SMEs
“การทำผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลต มาจากความอยากอาหารของเด็กอ้วนคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ” เชฟกันต์ อรุณประพันธ์ เจ้าของร้าน Lolé เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนหัวเราะร่วน “เพราะวันหนึ่งเคยกินช็อกโกแลตของเวียดนามยี่ห้อ Marou แล้วติดใจมาก แต่หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ เลยบินไปซื้อที่เวียดนามเลย ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ได้เป็นเชฟในปัจจุบัน” เจ้าของเรื่องราว ว่ามาอย่างนั้น สำหรับร้าน Lolé ของเขานั้น เป็นร้านขนมสไตล์ตะวันตก ที่มีความโดดเด่นตรงที่นำช็อกโกแลตมาเป็นวัตถุดิบหลักของขนม นั่นเพราะเชฟกันต์ หรือที่เขาชอบเรียกตัวเองว่า “เชฟหนวด” มีความหลงใหลในช็อกโกแลตเป็นพิเศษมาตั้งแต่เยาว์วัย จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดร้านแห่งนี้ในรูปแบบออนไลน์ มาตั้งแต่ปี 2563 จวบจนปัจจุบัน “เอาจริงๆ ไม่เคยฝันอยากจะเป็นเชฟเลยครับ จุดเริ่มต้นของผมมันเรียบง่ายมาก คือเป็นคนที่ชอบทานขนมอร่อยๆ โดยเฉพาะคุกกี้ช็อกโกแลต แต่ในสมัยก่อนนั้นตัวเลือกในบ้านเรายังมีไม่มากนัก ผมเลยเริ่มลงมือทำเองเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองนี่แหละ ตอนนั้นคิดว่าเป็นเหตุผลที่เล็กมากๆ เลย แอบอายด้วยซ้ำเวลาใครถามถึงเหตุผลในการเป็นเชฟ” “แต่พอโตขึ้นได้เรียนรู้ว
พายเรือเก็บขยะ “แมวริมคลอง” เสน่ห์ที่ชุบตลาดร้าง สู่ตลาดที่ใครๆ ก็รู้จัก “แรกเริ่มเราไม่คิดว่ามันจะเป็นการดึงดูดคน แต่คิดว่าเราเห็นคนนั่งเรือกับแมวแล้วเขารู้สึกมีความสุข เราก็เลยอยากให้บริการนี้กับแขกของเรา อยากให้แขกที่มาพักกับเราได้ประสบการณ์แปลกใหม่แล้วก็มีความสุข” หัวตะเข้ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนสบาย มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าง เวิร์กช็อปศิลปะ ภายในตลาดยังมีร้านอาหารที่การันตีความอร่อย ราคาเข้าถึงง่าย แต่นอกจากสิ่งที่พูดมานี้ ยังมีสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักกับหัวตะเข้มากขึ้น ผู้เขียนต้องขออ้างถึงร้าน สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ ที่เรียกได้ว่าชุบชีวิตจากตลาดร้าง ให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ด้วยกิจกรรมยอดนิยม อย่าง พายเรือเก็บขยะกับแมวริมคลอง เมื่อไม่นานมานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้เดินทางไปยังชุมชนหัวตะเข้ ย่านลาดกระบัง แล้วมุ่งตรงมาที่ สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ พร้อมพูดคุยกับ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้าน ถึงที่มาที่ไปของเป้าหมายที่ต้องการจะกลับมาชุบชีวิตตลาดเก่าๆ ที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จุดเริ่มต้
ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ บอกเลยว่าห้ามพลาดกับแคมเปญนี้ ที่ล่าสุด “คมสันต์ แซ่ลี” ผู้ก่อตั้ง Flash Express ธุรกิจขนส่งหมื่นล้าน ยูนิคอร์นรายแรกของไทย ได้ออกมาทำแคมเปญ “ไลฟ์กับคนสันต์” ที่เป็นการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาทำการขายของด้วยกัน พร้อมส่งฟรีทุกออร์เดอร์ด้วยขนส่ง Flash Express โดยหลังจากที่หลายคนได้ทำความรู้จักกับ ‘คุณคมสันต์’ ผ่านซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน Mad