SMEs
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
เรียกได้ว่าแฟชั่นในปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากมายหลายแบบ ไม่ได้มีแค่หุ่นตามบิวตี้สแตนดาร์ดหรือค่านิยมอีกต่อไป แต่ยังมีแฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ ที่โดดเด่นทั้งสไตล์ และขนาดที่มีหลากหลายกว่าเมื่อก่อน จากรายงานของ Future Market Insight คาดการณ์ว่า ตลาดเสื้อผ้าพลัสไซซ์จะมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึง 2035 โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 319,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2035 มีโอกาสแตะ 583,451 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ ได้แก่ เทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว บวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการที่โลกยุคนี้มีการยอมรับตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกายในประเทศจีน ที่จะมีความกดดันในเรื่องของขนาดร่างกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน ‘ขนาดของเสื้อผ้า’ โดยคุณหลี่ เล่าให้ Jing Daily ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกลางๆ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 3XL-5XL นั่นก็เพราะว่าไซซ์เสื้อผ้าที่จีนมีขนาดเล็กมาก “ลองนึกดูสิว่าไซซ์ S จะมีขนาดเล็กแค่ไหน” เพราะคนจีนถูกปลูกฝังให้ไม่อยากใส่เสื
“ทุกคนนน” ประโยคคุ้นหู ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงอันมีเอกลักษณ์ของ คุณพิท-พิศิษฐ์ วิจิตรเบญจรงค์ ผู้กำกับหนังโฆษณา วัย 50 ปี เจ้าของ TikTok ช่อง “ลุงพิท ครัวจิ๋ว” ที่ใช้ความรู้สายโปรดักชันกับโทรศัพท์ 1 เครื่องทำคอนเทนต์ครัวจิ๋วกินได้จนมียอดวิวหลักล้าน และจากที่เป็นงานอดิเรกก็กลายมาเป็นอาชีพหลักในฐานะครีเอเตอร์ ที่สร้างรายได้ส่วนหนึ่งจากการ Tie-in สินค้า รวมถึงต่อยอดขายน้ำพริก และเป็นวิทยากร ผู้กำกับโฆษณากับครัวจิ๋ว คุณพิท เป็นผู้กำกับหนังโฆษณา เรียกว่าคร่ำหวอดในวงการนี้มานานกว่า 20 ปี แต่งานก็น้อยลงมาเรื่อยๆ จึงเริ่มทำยูทูบให้ความรู้เรื่องเกษตร จากนั้นขยับสู่ติ๊กต็อก เพราะมีข้อมูลว่าคนเริ่มเสิร์ชติ๊กต็อกมากกว่ากูเกิลแล้วที่อเมริกา โดยนำคอนเทนต์ปลูกผักจากยูทูบไปลงพร้อมพากย์เสียง และลงครัวจิ๋วควบคู่ แต่วันหนึ่งกลุ่มผู้ชมวัยเด็กเข้ามาดูครัวจิ๋วมากขึ้น เขาจึงหันมาทำครัวจิ๋วจริงจัง ลุงพิท ครัวจิ๋ว เป็นครัวไทยโบราณ สามารถทำอาหารทานได้จริง ซึ่งส่วนใหญ่เมนูจะขึ้นอยู่กับการจ่ายตลาด ว่าสามารถหาวัตถุดิบอะไรมาได้บ้าง ซึ่งวัตถุดิบนั้นต้องจิ๋วจริงๆ เช่น ยอดผัก ใจผัก มะม่วงเบาหรือมะเขือลูกเล็ก ก
ร้านโขมงโฉงเฉง เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เป็นร้านขาหมูติ่มซำ หมูสะเต๊ะ กาแฟโบราณ สไตล์ไทยจีน บรรยากาศย้อนยุค ที่มีการเล่าเรื่องราวของบ้านเกิด การเติบโต และความตั้งใจเสิร์ฟให้ลูกค้าด้วยคอนเซ็ปต์ “อร่อย คุ้มค่า บริการอบอุ่น” ในยุคนี้ที่เศรษฐกิจตกต่ำ เเต่ราคาอาหารกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ร้านแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านออฟฟิศ เข้าอกเข้าใจลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี จึงทำอาหารที่คุ้มค่า คุณภาพดี อร่อย สะอาด ราคาถูก อย่าง กาแฟ เริ่มต้นที่แก้วละ 8 บาท ซึ่งหายากเต็มทีแล้ว “ร้านเรามีข้าวขาหมูปริมาณอิ่มจุก ราคา 65 บาท พร้อมบริการที่อบอุ่น เอาใจใส่เหมือนคนในครอบครัว ทำให้ร้านที่เปิดมาได้เเค่ 5 เดือน สามารถครองใจลูกค้าในละแวก คนเเน่นร้านทุกวัน” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อว่า “จุดเริ่มต้นของร้านโขมงโฉงเฉง เกิดมาจากการที่ต้องการสานฝันวัยเด็ก ที่เกิดมาพร้อมกับร้านเรือนไม้ซึ่งเป็นสวนอาหารเล็กๆ ของคุณแม่ที่ ต.เทพราช จ.ฉะเชิงเทรา จำความได้ว่าคุณแม่ไปจ่ายตลาดทุกเช้า ส่วนหนูกับคุณพ่อนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟโบราณหน้าตลาด บรรยากาศตึกเก่าสีเ
