SMEs
Paperista (เปเปอร์ริสต้า) คือ ชื่อแบรนด์สินค้าประเภทเครื่องประดับ จำพวกสร้อยคอ กำไลข้อมือ และของใช้ในบ้าน อย่าง แจกัน มู่ลี่ ฯลฯ ที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล มีจุดตั้งต้นโดยฝีมือของ พ่อบ้าน-แม่บ้าน และ คนชรา ผู้ยากไร้ในสลัมสะพานศิริ ย่านรังสิต ซึ่งพวกเขาเรียกขานตัวเองว่า “ชุมชุมพิทักษ์โลก” ปัจจุบันช่องทางจำหน่ายมาจากการออกบู๊ธตามอีเวนต์ที่มีหน่วยงานรัฐสนับสนุน ฝากขายตามแหล่งท่องเที่ยว และ ประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านเฟซบุ้ค และถึงแม้จะไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง แต่แว่วว่ามีออเดอร์จากเมืองนอกเมืองนาเข้ามา…บ้างแล้ว คุณสมทัติ บุญมี และ คุณเปรมวดี แก้วบุรี สองหุ้นส่วนคนสำคัญผู้ขับเคลื่อน “ธุรกิจเพื่อสังคม” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ มีข้อมูลน่าสนใจมาถ่ายทอดให้ฟัง โดยผู้รับผิดชอบด้านการจัดการ คือ คุณสมทัติ ย้อนความเป็นมาเคยเป็นผู้จัดการร้านอาหารประจำโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนออกมาทำงานด้านสิทธิผู้ใช้แรงงานในรูปแบบขององค์กรพัฒนาเอกชน จึงได้รู้จักกับคุณเปรมวดี ซึ่งทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนเหมือนกัน แต่เธอดูแลงานด้านสังคมสงเคราะห์ กระทั่งเมื่อราวต้นปีที่ผ่านมา คุณเปรมวดี นำความทุกข์ใจมาปรึกษาเรื่ององค์กร
จังหวัดนครสวรรค์มีแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเป็นจำนวนมาก ทั้งแหล่งเล็ก แหล่งใหญ่ ปะปนกันอยู่ แต่มีแหล่งผลิตอยู่แห่งหนึ่ง “โจ พันธุ์ปลา” ตั้งอยู่ที่ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อว่า โจ พันธุ์ปลา เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์ปลาน้ำจืดที่หลากหลายชนิด คุณนาวิน พิมพ์พะยอม หรือคุณโจ และคุณเบญจวรรณ พิมพ์พะยอม หรือคุณหน่อง สองสามีภรรยา เจ้าของฟาร์มปลา “โจ พันธุ์ปลา” แห่งนี้ คุณนาวินและคุณเบญจวรรณ กับผลงาน กว่าจะมาเป็น โจ พันธุ์ปลา คุณหน่อง เล่าให้ฟังว่า อดีตครอบครัวประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาขายตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ เติบโตมากับอาชีพนี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คลุกคลีอยู่กับอาชีพนี้มานาน ทำให้มีความรู้ทางด้านการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาน้ำจืดเป็นอย่างดี ตัดสินใจกู้เงินมาลงทุนเช่าที่ จำนวน 1 ไร่ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลา โดยใช้ชื่อว่า โจ พันธุ์ปลา (เป็นชื่อของสามี) มีบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 3 บ่อ ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดจำหน่าย ส่งขายออกไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำอยู่แบบนี้มาหลายปี จนทำให้มีเงินมาใช้หนี้ที่กู้มาทำฟาร์มจนหมด หลังจากที่ใช้หนี้เงินที่กู้มาจนหมด ก็ได้เก็บเงินชื้อที่ทำฟาร์มพร้อมกับสร้างที่อยู่อาศัยแ