Unicorn (2025) บน Netflix กันไปแล้ว ที่ในเรื่องจะเป็นการเล่าถึงเส้นทางการสร้างธุรกิจอันดุเดือดของตัวละคร ‘สันติ’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณคมสันต์ แซ่ลี ต่อมาไม่นานคุณคมสันต์ได้เปิดช่อง TikTok ของตัวเองที่ชื่อว่า komsansaelee พร้อมกับทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย โดยใช้ตัวเองในการสื่อสาร เรียกว่าเป็นการตลาดแบบ CEO Branding ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เขาใช้เวลาในการปั้นช่องไม่นาน ก็มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคนเลยทีเดียว และล่าสุด เขาได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า “ไลฟ์กับคมสันต์” โดยจะทำการสุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่กดติดตามช่องติ๊กต็อก komsansaelee มาร่วมไลฟ์ขายของไปด้วยกัน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สินค้าทุกชิ้นที่ขายได้ จะทำการส่งฟรีผ่
กว่าจะมาเป็น 1 คน 8 คาแร็กเตอร์! ทำยังไง “ครอบครัวท่านเปา” สร้างสรรค์คลิปกระตุ้นอารมณ์ร่วม เข้าถึงคนทุกวัย ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘เทรนด์การเป็นครีเอเตอร์ที่เริ่ดในปี 2025’ ซึ่งมีการพูดคุยกับคุณเปา เจ้าของช่อง “ท่านเปา” ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ มีผู้ติดตามในติ๊กต็อก 2.6 ล้านคน ด้วยคอนเทนต์แนวครอบครัวที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ผ่านการแสดงเพียงคนเดียว แต่สามารถถ่ายทอดได้ถึง 8 บทบาทที่สมจริงและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชม ครอบครัว ‘ท่านเปา’ 8 คาแร็กเตอร์ในคนเดียว ช่อง “ท่านเปา” เน้นนำเสนอเรื่องราวครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจริงในหลายๆ บ้าน ซึ่งครอบครัวของท่านเปาจะมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พ่อ (ชยเดช), แม่ (นิภา), ลูกชายคนเล็ก (เป้ ชยางกุล), ลูกชายคนโต (เปา ชยพล), ภรรยาของเปา (พลอย นฤมล), ลูกสาวคนเล็ก (ปริม ปริมนภา), สะใภ้รอง (ปลายฟ้า) และล่าสุด แม่ของพ่อเดช (ย่าเอียด) โดยทั้งหมดนี้แสดงโดย คุณเปา เพียงคนเดียว กว่าจะมาเป็นคลิปที่สมบูรณ์ คุณเปา เล่าว่า แม้ตนนั้นจะไม่ได้เรียนด้านการตัดต่อมาโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ และนำมาปรับใช้กับคอนเทนต
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน และไม่กี่วันก่อน เชฟนาย เปิดบ้านพักซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับร้านอาหารของเธอ เชิญสื่อจำนวนหนึ่ง รวมถึง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ รับประทานมื้อกลางวัน ในแบบของ “Immune Table” หรือ “อาหารกระตุ้นภูมิ” “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ อาหารเซตนี้ เป็นการสนทนาแห่งสุขภาพ ที่เริ่มต้นตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย โดยคัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้าน สมุนไพร เครื่องเทศ และกระบวนการหมักดองที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ที่ดี มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน” เชฟนาย บรรยายมาอย่างนั้น สำหรับ “เมนูเสิร์ฟ” กระตุ้นภูมิ โดยเชฟนาย ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย เครื่องดื่มเปิดต่อมร
