SMEs
ปกติแล้วกิ้งกือเป็นสัตว์ที่คนทั่วไปทั้งหญิงชาย ต่างพากันเกลียดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงจะเกลียดและขยะแขยงกิ้งกือเป็นอย่างมาก แต่ว่าที่บ้านเลขที่ 435/12 ถนนกลางเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี ได้มีการเพาะเลี้ยงกิ้งกือไว้จำนวนมากกว่า 400 ตัว โดยกิ้งกือขนาดต่าง ๆ ทั้งเล็กใหญ่พากันไต่ยั๊วะเยี๊ยะอยู่ในกะละมังสำหรับเลี้ยงกิ้งกือ ซึ่งนายศิวาวุธ ได้นำเอาเศษผักและใบไม้แห้งมาเป็นอาหารเลี้ยงกิ้งกืออย่างดี และกิ้งกือแต่ละตัวก็กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี หนุ่มศรีสะเกษ ที่ประกอบอาชีพแปลกที่สุดในโลก กล่าวว่า ตนเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดมีความคิดอยากทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยพบว่า มีการทำวิจัยในการเลี้ยงกิ้งกือเพื่อนำมูลกิ้งกือมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ตนจึงได้เกิดแนวความคิดที่จะเลี้ยงกิ้งกือขึ้นมา โดยเริ่มแรกจะเลี้ยงกิ้งกือเพียงประมาณ 30 ตัวเท่านั้น เนื่องจากว่า หากิ้งกือได้ค่อน
หลายๆ ครั้ง ไอเดียศิลปะที่โดนใจผู้คนอาจมาจากสิ่งรอบตัว ซึ่งบางครั้งอยู่ใกล้จนคิดไม่ถึง แม้กระทั่งเดินเหยียบย่ำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่กลับมองข้าม “เอ็มมา ฟรานซ์ ราฟฟ์” ศิลปินและดีไซเนอร์แฟชั่นชาวเยอรมัน มองเห็นสิ่งที่ผู้คนไม่เคยนึกถึง แม้จะเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน และเธอสามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับความนิยม รวมทั้งสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไอเดียที่ว่าคือ การสร้างสรรค์ลายเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าแบบต่างๆ จากฝาท่อระบายน้ำ แปลก แหวกแนว แตกต่าง และไม่ได้ใช้ต้นทุนมากมาย ฟรานซ์ ราฟฟ์ เริ่มต้นผลงานแฟชั่นจากฝาท่อในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งฝาท่อแต่ละชิ้นในเมืองนี้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว คนทั่วไปเดินผ่านท่อระบายน้ำเหล่านี้ แต่ ฟรานซ์ ราฟฟ์ เลือกพิมพ์ลวดลายของฝาท่อเหล่านี้บนเสื้อผ้า ตามหลักของการพิมพ์นูน โดยใช้ลูกกลิ้งทาหมึกหลากสีสันลงบนฝาท่อ แล้วนำเสื้อ หรือกระเป๋าผ้าลงไปประทับลายดังกล่าว ความชำนาญจะทำให้การทาสีหมึกลงบนฝาท่อมีความสม่ำเสมอ และสามารถกดด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน เพื่อให้ลายปรากฏชัดเจน เคล็ดลับสำคัญของนักออกแบบรายนี้อยู่ที่การใช้หมึกท
หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ คุณแจ๊ส-รัชนีวรรณ คนหมั่น เจ้าของไร่องุ่นภูพิบูลย์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น คุณแจ๊ส บอกว่า พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง คุณแจ๊ส ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพระ เลขที่ 182 หมู่ 4 ต.