รอบโลก
ชาวไทยเราตื่นเต้นกับฟักข้าวว่าเป็นสุดยอดอาหารเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากที่ปล่อยให้ลูกฟักข้าวห้อยโตงเตงเน่าคาค้างอย่างไม่มีใครสนใจใยดีมาเป็นศตวรรษ เมื่อค้นพบว่าสีแดงในเยื่อหุ้มเมล็ดและสีเหลืองของเนื้อของผลฟักข้าวสุกนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแคร์รอต และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศอย่างทิ้งห่างหลายเท่าตัว ชาวต่างชาติรู้จักลูกไม้ชนิดนี้ในชื่อของ “Gac” ที่มาจาก “Gấc” ในภาษาเวียดนาม “แก๊ก” หรือ “กั๊ก” ออกเสียงก้ำกึ่งกัน ชาวเวียดนามรู้จักนำสีแดงจากเยื่อหุ้มเมล็ดนี้มามูนข้าวเหนียว มานานแต่โบราณ ข้าวเหนียวของเวียดนามมีสารพัด หลากหลายมากทั้งคาวหวาน เช่น ใส่ไก่ หรือใส่หมู และเครื่องในพะโล้เป็นแบบคาว หรือใส่ธัญพืชนานาชนิดทั้งข้าวโพด ถั่วทอง ถั่วลิสง และใส่แก๊ก เป็นแบบหวานที่เรียกว่า “โซยแก๊ก” หรือ “โซยกั๊ก” (Xôi gấc) แปลตรงๆ ว่า ข้าวเหนียวแก๊ก โซยแก๊กนี้ถือว่าเป็นข้าวเหนียวมูนที่นิยมกินกันในงานมงคล ทั้งงานแต่งงาน งานฉลองเทศกาลตรุษญวน หรือ เต็ต (Tết) ใช้เซ่นไหว้ขอบคุณเทพยดาฟ้าดินที่ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาพืชผลทางการเกษตร ด้วยความเชื่อว่า สีแดงเป็นสีมงคล เป็นสีแห่งโชคลาภ นอกจากนี้แ
“หมูตั้ง คืออะไรคะ คุณแม่” เสียงลูกสาว แว่วมาจากริมสวน “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปถามพี่แดงสิ” คุณแม่ตอบจากหน้าจอโทรทัศน์ มือง่วนกับการถักไหมพรมเป็นชุดให้เจ้า “จูลี่” ตุ๊กตาผ้าหน้าตาขี้เหร่กัวล่าจากออสเตรเลียของพี่แดง เรามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร หมูตั้ง เป็นอาหารจีน “ตือเถาจั่ง” ต้นกำเนิดที่เมืองเถ่งไฮ่ ประเทศจีน เขานำหัวหมูพะโล้มาเลาะมัน หั่นชิ้นเล็ก อัดลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมบุฟองเต้าหู้ ทับด้วยของหนักให้น้ำมันและน้ำพะโล้ซึมออกมา เมื่อได้ที่จะติดกันเป็นแท่งหนา นำมาหั่นเป็นแว่นหนา กินกับข้าวต้ม ซีอิ๊วขาว ไม่ปรุงรสอะไร ในเมืองเทียนสิน ทางเหนือ เขตต่อกับปักกิ่ง เรียก “เยาโญ่ว” ใช้ขาหมูตุ๋นเลาะกระดูก เอามาม้วนอัดเป็นแท่ง กินกับซีอิ๊วเจือน้ำส้มผสมกระเทียมกับพริกแดงสดบด ที่เกาหลีก็ทำแบบเดียวกัน ส่วนในเวียดนาม ใช้เนื้อจากหัวหูหมู สามชั้น ปรุงกระเทียม ต้นหอม หอมใหญ่ เห็ดหูหนู พริกไทย น้ำปลา ห่อใบตอง อัดเข้าพิมพ์ไม้ กินในเทศกาลตรุษญวน ซึ่งตรงกับตรุษจีน เมื่อมาถึงเมืองไทย หมูตั้ง รสหวานเค็ม สีออกดำ น้ำจิ้ม พริกชี้ฟ้า กระเทียม น้ำส้มสายชู กินกับแตงกวา หรือที่หั่นเป็นเส้น ใส่ไส้เปาะเปี๊ยะสด จานไทยที่ใกล้เ