“ไม่เน้นเอากำไร ขอแค่ลูกค้าอิ่ม” ร้านข้าวมันไก่เปิด 24 ชม. ให้เยอะล้นจาน ขวัญใจคนกินดึก “ไม่ต้องไปเน้นเอากำไรเยอะขายของทุกวันนี้ เพราะว่าเงินหายาก ไม่ต้องไปรวยไปสร้างตึกสร้างอะไรขนาดนั้นหรอกนะ” เจ๊เก้า กล่าว คำพูดที่ตรงๆ ของแม่ค้าข้าวมันไก่ที่ชื่อว่า เจ๊เก้า-จุฑาภรณ์ ธัญญาหาร อายุ 48 ปี ที่กระแทกใจคนฟังไม่น้อย ด้วยยุคข้าวยากหมากแพงนี้ หากขายของหวังจะเอากำไรอย่างเดียว นี่ไม่ใช่แนวคิดของเธอเลย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับเจ๊เก้า เจ้าของร้านเจ๊เก้าข้าวมันไก่ หน้าวัดสะพานสูง บางซื่อ ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เธอมีต่อครอบครัว ลูกน้อง และที่สำคัญเลยคือ ลูกค้า เรื่องราวก่อนขายข้าวมันไก่ ย้อนไปเมื่อตอนที่เธอเรียนจบ ม.6 มาใหม่ๆ ได้มาทำงานออฟฟิศอยู่ประมาณเกือบ 7 ปี และมีความรักกับคนคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลูกเจ้าของ แต่ก็เกิดเหตุนอกใจ จนทำให้เธอตัดสินใจลาขาดจากจุดจุดนั้น ความรักที่เป็นรักครั้งแรก ก็ผิดหวัง เธอจึงตัดสินใจโทรหาพี่สาว ซึ่งตอนนั้นพี่สาวของเธอก็ขายข้าวมันไก่อยู่ที่จุฬาฯ “คราวนี้เจ๊ก็เลยโทรไปหาพี่สาวว่า เนี่ยจะไปอยู่กับพี่สาว พี่สาวก็เลยว่าเออ
การเติบโตของ SMEs ไทย ยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการฟังเสียงของลูกค้า การมองเห็นปัญหา เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ดังเช่นเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ FULL FISH ที่เริ่มต้นจากกิจการครอบครัวในท้องถิ่น แต่ต้องสร้างสินค้าให้แมสเข้าถึงผู้บริโภคทุกวัย จนในวันนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีบนเชลฟ์ เซเว่น อีเลฟเว่น SMEs ไทย สายสแน็ก FULL FISH (ฟูฟิช) เกิดจากธุรกิจครอบครัวที่ขายปลาเส้นในรูปแบบของฝากท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2547 การเปลี่ยนผ่านสำคัญคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และสร้างแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้สินค้ามีอายุเก็บรักษานานขึ้น และจดจำง่าย โดย คุณอำพูล เอื้อจงมานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาสมุทร จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กลับมาช่วยต่อยอดธุรกิจครอบครัว ด้วยการพลิกวิธีคิด เพียงต้องการสร้างแบรนด์จริงจัง มีแพ็กเกจจิ้งที่ได้มาตรฐาน FULL FISH จึงเป็นแบรนด์ปลาเส้นแบรนด์แรกของโรงงานที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัย เก็บรักษาได้นาน และสร้างความจดจำให้ลูกค้าได้อย่างง่ายดาย FULL FISH โดดเด่นในฐานะขนมขบเคี้ยวที่ใช้การอบแทนการทอด ปริมาณคุ
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ ในฐานะกูรูวงการอาหาร เผยถึง “ตัวอย่างไม่น่าทำตาม” เกี่ยวกับการลงทุนทำร้านอาหารในยุคปัจจุบัน กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้น่าสนใจว่า “ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาจะทำเมนูอาหาร ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปอาหารหมดไป 50,000 บาท แต่ลืมคิดไปว่าร้านตัวเองไม่ได้ใหญ่และทุนหนาอย่างนั้น ถึงเสร็จแล้วรูปที่ได้ก็สวยอยู่สมราคา แต่เอาไปใช้แค่ในเฟซบุ๊ก ส่วนเมนูออนไลน์ ทำไม่เสร็จสักที จนร้านเปิดไป 3-4 เดือนแล้ว เมนูเล่มยังไม่ได้ทำ ทำแค่กระดาษพรินต์ตัวอักษรในปกหนัง “งบประมาณถ่ายรูปนั้นจึงค่อนข้างสูญเปล่า