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณขาย มาเป็นระยะเวลานานเกือบ 40 ปี จนได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพของชุมชนในปัจจุบัน นางศรีนวล แก้ววัน อายุ 46 ปี ผู้ทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณแห่งนี้ เปิดเผยว่า ในอดีตนั้นครอบครัวของตนเคยมีอาชีพทำไร่ ทำนามาก่อน แต่ช่วงหลังๆ มานี้ประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติหลายอย่าง ทั้งเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้นครอบครัวของตนจึงได้ตัดสินใจขายที่นาไปเกือบหมด แล้วนำเงินที่ได้มาลงทุนทำอาชีพเพาะถั่วงอกขายอย่างเดียว โดยใช้บริเวณใต้ถุนบ้านของตนเอง เป็นสถานที่เพาะถั่วงอกขาย ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ลองผิดลองถูก ใช้หลายวิธีแต่ก็ไม่ได้ผลผลิตดีเท่าที่ควร ต่อมาได้มีคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านแนะนำว่าควรเพาะถั่วงอกในโอ่งดีกว่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ แต่ยังไม่มีใครทำเป็นอาชีพจริงจัง ตนจึงได้เริ่มศึกษาวิธีการเพาะถั่วงอกในโอ่งขึ้นอย่างจริงจัง เมื
2-3 วันมานี้ เหี้ย ที่สวนลุมพินี นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนให้ความสนใจ โดยมีความเห็นในเรื่องนี้ต่างๆ กันไป วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอเกาะกระแสในเรื่องนี้ ในอีกแง่มุมหนึ่ง แม้ เหี้ย จะเป็นสัตว์ที่นำมาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครองไม่ได้ เนื่องจากเป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ปัจจุบัน ก็มีผู้ที่ขออนุญาตเลี้ยงเพื่อศึกษา ในเชิงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อการค้า ในการนำหนัง ไปทำกระเป๋า และรองเท้า ดังเช่นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ถึงกระนั้น แม้จะมีผู้ที่ชื่นชอบสัตว์เลื้อยคลาน อย่างตะกวด เหี้ย แต่ไม่กล้านำมาเลี้ยง เพราะไม่รู้จะเลี้ยงยังไง อีกทั้งกลัวมันกัด วันนี้มีทางเลือกมากขึ้น ด้วยสัตว์นำเข้าตัวนี้ ทีมีชื่อว่า “เตกู” โดยมีผู้นำเข้าอย่างถูกต้อง ในลักษณะสัตว์ที่เรียกว่า “เอ็กซ์โซติกเพ็ท” เตกู เป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีถิ่นกำเนิดในทะเลทราย แถบอเมริกาใต้ มีทั้ง เตกูทอง เตกูแดง เตกูขาวดำ และบลูเตกู ปัจจุบันมีพ่อค้านำมาค้าขาย ทั้งที่ตลาดนัดจตุจักร และขายผ่านเว็บไซต์ ราคาตัวละ
วันที่ 23 ก.ย. ที่บริษัท ศรีคำรุ้ง โปรดักชั่น จำกัด แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม นักแสดงหนุ่ม ให้สัมภาษณ์อัพเดตธุรกิจรีสอร์ต “เวียงงามล้านนา วิลล่า” จ.เชียงใหม่ ว่า จะจัดแกรนด์โอเพนนิ่งวันที่ 14 พ.ย.นี้ เดือนพฤษภาคมปีหน้าจะเปิดต่ออีกเฟส ทุ่มกับที่นี่มา 1-2 ปีแล้ว บินไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่บ่อยๆ ลงทุนไป 150 ล้าน รวมทั้งสองเฟส ช่วงนี้เลยทำงานหนัก ส่วนที่ลงทุนคือเงินของผมและของคุณพ่อ ใช้พื้นที่ 5 ไร่ เท่าๆสนามฟุตบอล จำนวนห้องก็ประมาณ 50-60 ห้อง แต่ตอนนี้เพิ่งเปิด 20 กว่าห้อง เมื่อถามว่าต้องปรับลุกส์ให้เป็นผู้บริหารเลยไหม แทคตอบว่า เดือนหน้าจะตัดผมแล้วครับ (ยิ้ม) หนวด เครา ทุกอย่าง