SMEs
ในปีนี้ผู้ประกอบการหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือปีที่โหดที่สุด” บางคนเรียกว่า “ปีเผาจริง” บางคนบอก “เผาซ้ำ” จากเทปพิเศษ Exclusive Round Table ที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และมติชนทีวี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดโต๊ะพูดคุยกับ 3 ตัวจริงจากแวดวงอาหาร เพื่อค้นหาทางออกในวันที่ธุรกิจนี้ต้องการความหวังมากที่สุด หนึ่งในกูรูที่มาร่วมพูดคุยคือ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หรือ เจ้าของเพจ Torpenguin ได้สะท้อนมุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจ 3 ล้านราย เป็นร้านอาหาร 6 เเสนราย ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 เเล้ววันนี้พอโครงสร้างต้นทุนพัง มันก็ไม่เหลือ ซึ่งเห็นแล้วจากเจ้าใหญ่ๆ คนเลิกเดินห้างสรรพสินค้าแล้ว สถิติบอกเลยว่าระยะเวลาความถี่ในการเดินห้างของคนกรุงเทพฯ ลดลง การกินในห้างต่อ 1 ครั้งก็ลดลงเรื่อยๆ เเต่ร้านอาหารก็ยังเป็นผู้เช่าเดียวที่ยังมีกำลังหาพื้นที่เช่าในห้างอยู่ ห้างก็เลยต้องเพิ่มสัดส่วนร้านอาหารจาก 20-30% เป็น 50% เดินเข้าห้างทีมี 700-800 ร้านที่เพิ่มขึ้นมา ฉะนั้น วันนี้ห้างต้องพยายามดันให้คนมาเดิน ซึ่งคนก็ยังไม่เดิน เเต่บริษัทร้านอาหารที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องการรายไ
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านโถสุขภัณฑ์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบฉีดน้ำทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่เลือกให้เหมาะกับการถ่ายหนัก-เบา การปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นขึ้นในฤดูหนาว และเปิดเสียงกลบขณะทำภารกิจหนัก แม้จะประสบความสำเร็จกับการออกแบบให้โถสุขภัณฑ์ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ล่าสุดแบรนด์ “โตโต้” (Toto) เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ที่เปลี่ยนจากความสะดวกสบาย มาเป็นการใส่ใจกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี “ไมนิจิ” สื่อญี่ปุ่น ระบุว่า “โตโต้” เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ “นีโอเรสต์” (Neorest) รุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีระบบตรวจสอบ “อุจจาระ” และบันทึกข้อมูลในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพจากการขับถ่ายได้ โถสุขภัณฑ์สุดล้ำนี้จะติดตั้งเซนเซอร์ไว้ใกล้กับหัวฉีดน้ำ หลักการทำงานก็คล้ายกับการสแกนบาร์โค้ด โดยจะฉายแสงไปยัง “อึ” ที่ตกลงในโถเพื่อวัดค่าต่างๆ เมื่อผู้ใช้นั่งบนฝาชักโครก ฝาเครื่องสแกนจะเปิดออกและระบบเริ่มทำงาน หลังจากวัดค่าเสร็จแล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมั
ชาติศักดิ์ มหาทา ชื่อนี้อาจมีน้อยคนที่คุ้นหู้ แต่ถ้าเป็น เอแคลร์ จือปาก เชื่อว่าต้องรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ในฐานะอินฟลูฯ ชื่อดัง ที่ปัจจุบันเป็นทั้ง คอนเทนต์บิวตี้บล็อกเกอร์ ยูทูบเบอร์ นักร้อง เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง และล่าสุดเป็นนักแสดงมีหลายผลงาน “ตอนนี้ทำอยู่ 3 ขา เป็นยูทูบเบอร์ ทำคอนเทนต์ช่องจือปาก เป็นผู้บริหารแบรนด์สกินแคร์ ชื่อว่า Elite Care และล่าสุดเพิ่งปล่อยเพลงเมร่อนค่ะ” เอแคลร์ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับบิวตี้บล็อกเกอร์ ว่า ทำมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่รักสวยรักงามคนหนึ่ง เห็นใครๆ ทำคอนเทนต์ด้านความสวยความงาม ก็อยากลองทำบ้าง และด้วยความที่ยังเด็กก็ติดเล่น แต่ละคลิปที่ทำออกมาก็จะบวกความฮาๆ พูดเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทยบ้าง ใส่ความเป็นตัวตนของเราเข้าไป กระทั่งคลิปเป็นไวรัล ยอดคนดูล้านวิวภายในคืนเดียว “สำหรับเมื่อ 7–8 ปีที่แล้ว ยอดคนดูเยอะขนาดนี้ในข้ามคืน เป็นเรื่องใหญ่มาก ตื่นเต้นมาก จากนั้นมาก็เริ่มมีงาน มีคนจ้างทำรีวิว” ศิษย์เก่าวิทยาลัยศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรังสิต เล่าเสียงปลื้ม ก่อนคุยออกรสต่อ ช่วงเรียนชั้นปีที่ 3 ห
ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปไว จึงทำให้ความท้าทายของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไม่ใช่แค่การทำรสชาติอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่การที่จะทำให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในวงการนี้ นั่นคือ การรักษามาตรฐาน การรักษาความสัมพันธ์ และสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session “The Unshakable Business ทำอย่างไรให้ธุรกิจมั่นคงในวันที่โลกสั่นคลอน” ในงาน #CTC2025 โดย คุณจุ๊บ-นงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป จาก The Coffee Club ธุรกิจที่ขายเครื่องดื่มและ All Day Breakfast เป็นร้านกาแฟที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก และในประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของ Minor Food Group การรักษามาตรฐาน พฤติกรรมของคนที่ดื่มกาแฟส่วนใหญ่มักจะดื่มทุกวัน แต่ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ หลายคนอาจจะเปลี่ยนร้านไปเป็นคาเฟ่ หรือร้านสะดวกซื้อแทน แต่ทางแบรนด์ The Coffee Club เชื่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำธุรกิจคือ “ความพึงพอใจของลูกค้า” ที่จะทำให้ร้านอยู่ได้อย่างยั่งยืน แนวทางการปรับตัว ได้แก่ – การเพิ่มคุณค่า (Value) ให้กับเมนูต่างๆ ทั้งในแง่ของรสชาติ บริการ หรือประสบการณ์ – ก
‘พริกแกงต้องตำสด’ รสมือที่มาจากความตั้งใจ ในยุคที่อาหารไทยส่วนใหญ่ หันไปใช้พริกแกงสำเร็จรูป เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้าน แกงสด กลับหยิบ “ครก” ขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหารไทยแห่งใหม่ที่ชื่อว่า “แกงสด” พร้อมชูจุดเด่นด้วยการโขลกพริกแกงสดๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความพิถีพิถันแบบครัวไทย กว่าจะเป็น “เชฟต้น” เรื่องราวของเชฟต้น เริ่มต้นจากการไป Work & Travel ที่สหรัฐอเมริกา ทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่รัฐเนวาดา ในตอนนั้นเขายังไม่คิดเป็นเชฟ แต่เมื่อได้ลองทำงานในครัว กลับรู้สึกชอบความเป็นระบบ ความกดดัน และความท้าทายในงานครัว ที่ไม่ใช่แค่การทำงานแลกเงิน แต่เป็นเส้นทางที่เขาหลงใหล เมื่อกลับมาไทย เชฟต้นเริ่มแน่ใจว่าอยากเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากสายเศรษฐศาสตร์ สู่สายอาหาร เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำอยู่ไม่ถึงเดือน แล้วเดินทางไปเรียนที่ Culinary Institute of America (CIA) นิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำของโลก และเลือกที่จะทุ่มเทจนกลายเป็นเชฟไทยรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการรายการ Top Chef Thailand ซึ่งเป็นร
เมนูสุดไวรัลที่กำลังฮิตไปทั่วโซเชียลในตอนนี้ช่วงนี้ เพราะถ้าเลื่อนฟีดโซเชียลไม่ว่าจะ TikTok หรือ Facebook ก็อาจจะเห็นรีวิว “เค้กไก่หย็อง” ขึ้นเต็มหน้าจอ ซึ่งเป็นเมนูที่เป็นกระแสใหม่ของวงการเบเกอรี่ไทย โดยมีเหล่าอินฟลูฯ Tiktoker จากช่องต่างๆ ทำคลิปรีวิวเจ้าเค้กไก่หย็องกันเป็นจำนวนมาก โดยต้นกำเนิดมาจาก “เบเกอรี่จีนและไต้หวัน” เรียกว่า Xiao Bei Crispy Seaweed Floss Cake (เค้กสาหร่ายกรอบเสี่ยวเป้ย), ขนมไข่ไก่นุ่มไส้ไก่หย็องแบบชิ้นเล็ก หรือบางร้านใช้คำว่า “เค้กเนื้อหย็อง” หรือ “เค้กไก่หย็อง” ซึ่งจะใส่หมูหย็องในขนมปัง