ทั้งที่ยังมีวิธีที่จะหาเจ้าที่ถูกกว่า หรือไหว้วานเพื่อนฝูงให้ช่วยทำให้ หรือถ่ายเองซะเลย กล้องมือถือเดี๋ยวนี้คุณภาพล้นเครื่อง ไปสั่งซื้อตู้ไฟถ่ายภาพมาใช้ได้ภาพอาหารใสปิ๊งแล้ว ลงทุนแค่ไม่กี่พัน” กูรูวงการอาหาร กล่าว ก่อนเผยถึง เรื่อสำคัญในการทำร้านอาหาร นั่นคือ “การวางแผนธุรกิจ” “ก่อนเปิดร้านต้องลงทุนอะไรบ้าง มีตั้งแต่ ค่าเช่า ค่าทดลองอาหาร พนักงานทดลองทำงาน ค่าถ่ายรูป อุปกรณ์ จานชาม โต๊ะ เก้าอี้ ค่าพาหนะ ฯลฯ เหล่านี้จดลงบัญชีไว้อย่างละเอียด ซื้ออะไรมาเท่าไหร่ วันท
คุณตั้ม–จิตติศักดิ์ ศิลป์ทอง วัย 35 ปี เจ้าของเพจ “ไปกับเรารูปสวยนะ” คุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยรอยยิ้มถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก จากเด็กช่างดีไซน์กราฟิกที่ถูกกรอบร้านไวนิลจำกัดความคิด สู่วิถีช่างภาพอิสระที่วันนี้ มีงานเข้าตลอดๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราว ย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ปวส. สาขาดีไซน์กราฟิก ที่เทคโนโลยีชลบุรี ก็เริ่มต้นทำงานออกแบบป้ายไวนิล แต่ทำได้เพียง 2 เดือนรู้สึกอึดอัดกับข้อจำกัดของงาน จึงตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตอิสระในฐานะ “ไบเกอร์” แต่โชคชะตาพลิกผัน เมื่อแม่ของเขา ไม่อยากให้ลูกเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน เขาจึงขายมอเตอร์ไซค์ แล้วขอกู้เงินจากแม่ มาก้อนหนึ่งเพื่อซื้อกล้องถ่ายรูป หวังมาใช้ในงานอดิเรกที่ชอบ คือ การถ่ายรูป แต่สุดท้าย กล้องตัวนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางช่างภาพ อาชีพเลี้ยงตัวมาถึงทุกวันนี้ โดยราวปี 2559 คุณตั้ม ได้ส่งผลงานภาพของเขาเข้าประกวดในเวทีของ “แคนนอน” มีเป้าหมายแค่หวังกระเป๋ากล้องเป็นรางวัลเล็กๆ แต่สุดท้ายกลับได้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมทริปบินไปรับรางวัลที่อิตาลี นับเป็นก้าวแรกทำให้ครอบคร
แม้สนามการแข่งขันสกินแคร์จะดุเดือด การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพคือสิ่งที่ยืนยาวที่สุดในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยเติบโตและขยายฐานได้กว้างขึ้นผ่าน Shopee โดยแบรนด์ Moleculogy ไม่ได้มองแค่ปัญหาที่อยู่ในกระแส แต่เลือกหยิบปัญหาที่คนมองข้าม มาคิดค้นทางออกที่จับต้องได้จริง Moleculogy by Diamond Grains หากเอ่ยถึง Moleculogy by Diamond Grains หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์นี้เริ่มต้นจากการทำสกินแคร์ แต่ความจริงแล้วจุดกำเนิดมาจาก Supplement ภายใต้ร่มใหญ่ของ Diamond Grains ที่เริ่มธุรกิจด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ขนม และสแน็ก ก่อนจะแตกไลน์มาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การทำงานกับ Health Food และ Supplement ทำให้ทีมคุ้นเคยกับความซับซ้อนของการดูแลสุขภาพจากภายใน และนั่นนำไปสู่การมองเห็นโอกาสต่อยอดสู่ Skincare โดยมี คุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เธอมองว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงแค่ “สูตรสวยหรู” แต่ต้อง “ดีจริง ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และแก้ปัญหาเชิงลึกที่ตลาดยังขาด” ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Whitening ที่คุณอูนต้องการ ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูสว่