“บุ๊นหม็อก” (Bún Mộc) เป็นอาหารเส้นทางภาคเหนือของเวียดนาม เป็นขนมจีนที่มีน้ำซุปเหมือนก๋วยเตี๋ยวคือเป็นน้ำซุปซี่โครงหมู หรือจะใช้กระดูกหมูส่วนอื่นด้วยก็ได้ขอให้มีเนื้อติดกระดูกด้วย เช่นกระดูกคอหมู โดยนำกระดูกหมูไปลวกน้ำทิ้งครั้งหนึ่งเพื่อกำจัดกลิ่นคาว ไขมัน เลือด และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ จากนั้นจึงนำกระดูกหมูลงต้มพร้อมกับหอมหัวใหญ่ เห็ดหอม (ในเวียดนามจะใช้ผงปรุงรสเห็ดที่ทำจากเห็ดขายเป็นกระปุก) ปรุงรสด้วยน้ำตาลกรวด เกลือ และพริกไทยเม็ดให้มีรสอ่อนๆ เคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้กระดูกหมูเปื่อยและน้ำซุปหวานได้ที่ ระหว่างนี้ก็มาเตรียมลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นแบบนี้เองที่คนเวียดนามเรียกว่า “หม็อก” (Mộc) ถ้าเป็นที่เวียดนามเขาจะมีขายแบบบดสำเร็จมาเลยเรียกว่า “หย่อซ้อม” (Giò sống) แต่เราบดเองได้โดยใช้เครื่องบดสับอาหาร ใส่เนื้อหมูผสมกับมันหมูลงไปบดให้ละเอียดเนียนเหนียว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และพริกไทยปั่นอีกรอบให้เข้ากันดี หรือจะทุ่นเวลาด้วยการซื้อหมูเด้งมาแทนก็ได้ แล้วนำมาผสมเครื่องเพิ่ม ตักหมูบดใส่ชามโคมใบใหญ่ ใส่เห็ดหูหนูดำหั่นฝอยๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกให้เข้ากันอีกทีแล้วแบ่งเป็น 2
ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ พยายามคิดค้นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชีวิตแสนจะเร่งรีบ โดยเฉพาะ เทรนด์สะดวกพกพา พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมือนสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายที่โดนใจผู้คนทั่วโลก ตอนนี้ไม่ใช่แค่สินค้าชิ้นเล็กๆ ที่เกาะกระแสพร้อมไปด้วยทุกที่ แต่รวมถึงของชิ้นใหญ่ยักษ์อย่างห้องพักในโรงแรม ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอิงกระแสนี้ได้ แต่ที่สวีเดนมีนักธุรกิจหัวใส ผุดไอเดีย “โรงแรมเคลื่อนที่” พร้อมให้บริการได้ทุกทำเลที่ลูกค้าต้องการ เพียงแต่ต้องสามารถขนส่งไปได้ และไม่ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย มองผิวเผินแล้ว นี่อาจจะดูไม่เหมือนโรงแรมทั่วๆ ไป ทว่าตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 18 ตารางเมตรนี้ สามารถแปลงร่างเป็นโรงแรม และสามารถเคลื่อนย้ายไปตั้งในพื้นที่ต่างๆ ตามอำเภอใจลูกค้า โดยห้องพักแนวคิดแปลกใหม่นี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ไม่แพ้โรงแรมทั่วๆ ไป ภายในห้องพักเคลื่อนที่ มีทั้งเตียงคู่ พื้นที่นั่งเล่น ห้องอาบน้ำพร้อมฝักบัว ระเบียงส่วนตัว แถมยังมีอาหารเช้าไว้คอยบริการให้แขกที่มาพัก โรงแรมเคลื่อนที่ได้ แห่งนี้มีชื