หากเอ่ยถึงชื่อของ “เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด” ชื่อนี้สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างน่าทึ่ง จากไอศกรีมทานคู่กับขนมปังเนื้อนุ่มผสานความอร่อยด้วยเนยสูตรลับของร้าน ทำให้เจปังกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าในย่านวังหลัง ก่อนเติบโตสู่ร้านไอศกรีมขึ้นห้าง และขยับขยายกว่า 25 สาขาในปัจจุบัน เริ่มแรก จากผลิตไอศกรีม คุณโดม-โฎม รัตนวชิรินทร์ ผู้บริหารรุ่นใหม่วัย 33 ปี เล่าให้ฟังว่า เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด ต่อยอดมาจากการเป็นผู้ผลิตไอศกรีมเปล่าขายที่ย่านวังหลังตั้งแต่ปี 2562 โดยผลิตจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิกของเกษตรกรไทย ซึ่งเริ่มต้นไอเดียมาจากคุณพ่อหลังได้เข้าร่วมโครงการ “ตั้งตัวด้วยอ้อยคั้นน้ำ” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยปลูกอ้อยออร์แกนิก 100% “ความจริงแล้วเกษตรกรไทยมีความรู้ มีประสบการณ์ เก่งๆ กันเยอะมาก แต่ฝั่งที่รับซื้อผลผลิตยังมีไม่แน่นอน จึงอยากอยากเป็นส่วนเล็กๆ ในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ข้อดีของการสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกไม่ใช่เฉพาะปลายน้ำอย่างผู้บริโภคที่ได้ประโยชน์ แต่ต้นน้ำที่เป็นคนปลูกก็ได้รับเต็มๆ เช่นกัน ทั้งเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และเรื่องรายได้”&nbs
สำหรับ SMEs ไทย การวางสินค้า ในเซลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นั่นคือโอกาสทองในการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน จุดสำคัญคือ SMEs ต้องมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และหมัดเด็ดการสร้างไวรัลให้สินค้าติดตลาด ศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแรงและพร้อมแข่งขันในตลาดยุคใหม่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” หากอยากก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นฯ และยืนระยะได้ในระยะยาว เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย ดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 8,000 รายการ ปี 2025 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตเพียง 2% แต่ “สินค้าแบรนด์ไทย” กลับคึกคักสวนกระแส ผู้ประกอบการ SMEs ต่างงัดกลยุทธ์เด็ดดันสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 รายการ ทั้งอาหาร-ผักผลไม้-ขนมไทย-เครื่องดื่ม-ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ หมึกกรุบ น้ำพริกป้าแว่น กล้วยหอมทอง ขนมไทยบ้านทองหยอด น้ำพร
The Next Forest คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางทีมงาน The Next Forest จึงผสมผสาน “วิทยาศาสตร์ป่าไม้” เข้ากับ “ศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่” นับตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนจริงๆ ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน “การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วม
