผ่านการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ Collaboration ที่จะพาแบรนด์ไทยเติบโตไปพร้อมกัน สู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ก่อร่าง สร้างอาณาจักร ‘T-Beauty’ “KARMART เราเกิดมาในยุ
ทุกคนเคยคิดไหมว่าจากความชอบในวัยเด็กจะเปลี่ยนมาเป็นเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 1,589 ล้านบาทต่อปี ได้จริง นี่คือเรื่องราวของ Ryan Vesler (ไรอัน เวสเลอร์) ซีอีโอวัย 42 ปี ผู้ที่ไม่ได้แค่ชอบเสื้อผ้ากีฬาเก่าๆ แต่ใช้ความหมกมุ่นนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง Homage แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ตและป๊อปคัลเจอร์ที่ชุบชีวิตอดีตให้กลับมาเท่อีกครั้ง จนกลายเป็นธุรกิจที่ดารา A-List อย่าง Ryan Reynolds และนักกีฬา NBA อย่าง Kevin Durant ต้องร่วมลงทุนด้วย จุดเริ่มต้นของ Homage ไม่ได้เกิดมาจากห้องประชุมหรูหรา แต่มาจากความตื่นเต้นในวัย 13 ปีของ Ryan Vesler ขณะที่กำลังคุ้ยกองเสื้อผ้าเก่าๆ ในร้านมือสอง เขาไม่ได้เพียงมองหาสินค้าทั่วไป แต่กำลังค้นหาความพิเศษ ความรู้สึกของการเจอเสื้อยืดกีฬาหรือเจอร์ซีย์สีรุ้งของ Houston Astros ที่หายาก มันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่เหมือนใคร ความหลงใหลนี้ทำให้เขาผันตัวเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขากวาดซื้อของสะสมวินเทจจากร้านเล็กๆ และใช้ eBay (แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ) เป็นตลาดหลักในการขายต่อ จนทำเงินได้เกือบ $20,000 หรือประมาณ 6 แสนกว่าบาทต่อปี พูดง่ายๆ ว่า เงินท