ปัจจุบัน บรรดาธุรกิจร้านอาหารผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในย่านต่างๆ แต่ลำพังความอร่อย สะอาด และราคาสมเหตุสมผล ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ได้อีกต่อไป เพราะพวกเขามีความชอบและความคาดหวังที่แตกต่างจากเดิม “เฟรเดริก โล้บ” ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาโล้บ อินโนเวชั่น ระบุว่า ร้านอาหารราว 1 ใน 3 ที่มีอยู่ในปัจจุบันจะต้องปิดตัวลงภายใน 5 ปีข้างหน้า และเปิดตัวอีกครั้งพร้อมกับรูปแบบใหม่ๆ สำหรับร้านอาหารที่จะอยู่ไม่ได้ ก็มีทั้งที่พนักงานไม่ค่อยต้อนรับลูกค้า ไม่ยอมปรับเปลี่ยน หรือแม้แต่ร้านอาหารหรูที่ไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าซึ่งเป็นคนเจเนอเรชั่นใหม่ และมีไลฟ์สไตล์แตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ เอเอฟพี รีแลกซ์นิวส์ ระบุว่า การใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ความตื่นเต้นในการปรุงอาหาร และเมนูที่ดีต่อสุขภาพ เป็น 3 เทรนด์สำคัญสำหรับร้านอาหารยุคใหม่ เริ่มจากเทรนด์เลือกหยิบวัตถุดิบสวนครัวให้เชฟปรุงกำลังเป็นที่นิยม เพราะผู้บริโภคต้องการรู้ว่าอาหารในจานที่เสิร์ฟอยู่ตรงหน้าใช้วัตถุดิบจากไหน ยกตัวอย่างร้านอาหารในบรูกลินเปิดให้ลูกค้าเลือกกระต่ายที่ต้องการทำเป็นอาหาร เหมือนที่สามารถเลือกผักที่ชอบได้ หรือกรณีเชฟชื่อดัง “เร
หรูไหมคะ? เป็นบ้านสามล้อก็จริง แต่ไม่ใช่บ้านคนจนแน่ๆ เพราะลักษณะโครงสร้าง วัสดุที่ใช้ รูปแบบความสวยงามโดยรวมน่าจะใช้เงินหลายบาทอยู่บ้าน สามล้อหลังนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 2 บริษัทสถาปนิกใหญ่ของจีน ได้แก่ People’s Architecture Office (PAO) และ People’s Industrial Design Office (PIDO) ความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ แต่ ตั้งใจสร้างบ้านเคลื่อนที่บนยานพาหนะสามล้อแบบที่คนจีนคุ้นเคยกันเลยทีเดียว คือเป็นสามล้อชนิดใช้บรรทุกของ มีคนถีบอยู่ข้างหน้า แนวคิดมาจากปัญหาเรื่องขาดแคลนที่อยู่อาศัยในเมืองจีน ซึ่งนับวันมีความต้องการอย่างล้นหลาม ด้วยจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,353,480,000 คน (สถิติประชากรโลกล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2012)นอกจากจำนวนคนแล้ว ปัญหาใหญ่ที่หนักใจที่สุดในการดำรงชีวิตของชาวจีนในเมืองใหญ่ก็คือ ปัญหาค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงแสนแพงด้วยเงื่อนไขหลายประการ บ้านกับสวนเคลื่อนที่ออกแบบมาคู่กัน เรื่องหนึ่งก็คือ แม้จีนจะมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลก็จริง แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่อาศัยแออัดกันในเมืองใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งงาน และอย่าลืมว่าแม้จะเปิดประเทศแล้ว แต่จีนก็ยังปกค