จากนั้นนำมาทาด้วยมายองเนสหรือครีม และโรยไก่หย็องด้านบนอีกครั้ง พร้อมงาขาวหรือสาหร่าย จนกลายเป็นขนมที่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภค หลายคอมเมนต์พูดว่ามีทั้งความแปลกและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร และร้านดังในจีนที่ทำให้ขนมชนิดนี้เป็นไวรัล นั่นคือ Bao’s Pastry เเละ Youchen ราคาอยู่ที่ $3.60 (ประมาณ 97 บาท) ซึ่งขายดีจนมีคนต่อคิวรอซื้อนานเป็นชั่วโมง กลายเป็นเทรนด์ฮิตที่แพร่ไปทั่วทั้งเกาหลี สิงคโปร์ และไทยในเวลาอันรวดเร็ว หนึ่งในร้านที่จุดกระแสความปังในไทย คือ “ร้านปังเว่อร์” จากนนทบุรี ท
ขึ้นชื่อว่า “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง” จะมีความรู้สึกของเลือดนักสู้เข้ามาผสมอยู่ในคำคำนั้น เฉกเช่นเดียวกับ คุณบัว-นูลนี บุญมากาศ อายุ 26 ปี เจ้าของร้านขายนขนมปังอยู่หน้าบ้าน ที่เป็นไวรัลในโซเชียล คนต่อแถวยาวเหยียดจนทำแทบไม่ทัน แต่เส้นทางของความน่าภาคภูมิใจของเธอ จะต้องแลกมาด้วยความท้าทาย ความกดดันอย่างไรบ้าง เธอได้เล่าให้เราฟังว่า เส้นทางของ “1 Recipe Bake” เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ด้วยร้านเล็กๆ ที่ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเมื่อเจ้าของร้านตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง แต่ด้วยใจรักในการทำขนม เธอก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาทำขนมส่งขายตามคาเฟ่ต่างๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเมื่อเธอเริ่มทำ TikTok วิดีโอสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวและเสน่ห์ของขนมโฮมเมดของเธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากเริ่มรู้จัก “1 Recipe Bake” และถึงขนาดเดินทางมาที่บ้านเพื่อลิ้มลองขนมสดใหม่จากเตา นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาเปิดร้านเล็กๆ อีกครั้งที่หน้าบ้านของตัวเอง เมื่อตัดสินใจเปิดร้านที่หน้าบ้าน ผลตอบรับเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่คอนเทนต์บน TikTok กลายเป็นไวรัล ลูกค้าห
แม้จะเรียนจบด้านดนตรี และมีแพชชันแรงกล้าว่าจะไม่ทำธุรกิจครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่บริษัทตุ๊กตาย่ำแย่ ช่องทางการขายหลักอย่างห้างสรรพสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ และตุ๊กตายังถูกมองว่าเป็นแค่ “ของเล่น” สำหรับเด็กที่ใครๆ ก็ขายกัน ทำให้ คุณทอย-กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตบริษัทให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวัยเด็กมาผลิตเป็นตุ๊กตา พวงกุญแจ และสินค้าหลากหลาย จนกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดตัว ซื้อมาห้อยกระเป๋าได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณทอย เจ้าของ Codec Creation ทำธุรกิจอย่างไรและทำการตลาดแบบไหนให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักครองใจลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกคนไปหาคำตอบ บริษัทตุ๊กตา ธุรกิจจากรุ่นแม่ คุณทอย เล่าให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจตุ๊กตามาตั้งแต่รุ่นแม่ โดยเริ่มจากขายการ์ดดินปั้นที่ได้กำไรเพียงชิ้นละ 2-3 บาท ไม่คุ้มกับความเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาขายตุ๊กตาที่รับจากสำเพ็งแล้วนำมาติดโบว์ ติดปีกให้น่ารักจนขายดิบขายดี แต่วันหนึ่งก็มีคนเลียนแบบ จึงได้เปลี่ยนมาผลิตตุ๊กตาเอง โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชาวเกาห
กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภา
สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที” ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง แล