เพราะหลายๆ อย่างทั้งละครและคุณพ่อบอกด้วย แต่ไม่ถึงขนาดอยากปรับลุกส์ให้ดูเป็นนักธุรกิจ ผมยังโชว์รอยสักเหมือนเดิม (หัวเราะ) ถามว่าเสียดายแนวหนุ่มเซอร์ไหม ไม่เสียดายครับ คือผมยังไงมันต้องยาวอยู่แล้ว อาจเป็นซีอีโอยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใส่สูท ต่อข้อถามมีธุรกิจแล้วจะหาสาวมาแต่งงานด้วยเลยไหม แทคตอบว่า งานแต่งไม่ค่อยอยากจะจัดเท่าไหร่ หากมีเมียจริงๆ คือให้ท้องไปเลยครับ และตอนนี้ก็ยังไม่มีเมีย (หัวเราะ) ยังหาเมียไม่ได้ “คือถ้าจ
การเลี้ยงบอนไซ ถือเป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกที่หลายคนชื่นชอบ โดยผู้เลี้ยงในกลุ่มนี้อาจเป็นคนที่มีรสนิยมด้านศิลปะควบคู่ แต่คงไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนมา เพียงแค่พอจัดองค์ประกอบได้บ้างก็สามารถทำให้รูปทรงต้นบอนไซที่รักของคุณมองดูแล้วมีความสวยงามตลอดเวลา ความตั้งใจของผู้เลี้ยงบอนไซมักเริ่มจากความเพลิดเพลินจากงานอดิเรกแล้วมักซื้อมาจำนวน 1-2 ต้น หลังจากฝึกฝนเรียนรู้จับทางวิธีเลี้ยงจนชำนาญมักเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพิ่มประเภทมากขึ้น จนกระทั่งบางรายจากความตั้งใจซื้อมาเพื่องานอดิเรกแต่กลายเป็นเรื่องค้าขายไปเลยก็มี เหมือนอย่าง คุณกรกช ไทยศิริ หรือ คุณโอ๊ค ที่นำบอนไซมาเลี้ยงเพราะมองเห็นมิติในด้านความสงบ ฝึกสมาธิ ตลอดจนได้เห็นพัฒนาการเจริญเติบโตจากการดูแลทำให้เกิดความสุขและอิ่มใจ คุณโอ๊ค นำบอนไซมาเลี้ยงเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน แล้วค่อยๆ สะสมในสวนข้างบ้านเพิ่มมากขึ้น พร้อมไปกับการค้นคว้าหาข้อมูล เรียนรู้ จนมีโอกาสต่อยอดกลายเป็นธุรกิจ เมื่อราว 6 ปีที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อวิทยายุทธ์แก่กล้าจึงเสาะหาบอนไซจากหลายแหล่ง หลายสายพันธุ์มาสะสม แล้วซึมซับรูปแบบของศิลปะแต่ละชนิดเพื่อนำไปประยุกต์แล้วสร้างเป็นผลงานใหม่ตามจินตนาก
เพิ่งรู้ว่าขอนแก่นและมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากที่สุด เกษตรกรบางรายสามารถผลิตจิ้งหรีดได้ 1-2 ตัน/วัน ทำให้บางช่วงมีจิ้งหรีดล้นตลาด ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดย ผศ.ดร. สมสมร แก้วบริสุทธิ์ ภาควิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ และคณะ จึงต้องวิจัยหาทางแปรรูปจิ้งหรีดเหล่านี้ ซึ่งทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาวหรืออาหารหวาน อย่างน้ำพริกจิ้งหรีด ข้าวเกรียบจิ้งหรีด หรือคุกกี้จิ้งหรีด ผศ.ดร. สมสมรเกริ่นให้ฟังว่า เริ่มแรกมีการทำวิจัยเรื่อง การเลี้ยงแมลงเพื่อการบริโภคของภาควิชากีฎวิทยา จากนั้นมข.ได้ออกไปอบรมให้กับเกษตรกรที่อยู่รายรอบ ทำให้เกิดอุตสาหกรรมเลี้ยงจิ้งหรีดขึ้น บางโรงที่เลี้ยงจิ้งหรีดมีกำลังผลิตถึงวันละ 1-2 ตัน ต่อวัน กระจายขายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นพื้นที่ที่คนนิยมกินแมลง แล้วส่งไปขายที่ภาคกลาง สมุทรสาคร ที่เป็นแหล่งซื้อแมลงที่ใหญ่มาก แนะวิธีเก็บรักษาก่อนแปรรูป อาจารย์ท่านนี้บอกว่า จิ้งหรีดนี้สามารถนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ แต่ก่อนจับจิ้งหรีดมาแปรรูปควรงดอาหาร 24 ชั่วโมง หรือเปลี่ยนอาหารที่จิ้งหรีดกิน โดยเปลี่ยนจากหัวอาหารมาเป็