คง จะไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ทุกๆ ธุรกิจต้องการไอเดีย แม้แต่ธุรกิจงานศพที่ผู้คนก็มักปฏิบัติตามขนบประเพณีดั้งเดิม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติบุคคลอันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย หลายๆ คนก็พยายามหลีกหนีความจำเจที่มักพบเจอในงานศพ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาของชำร่วยแบบแปลกใหม่ หรือพวงหรีดสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะใช้ดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นหนังสือ ผ้าห่ม รวมไปถึงพัดลม เพื่อจะได้ถวายวัดให้ใช้ประโยชน์หลังงานศพเสร็จสิ้น กระทั่งงานศพที่ออกแบบธีมเฮลโล คิตตี้ เพื่อหนูน้อยที่จากไปก่อนวัยอันควร หรืองานศพสไตล์คาวบอยที่ภรรยาจัดให้สามีที่สั่งเสียไว้ก่อนตาย ก็มีให้เห็นในบ้านเรา งานศพแปลกแหวกขนบเดิมๆ กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอังกฤษเช่นกัน เพราะเริ่มมีลูกหลานที่อยากจัดงานศพให้สอดคล้องกับความปรารถนาสุดท้ายของผู้วายชนม์มากขึ้น แทนที่จะเหมือนๆ กันไปหมด บีบีซี หยิบยกกรณีของ “โรซี่ แกรนต์” ที่จัดงานศพแบบมีเอกลักษณ์และเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นแม่ โดยแทนที่จะจัดในสไตล์วิกตอเรียนเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับเลือกจัดงานที่โรงนา และฝังศพแม่ในป่า โดยปลูกต้นไม้ไว้บนหลุมศพด้วย เธอบอกว่า แม้งานศพครั้งนี้จะไม่ได้ดูเรียบหรู แต่ก็น่ารัก แล
Laemgate Infinite (แหลมเกต อินฟินิท) ร้านอาหารทะเล บุฟเฟ่ต์ อะลาคาร์ท ปรุงใหม่สดจานต่อจาน ที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเมื่อไม่กี่วันก่อน มีการออกโปรโมชั่น “คนอวดผัว” หากลูกค้าท่านใด พา “ผัว” ไม่ว่าจะเป็นผัวแม่ ผัวพี่ ผัวเพื่อน ฯลฯ มาอวด รับส่วนลดไปเลยทั้งโต๊ะ ล่าสุด คุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ไอเดียกระฉูดอีกครั้ง ออกโปรโมชั่นสร้างสีสัน งัดกลยุทธ์เด็ดไม่เหมือนใคร นำแนวคิดการสำรองที่นั่งแบบสายการบิน มาใช้กับร้านอาหาร โดยเปลี่ยนการสำรองที่นั่งร้านอาหารแบบเดิมมาเป็นการสำรองที่นั่งแบบสายการบิน กล่าวคือ ลูกค้าสามารถเลือกสำรองที่นั่งทั้งแบบราคาถูกสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 444 บาท หรือเลือกรับการสำรองที่นั่งแบบเปลี่ยนรอบได้ในราคา 555 บาท และที่นั่งสุดพิเศษแบบ Frist class ในราคา 666 บาท “ราคาที่นั่ง 666 บาท จัดอยู่ในโซนริมหน้าต่าง ราคาที่นั่ง 555 บาท สามารถเปลี่ยนรอบได้ ส่วนราคาที่นั่ง 444 บาท เป็นโซนถัดมาจากริมหน้าต่างและไม่สามารถเปลี่ยนรอบได้ สำหรับเมนูอาหารและการบริการนั้น ไม่มีความแตกต่างยังเหมือนกันทุกอย่างครับ”คุณโค้ก ว่ามาอย่างนั้น สนใจอุดหนุน