“ความล้มเหลว ไม่ใช่ทางเลือก” คติประจำใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณบุญเฮือง ลิดดัง หรือ คุณแครอล นักธุรกิจสาว ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท ดาวเฮืองกรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้แบรนด์ “ดาวคอฟฟี่” บอกถึงแรงบันดาลใจที่มาจาก คุณหมอฮาว ลิดดัง ซึ่งเป็นคุณพ่อของเธอ “หากเราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก งานนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ดังนั้น ทางเลือกของเราคือ เลือกที่จะตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำ ถ้าเราตั้งใจทำ ถึงแม้มันจะไม่เกิดผลในตอนแรก แต่ถ้าตั้งใจ เราจะทำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย ฉะนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราว่าจะสู้หรือจะไม่สู้ ถ้าเราเลือกว่าเราตั้งใจที่จะทำ ความล้มเหลวก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไป” คุณบุญเฮือง บอกว่า “คนไทยยังบริโภคกาแฟอยู่ในระดับน้อยกว่าคนลาว คือ ประเทศไทยมีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ประเทศลาวอยู่ที่ระดับ 1.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือข้อมูลสำรวจอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 200 แก้ว/คน/ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมการบริโภคกาแฟ เช่น นอร์เวย์ 1,000 แก้ว/คน/ปี และญี่ปุ่น 400 แ
ใครที่ไปเยือนไต้หวัน หากได้อ่านข้อมูลการท่องเที่ยวไปก่อน สถานที่หนึ่งที่ได้รับการแนะนำคือ หมู่บ้านแมว (Cat Village Houtong) ไม่ไกลจากไทเป หมู่บ้านแมวแห่งนี้ เดิมเป็น แหล่งทำเหมืองแร่ เมื่อสัก 40 กว่าปีก่อน ผู้คนก็อพยพออกจากหมู่บ้านไป แต่ยังมีระบบไฟฟ้า รถไฟ เข้าถึงอยู่ จากนั้น แร่ในเหมืองลดลง ชาวบ้านทยอยอพยพเข้ามาอยู่อาศัย และที่โด่งดังมากในโซเชียลคือ มันกลายเป็นหมู่บ้านแมว ที่ว่าเป็นหมู่บ้านแมว คือมีแมวมาอาศัยอยู่มาก และชาวบ้านในชุมชน ก็พร้อมใจกันตกแต่งสถานที่ภายในชุมชนให้ทุกอย่างเป็นแมว วาดภาพแมว ที่นั่งแมว รอยเท้าแมวบนถนน คัตเอ้าต์แมวตั้งแต่ที่สถานีรถไฟ รวมทั้งมีแมวจริงๆ เดินไปเดินมา นั่นทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต้องการไปสัมผัสหมู่บ้านแมวแห่งนี้ โดยเฉพาะเหล่าทาสแมว เมื่อชุมชน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีแมวเป็นแรงดึงดูด รายได้ก็เข้าสู่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่แมว บางจุดมีอาหารแมวขายให้นักท่องเที่ยวนำไปให้แมวกิน ยิ่งเป็นยุคนี้สมัยนี้ ไปเที่ยวแล้วก็ต้องถ่ายรูป เช็กอิน กระแสหมู่บ้านแมว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ นอกจากนี้ หมู่บ้านแมว หัวตง แห่งนี้ยัง
กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่า “ประสบความสำเร็จ” หลายคนอาจต้องดื่มด่ำกับคำว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” หากเราปล่อยให้ล้มโดยไม่คิดจะลุก ไหนเลยจะพบกับคำว่า สำเร็จ ได้ คุณภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล คือตัวอย่างของคนล้มแล้วพร้อมลุกทุกครั้ง จนวันนี้มาถึงจุดยืนแห่งความสำเร็จได้ในวัย 34 ปี ขายของและเป็นครู ก้าวมาสู่อาชีพอิสระ คุณภีร์นริศร์ มีจังหวะชีวิตเริ่มต้นเช่นคนธรรมดาทั่วไป เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย จากนั้นก็นำพาชีวิตมุ่งหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ทว่าช่วงนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองกำลังคุกรุ่น เขากลายเป็นคนตกงานทั้งๆ ที่ยังไม่เคยได้เข้าทำงานที่ไหน เมื่อกรุงเทพฯ ไม่ใช่อู่ข้าวอู่น้ำสำหรับเขา จึงเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง กระทั่งได้เป็นครูอยู่ในสถาบันการศึกษาอาชีวะเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่ได้ 1 ปี ก็ย้ายตัวเองมาสมัครงานเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน น่าน คือ บ้านเกิด และการกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการกลับแบบถาวร “ระหว่างสอนหนังสือที่ปัว ขณะนั้นเมืองน่านกำลังเปิดตัวเรื่องท่องเที่ยว และมีโครงการกาดน่านขึ้นมา ผมจึงเห็นว่าน่าจะนำเวลาว่าง
เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร สำหรับลูกทุ่งสาวสุดแซ่บ จ๊ะ อาร์สยาม-นงผณี มหาดไทย อย่างล่าสุดที่เพิ่งหันมาชิมลางทำธุรกิจสครับขัดผิว Jah Body Scrub ภายใต้ชื่อ JAH BRAND ก็กลายเป็นจุดสนใจ (อีกครั้ง) เพราะนอกจากลงทุนถ่ายรูปแผ่นหลังเปลือยเปล่าขณะใช้ สครับ และถอยซุปเปอร์คาร์คันใหม่ให้ตัวเองฉลองกำไรก้อนโต เจ้าตัวยังประกาศแจกทองคำ กระเป๋าหรู รถเบนซ์ บ้าน คอนโดมิเนียม รวมถึงเสริมอึ๋มให้กับตัวแทนจำหน่ายที่ทำยอดได้ตามเป้า! “จริงค่ะ แจกจริง 100 เปอร์เซ็นต์” นักร้องลูกทุ่งสุดแซ่บวัย 26 ย้ำชัดถึงกระแสฮือฮาล่าสุด ก่อนจะว่า “เพิ่งแจกแหวนทองไป 800 วง ตัวแทนที่ขายได้ 50 กระปุกจะได้ 1 วง และถ้าคุณสะสมได้ 200,000 กระปุกใน 1 ปี คุณก็รับรถเบนซ์ไปเลยหรือจะเอาเป็นเงินก็ได้ 2 ล้านกว่าบาท มีคอนโดฯ มีบ้าน เราแจกจริงๆ เพราะคำว่าธุรกิจ เราได้คุณได้ อันนี้แบบแฟร์ๆ เจ้าของธุรกิจบางคนมองว่าฉันเป็นคนลงทุน ฉันต้องได้ 70 คุณได้ 30 แต่จ๊ะไม่เอาเปรียบ 50-50 เท่ากัน” ดังนั้น เมื่อเปิดตัวล็อตแรกราวๆ เดือนสิงหาคม สครับจำนวน 30,000 กระปุก จึงถูกดีลเลอร์และตัวแทนจำหน่ายกว่า 200 คนทั่วประเทศจับจองหมดเกลี้ยงตั้
ไม่ต้องตระเวนทั่วเมืองไทยก็ช็อปสินค้าชุมชนขึ้นชื่อจากทั่วทุกภาคได้ ในร้านประชารัฐสุขใจ SHOP ที่พร้อมเปิดช็อปใจกลางกรุง ในงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม นี้ ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร งานนี้ขนผลิตภัณฑ์ชุมชนสุดคลาสสิกกว่าร้อยรายการ ทั้งของกิน ของใช้ มีสไตล์ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดห้ามพลาด! เตรียมสตางค์ในกระเป๋า พร้อมช็อปช่วยชุมชน ปลุกกระแส “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ชม ชิม ช็อป สินค้าชุมชนของดีทั่วไทยแบบครบครัน ในงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” ซึ่งได้จัดสรรพื้นที่โซน 10 “ประชารัฐร่วมใจ” ยกเอาร้านค้าประชารัฐสุขใจ SHOP จากทั่วทุกภูมิภาคมารวมไว้ในร้านเดียว พร้อมเนรมิตให้เป็นร้านประชารัฐสุขใจในฝัน รวมความครบครันของสินค้าชุมชนขึ้นชื่อทั้งอาหาร สินค้าแปรรูป ของฝาก ของใช้ และของที่ระลึกจากแต่ละภาค มาจำหน่ายในราคาผู้ผลิต รวมมิตรสินค้าน่าช็อป ร้านประชารัฐสุขใจ SHOP เหนือ-ใต้-อีสาน-กลาง พบกับสินค้าทีเด็ดขึ้นชื่อจาก 17 จังหวัดทั่วไทย ทั้งภาคเหนือ ใต้ อีสาน และกล
คุณชาญ บัววิเชียร เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาช่อน ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่การนำลูกปลาจากธรรมชาติมาอนุบาลจนมีความแข็งแรงก่อนที่จะส่งจำหน่ายต่อไปยังเกษตรกรที่มีความสนใจ คุณชาญ เดิมมีอาชีพเป็นช่างตัดผม อยู่แถวมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เบื่อความจำเจ ประกอบกับที่ต้องกลับมาดูแลพ่อแม่ จึงกลับมาอยู่บ้านเกิดและหันมายึดอาชีพเป็นลูกจ้างเลี้ยงปลาช่อน ในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี การทำงานเป็นลูกจ้างทำให้คุณชาญมีโอกาสสร้างธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง โดยการนำลูกปลาช่อนที่ชาวบ้านจับมาจากธรรมชาติส่วนที่เกินปริมาณการสั่งชื้อของนายจ้างมาเลี้ยงในกระชังควบคู่กับการเป็นลูกจ้าง ซึ่งในแรกๆ ยังไม่มีเงินทุน การเพาะเลี้ยงจึงเริ่มต้น 4 กระชัง โดยใช้ไม้ไผ่ทำเป็นหลักยึดกระชังให้ลอยอยู่ในน้ำ หลังจากที่คุณชาญเพาะเลี้ยงลูกปลาช่อนควบคู่กับการเป็นลูกจ้างมาระยะหนึ่ง ธุรกิจของนายจ้างต้องหยุดกิจการลงเนื่องจากเกิดปัญหา ลูกน้องแยกย้ายไปหาอาชีพอื่นๆ ทำกันหมด เหลือเพียงคุณชาญที่ยังให้ความสนใจถึงแม้ธุรกิจของนายจ้างจะหยุดลงแต่เขายังคงสานต่ออาชีพนี้ทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว
คุณณรงค์ หงษ์วิชุลดา อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 8 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพเป็นช่างทำประตูม้วน และมีอาชีพเสริมคือการรับจ้างเก็บมะพร้าว คุณณรงค์ เล่าว่า ที่บ้านอยู่ติดกับชายแดนเขมร-ช่องจอม เวลาต้องไปเก็บมะพร้าวจะเจอกับปัญหาแรงงานที่หายาก จำเป็นต้องใช้แรงงานเขมร จ้างเก็บในราคาลูกละ 1.50-2 บาท แต่ช่วงหลังๆ มาแรงงานกลับบ้านเริ่มหาคนงานยาก ด้วยความที่ตัวเองเป็นช่างอยู่แล้วจึงคิดดัดแปลงหาวิธีพัฒนามาเป็น จักรยานปีนมะพร้าว ใช้งานสะดวก ใครก็สามารถปีนได้ “จักรยานปีนมะพร้าว” ตั้งมาจากที่ชาวบ้านชอบเรียก เมื่อเอาไปขึ้นที่ไหนชาวบ้านเขาก็จะเรียกว่าจักรยานปีนมะพร้าว เพราะระบบการทำงานคล้ายกัน ปั่นขึ้นไปเรื่อยๆ ในตอนแรกกะว่าจะทำแค่ใช้เอง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกน้องยืมเอาเครื่องนี้ไปใช้แล้วมีคนถ่ายคลิปมาลง เราไปเห็นในเฟซบุ๊กจำได้ว่าเป็นของเรา มีคนเข้าไปดูกดถูกใจกันเยอะแยะ ผมจึงลองโพสต์ขายในราคา 1,800 บาท ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ วัสดุอุปกรณ์ ทำจากเหล็กหนาอย่างดี ใช้งานได้นานถ้าเก่าให้ทาสีใหม่ อุปกรณ์เราแน่นหนา เพราะการขึ้นที่สูงจะทำเล่นๆ กันไม่ได้ ตกมาแขนขาหักไม่คุ้ม และก่อนที่จะทำขายมีการท
การเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริม ก็เป็นทางเลือกของใครหลายๆ คน สำหรับเกษตรกรหรือชาวบ้านที่มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ก็สามารถสร้างรายได้ในเวลาที่เหลือจากการทำอาชีพหลัก และวันนี้จะยกตัวอย่างการเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมือง ของ คุณขวัญยืน ระดมกิจ เจ้าของโคเนื้อพื้นเมือง จำนวน 15 ตัว ที่บ้านเลขที่ 211 หมู่ที่ 2 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบัน คุณขวัญยืน ทำงานอยู่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดำเนินสะดวก แต่เลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม คุณขวัญยืน ระดมกิจ เริ่มต้นการเลี้ยงโคเนื้อ จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงโคเนื้อของคุณขวัญยืนนั้น เริ่มจากปศุสัตว์ได้แจกแม่โคมาให้เลี้ยงคนละ 1 ตัว เลี้ยงไว้สักพัก แม่โคก็ผสมพันธุ์ออกลูกออกหลานมาให้คุณขวัญยืนได้เลี้ยงเพิ่ม…คุณขวัญยืน เล่าว่า โคไทยพื้นเมือง เป็นโคที่เลี้ยงง่าย แค่มีฟาง มีหญ้าให้กินก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงอาหารก็ได้ เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่ลงทุนน้อย ปัจจุบันเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมืองมาได้ 5 ปีกว่าแล้ว วิธีการเลี้ยงและการดูแลรักษาโรค การเลี้ยงโคเนื้อ สำหรับบางคนที่เลี้ยงเป็นอาชีพหลัก ก็จะมีฟาร์มเลี้ยง มีพื้นที่ไว
