SMEs
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
ถูกยกให้เป็น “ไอดอลเชฟ” ของใครหลายคน สำหรับ เชฟอาร์ – ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอให้ชี้แนะแนวทางสู่สายอาชีพให้กับคนที่อยากเจริญรอยตามเขาบ้าง เชฟหนุ่ม อารมณ์ดี บอกว่า “อาชีพเชฟ ไม่ใช่อาชีพที่ขี้เหร่ นะ ปัจจุบันกระแสดีอยู่แล้ว ผมว่าเป็นอาชีพที่รายได้สูง แต่ก่อนจะรายได้สูง ก็คงเหมือนกับทุกอาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างตัวเองให้มีคุณค่าพอ หรือมี Value ที่เพียงพอกับรายได้ที่คุณจะได้รับก่อน เพราะสิ่งนี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ” ก่อนบอกอีกว่า “เส้นทางของอาชีพเชฟ นี้ มีเยอะมากนะตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องของ Part โรงแรม ที่คุณจะต้องเริ่มต้นเงินเดือนตั้งแต่ 1.2 หมื่นบาท ไปจนกว่าจะถึง Executive Chef คุณต้องใช้เวลา 15 ปี ถึงจะได้เงินเดือนแสนกว่า ตัดไปก่อนนะ ธุรกิจอาหาร ก็สามารถเข้าไปได้ แต่วงการร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ เปิดง่าย แค่มีทุนมีเงิน ทำอาหารอร่อย ก็เปิดได้แล้ว แต่เปิดแล้วทำให้อยู่ได้ อยู่ให้ลูกค้าติด ไม่ขาดทุน อยู่ยังไงให้ยั่งยืน อันนี้เรื่องยากมาก” “นอกจากนี้ ก็เหลือการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ส
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี แรงบันดาลหนึ่งที่ทำให้คนอยากเปิดร้านอาหารคือ ชอบทำอาหาร ทำอาหารอร่อย ใครกินก็ชมเปาะ มีสูตรของคุณย่า คุณยาย หรือตกทอดมาจากซัวเถา มีสตอรี่ อย่ากระนั้นเลย เมื่อประสบโอกาสดี ขอเปิดร้านอาหารซะเลย เห็นคนอื่นเขาเปิดร้านอาหารแล้วประสบความสำเร็จ แต่อร่อยสู้ของเราไม่ได้ แล้วเรามีฝีมือขนาดนี้ ลูกค้าจะไม่ติดตรึมรึ เปิดแล้วช่วงแรกๆ ดูดี มีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย ช่วงนี้เขาเรียกกันว่า “ลูกค้าหลอก” หรือ “ไม่ใช่ของจริง” เพราะเมื่อแรกเปิดเราจะมีแรงหนุนจากเพื่อนฝูง ญาติ ครอบครัว ชวนกันมาอุดหนุนหลายๆ สาย ใครมากินก็ชม อร่อยอย่างโน้น อร่อยอย่างนี้ แล้วจะชวนเพื่อนกลับมากินอีก แต่พอเปิดไปประมาณ 6 เดือน 1 ปี นี่แหละจะพบกับ “ของจริง” ลูกค้าที่เคยหมุนเวียนมาหายไปไหนหมด ที่เคยบอกว่าจะชวนเพื่อนกลับมาอุดหนุนก็หาย จะเหลือลูกค้าประจำๆ อยู่ไม่กี่ราย เป็นอย่างนี้อีกสัก 6 เดือน ทุนหมด ก็ชักถอยแล้วครับ อยากทำร้านอาหารให้เจ๊ง แค่หลงตัวเองไว้เยอะๆ ว่า “ฉันทำอาหารอร่อย ฝีมือดี ขายดีแน่นอน” ถ้าไม่ดวงดี เจ๊งสมใจครับ การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเ
คลิปเดียวเปลี่ยนของหวานธรรมดาให้กลายเป็นขนมที่ทุกคนอยากลอง กลายเป็นกระแสไวรัลบน TikTok แบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อแอ๊กเคานต์ว่า @melonminicute ได้ลงคลิปรีวิวช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่งที่ขายในเซเว่นฯ พร้อมกับคำบรรยายสุดไวรัลว่า “เขามีความเป็นมิตร เขามีความขี้อ้อน ขี้เล่น อ่อนหวาน มีความเจนเทิล” เพียงแค่คำพูดเรียบง่ายและท่าทางการกินแบบนุ่มนวลของเธอ ก็สามารถเปลี่ยนการกินช็อกโกแลตธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ได้ในพริบตา จนผู้ชมพากันสนใจเป็นอย่างมาก ต้องไปหามากินตาม! คลิปนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึก น่ารักขี้เล่น เท่านั้น แต่ยังพุ่งแรงในเชิงสถิติด้วยยอดผู้ชมทะลุ 9.3 ล้านวิว ยอดกดถูกใจสูงกว่า 599.5 แสนครั้ง เเละยอดเเชร์ 657.7 แสนเชร์ พร้อมมีคอมเมนต์จำนวนมาก บอกว่า รีวิวได้เข้าถึงซิกเนเจอร์มาก, ซื้อที่ไหนคะ ทำให้คนอยากชิมเพราะคำรีวิวนี่แหละ และเจ้าช็อกโกแลตที่กำลังเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้ก็คือ “Dairy Milk” เป็นช็อกโกแลตจากแบรนด์ดัง Cadbury จากประเทศอังกฤษ ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven รวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเด่นของ Dairy Milk คือ เนื้อช็อกโกแลตที่นุ่มละ