ประเด็นเรื่องเชื้อชาติเป็นเรื่องที่อเมริการะมัดระวังมาก ที่ว่าระมัดระวังหมายถึงมันยังมีอยู่นะ ขาวเกลียดดำ เกลียดเหลือง เกลียดน้ำตาล แล้วทั้งดำทั้งเหลืองทั้งน้ำตาลก็เกลียดขาวอะไรประมาณนี้ ถ้าคุณอยู่ในสังคมอเมริกัน คุณจะรู้ว่ามันยังมีอยู่ เพียงแต่กฎหมายเขาเข้มงวดมาก ต่อให้คุณเกลียดกันอย่างไรคุณก็ต้องระมัดระวังปากคอท่าทาง ไม่งั้นคุณจะเจอข้อหาเหยียดผิว ซึ่งสำหรับคนอเมริกันเขาถือเป็นเรื่องน่าชังมาก (แล้วทำไมยังปล่อยให้มันมีอยู่ งง?) คนอเมริกันมาจากหลายเชื้อชาติ และเขาภาคภูมิใจมากที่ประเทศเขาเป็น Melting Pot ที่มีประสิทธิภาพ หลอมรวมทุกเชื้อชาติไว้เป็นหนึ่งเดียว รักกัน เป็นอเมริกันเหมือนกัน แต่ไม่จริงทั้งหมดหรอก มีความรู้สึกบางอย่างแอบอยู่ใต้พรม ฉันสัมผัสมา ฉันยืนยัน เวลาคุยกับคนอเมริกันหัวเก่า เขาจะร่ายยาวถึงเชื้อชาติตนเองว่าอยู่อเมริกามาแต่รุ่นสร้างชาติ 200 กว่าปีก่อน เคยรบในสงครามนั่นนี่อะไรนั่น พวกที่อนุรักษนิยมและหนึบหนับกับความเป็นอเมริกันของตนเองมากนี่ จะมีประกาศนียบัตร เหรียญตรา รูปภาพ นานาของสิ่งที่เกิดขึ้นมานมนานแล้ว เช่น ปู่เคยรบในสงคราม ประกาศนียบัตรฉันอาสาช่วยเหลือคนตอนนั้นตอนนี้
เรื่องโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ หมี่อะยัม (Mie Ayam) หรือ บะหมี่อะยัม (Bakmi Ayam) คือ บะหมี่หน้าไก่ ที่เป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากจะใส่เนื้อไก่แล้ว ยังมักจะใส่เห็ดลงไปด้วย เห็ดที่นิยมคือ เห็ดฟาง แต่เห็ดอีกชนิดที่ทำแล้วอร่อยคือ เห็ดนางรมหลวง (ออรินจิ) หากใส่ไก่และเห็ดจะเรียกชื่อเต็มๆ ว่า “หมี่อะยัมจามูร์” (Mie Ayam Jamur) ถ้าใส่เกี๊ยวด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม ปังสิต”(Mie Ayam Pangsit) ไส้เกี๊ยวจะเป็นเนื้อไก่สับแทนหมูสับ ถ้าใส่ลูกชิ้นเนื้อวัวลงไปด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม บักโซ” (Mie Ayam Bakso) บะหมี่รสขาติแบบนี้เราคุ้นเคยกันดีเพียงแต่เปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นฮาลาล ส่วนผสมอื่นๆ ดูแล้วก็เป็นจีนชัดๆ ที่ดูจะเป็นพื้นเมืองหน่อยก็ตรงน้ำพริกซัมบัลที่เอาไว้เติมความเผ็ด ด้วยความที่อาหารจีน-อินโดนี้เป็นที่คุ้นเคยของคนได้ง่าย ไม่ว่าประเทศไหนก็คุ้นเคยกับอาหารจีนอยู่แล้ว เพราะประชากรชาวจีนและไชน่าทาวน์มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นหมี่อะยัมจึงเป็นอาหารเส้นยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ อธิบายวิธีทำเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากบะหมี่ปกติ ส่วนแรกคือ น้ำซุปจะต้มจากโครงไก่ เมื่อต้มได้ที่แล้วจะใส่ต้นหอมซอยและกระเทียมผัดน้ำ