“รูปถ่ายกับครอบครัวสำคัญมากนะ” สาววัย 38 ปั้นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับครอบครัว ยอดขายโต สร้างกำไร 1.5 ล้านบาทต่อปี แอชลีย์ กรีน ได้เรียนรู้เรื่องนี้ตอนเธออายุ 21 ปี เมื่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เหลือไว้เพียงรูปถ่ายของทั้งคู่เพียงรูปเดียวเท่านั้น บทเรียนดังกล่าว ได้จุดประกายให้ แอชลีย์ และ เคนนี่ กรีน สามีของเธอ เริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้า Kaans Designs ขณะที่เธอลาคลอดในปี 2014 ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Kaans Designs (@kaansdesigns) Kaans Designs เป็นร้านขายเสื้อผ้าที่เข้าชุดกันสำหรับครอบครัว ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ “ฉันอยากสร้างแบรนด์ที่บังคับให้คุณต้องบันทึกความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ มันกลายเป็นภารกิจที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าคุณจะถ่ายรูปเสื้อของฉันพร้อมกับครอบครัวของคุณ” แอชลีย์ กล่าวในรายการ Shark Tank ทางช่อง ABC โดยทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจนี้จากโรงรถในเมืองฟอร์ตเวย์ รัฐอินเดียนา ซึ่งตอนนั้นทำเป็นธุรกิจเสริม ขณะนั้นแอชลีย์เป็นครูมัธยมปลาย ส่วนเคนนี่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เธอเล่าเสริมว่า ตอนนั้นพวกเขาใช้เงินลงทุน 200 ดอลลาร์ (ประมา
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ และถ้าเป็นคนแข็งแรงทั่วไป ไม่คิดว่าจะมีปัญหากับการกินอาหารที่ใช้สมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบ แต่ถ้าเริ่มมีปัญหาสุขภาพ หรือว่ากินอะไรกับอาการที่เป็นอยู่ อยากแนะนำไว้เป็นตัวอย่าง เช่น กลุ่มคนที่ต้องทานยาเกี่ยวกับละลายลิ่มเลือด จริงๆ ขิง กับ กระเทียม เป็นสารดีต่อร่างกาย แต่ พืช 2 อย่างนี้ เป็นสมุนไพรที่มีสารทำให้เลือดแข็งตัวช้า ฉะนั้น คนที่มีอาการข้างต้น แนะนำอย่าทาน ขิง กระเทียม เยอะหรือบ่อยเกินไป เพื่อไม่ให้ไปตีกับยาที่ทานเป็นประจำ” “หรืออย่าง เกรปฟรุต ที่กำลังนิยม มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่เยอะ แต่นักโภชนาการ บอกว่ามีปัญหามากกับคนที่ต้องรับ
หากเอ่ยถึง “ละมุด” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นบ้านที่หายากขึ้นทุกวัน และแทบไม่มีมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ แต่ใครจะเชื่อว่า จากผลไม้ที่ถูกตัดทิ้ง กลายเป็นวัตถุดิบชูโรงพา “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่” จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โด่งดังไกลถึงเวทีโลก นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำผลิตภัณฑ์โอทอปชุมชน “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่” คว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก สาขาไอศกรีม จากเวที Gourmand Awards 2024 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ออสการ์แห่งวงการอาหารโลก” อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2556 เจ้าของฉายา “นายกอุ๊” เริ่มต้นโครงการ “ละมุด 100 ปี บ้านใหม่” ด้วยการสร้างทีม OTOP ในชุมชน จนปี 2565 ผลิตภัณฑ์ “ไอศกรีมละมุด” ได้แชมป์จากการแข่งขัน Knowledge Based OTOP (KBO) ของกรมการพัฒนาชุมชน หลังจากแข่งขันกับทีมจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายกอุ๊ เล่าว่า ละมุดเคยเป็นผลไม้คู่ครัวเรือน แต่เมื่อไม่สร้างรายได้ ชาวบ้านตัดทิ้งหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น เขาจึงริเริ่มนำละมุ