ยุคนี้ขายของเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ เล่นกับกระแสบนโลกโซเชียลให้ทัน โดยเฉพาะเทรนด์ของ “กลุ่มลูกค้า Gen Z” ที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าในยุคนี้ ยอดขายอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำ Real-time Marketing โดยล่าสุดมีเทรนด์ใหม่สุดฮิตที่อินฟลูฯ หรือแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาเล่นคอนเทนต์เหล่านี้ นั่นคือ “เทรนด์แต่งภาพแบบ Gen Z” ที่มีความสนุกสนาน สุดโต่ง แปลกตา ไม่ว่าจะเป็น การทำรูปหัวโต การแต่งรูปให้ทะลุออกมาจากหน้าจอ เป็นต้น ซึ่งแต่ละโพสต์สามารถสร้างยอด Engagement ได้แบบพุ่งกระฉูด ถือเป็นการโปรโมตสินค้าได้แบบเนียนๆ ซึ่งในทางการตลาดเรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า “Exaggerated Content” หรือ “Hyperrealism” หรือ “Faux-out-of-home (FOOH)” ที่ใช้เพื่ออธิบายสื่อโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาที่เป็นเทคนิค 3D หรือเทคนิคพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ดูเหมือนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอที่เคยเป็นไวรัลที่สร้างด้วย AI อย่างแคมเปญการตลาดที่แบรนด์ดังหลายแบรนด์มีการนำสินค้ามาทำให้ดูใหญ่ขึ้นและวิ่งอยู่รางแท
เรียกได้ว่าเป็นกระแสอย่างมาก กับเมนูข้าวต้มมัดจากร้าน ขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน Coco’s Story ที่มีอินฟลูฯ มารีวิวพร้อมแคปชันที่ว่า “ข้าวต้มมัดใส่ถั่ว” และ “ข้าวต้มมัดไม่ใส่ถั่ว” มาในแพ็กเกจทานง่าย ไม่เลอะมือ เพราะทางร้านแกะข้าวต้มมัดใส่กล่องอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก คุณออม-พชรพร ชิตกร ที่ตอนนั้นแฟนอยากลาออกจากงานประจำ เธอจึงชวนมาขายขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน ที่ทำเป็นอาชีพเสริมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชื่อร้านว่า “บุญเฉลียว” ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการนำไปวางขายตามร้านอาหารต่างๆ กระทั่งได้มาเปิดหน้าร้านที่ริมถนนราชพฤกษ์ เสียค่าเช่าที่เดือนละ 2,000 บาท และด้วยความเชื่อที่ว่า “ร้านอยู่ริมถนน ยังไงก็ขายได้แน่นอน” แต่ปรากฏว่ายอดขายซบเซา ไม่มีคนเดินผ่าน ขายได้วันหนึ่งไม่ถึง 40 กล่อง ทำให้พวกเขาต้องหาทำเลในการขายใหม่อีกครั้ง จนได้มาเจอกับ “ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่” ที่เรียกได้ว่าพลิกชีวิตเป็นอย่างมาก จากเริ่มแรกที่มีเตานึ่งเพียง 2 เตา ต้องเพิ่มเป็น 8 เตา เพราะลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้เตาเพียง 2 เตาไม่เพียงพอแล้ว ปัจจุบันมีการเพิ่มขนมให้หลากหลายกว่า 10 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ขนม
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
ครบ–จบ–ต่อยอดได้จริง ผู้ประกอบการแห่ร่วม คอนเทนต์แน่น ไอเดียสด สร้างยอดขาย-ขยายตลาด กิจกรรม 3 วัน ของงานสัมมนา งาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ ก่อนปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยมีผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้สนใจจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน สำหรับหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ เวิร์กช็อปสุด Exclusive “T-Brand to China” จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ที่เปิดประตูสู่ตลาดมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย คลาสเรียนเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยวันแรก (12 ก.ค.) เปิดฉากคลาสด้วยความคึกคัก มีผู้ประกอบการแห่จองที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือ เวิร์กช็อป “รู้จัก RED NOTE เครื่องมือการตลาดทรงพลัง เจาะเทคนิคสื่อสารให้คนจีนรัก” โดย คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หรือ “พี่เปี๊ยก จัดให้” เจ้าของช่อง TikTok ชื่อดัง ที่บอกเล่าแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ดังในหมู่คนจีนที่มาเที่ยวไทย ก่อนต่อยอดสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ก่อนไปต่อที่ ด้าน
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้