ชอบกีฬา เป็นนักกีฬา นำมาสู่อาชีพเพื่อนักกีฬา “ผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน มาเรียนมหาวิทยาลัยก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยมหิดล พอศึกษาจบมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ก็เข้าฟิตเนสตลอด กระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งชวนไปวิ่งนอกพื้นที่ ตรงนั้นเองที่ผมรู้สึกชอบมาก และก็เริ่มวิ่งมาตลอด จนกลายเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอน และไตรกีฬา” นายแพทย์อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือที่เรียกกันติดปากว่า คุณหมอแอร์ เปิดบทสนทนาถึงความรักความชอบในกีฬากลางแจ้ง เมื่อได้วิ่ง ได้คลุกคลีอยู่กับกลุ่มคนที่มีหัวใจเดียวกัน ก็เริ่มศึกษาและเรียนรู้ว่ามีอุปกรณ์หลายสิ่งสามารถช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น “ผมเข้าไปศึกษาข้อมูลในเว็บของต่างประเทศ จึงรู้ว่ามีตัวช่วยสามารถสร้างประโยชน์ต่อการออกกำลังกายได้ อย่าง นาฬิกาวัดชีพจร หรือนาฬิกาจีพีเอส จึงสนใจซื้อมาใช้เองก่อน กระทั่งเราเห็นผลที่ออกมาว่าดีจริง จึงเริ่มนำมาจำหน่าย โดยเปิดเว็บไซต์ www.avarinshop.com ขายผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงกิจการเล็กๆ ที่ทำกันเองในครอบครัว ส่วนรายได้ก็เข้ามาที่หลักหมื่น และก็เริ่ม
หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักผักสวนครัวรั้วกินได้ที่เป็นผักกินใบต่างๆ อาทิ กะเพรา โหระพา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพืชทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการอาชีพเสริม โดยเกษตรกรหลายคนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เลิกทำนาหันมาปลูกพืชผักเหล่านี้ รับทรัพย์เข้ากระเป๋ากันทุกวัน สำหรับผักสวนครัวตระกูลกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก เป็นพืชล้มลุก ใบเป็นรูปไข่ บางและนุ่ม ลำต้นและใบมีขนปกคลุม มีรสเผ็ดร้อน ช่อดอกตั้งตรง มีดอกติดรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ จัดเป็นเครื่องเทศที่ยอดนิยม ถือว่าเป็นราชาแห่งเครื่องเทศเลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันนิยมนำมาใช้ปรุงอาหารและนำมาทานเป็นผักเคียงกับอาหารชนิดต่างๆ ป้ามณี วงศ์มหิง เกษตรกรผู้ปลูกใบกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก จำหน่ายที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนา แต่สู้กับภาวะแล้งไม่ไหว เลยหันมาปลูกผักสวนครัว ซึ่งทำรายได้ทุกวัน ตกวันละ 500 บาท โดยบอกว่า แค่ 1 ไร่ ก็ตัดขายไม่ทันแล้ว “อย่างกะเพรา เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ส่วนการปลูกก็ง่ายมาก ขุดหลุมตื้นๆ ปลูก รดน้ำ แล้วใส่ปุ๋ยคอก จากนั้น รดน้ำวันละครั้ง” สำหรับกะเพราที่ปลูกกันทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ กะเ
