ข่าววันนี้
การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อต่อยอดความสามารถของนิสิตนักศึกษาและเยาวชนที่รักการทำอาหารให้ได้พิสูจน์ศักยภาพและพัฒนาทักษะสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ โดยมีรางวัลเงินสดและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ถ้วยรางวัลเกียรติยศ และประกาศนียบัตร ภายใต้แนวคิด “Local to Global – จากรสชาติท้องถิ่นสู่เวทีโลก” ที่มุ่งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้และสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบร่วมสมัย และยกระดับสู่วงการอาหารสากล โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคุณภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และพันธมิตรในแวดวงอาหารชั้นนำ ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะในการแข่งขัน เมนูที่ครองใจคณะกรรมการและคว้าแชมป์ปีนี้ ได้แก่ ปลากะพงลูลาร์ดซอสไข่เค็ม กะพงบอลซีฟู้ดมาโย และพล่าปลากะพงกระทงกรอบไข่มุกหอมแดง (Appetizers) ต่อด้วย พอร์กเวลลิงตันซอสต้มยำจูส์ เสิร์ฟคู่แมชเม็ดขนุน หมูบาร์บีคิว และมะเขือเทศผัดไข่ผักเคียง (Main) ปิดท้ายด้วย หม
มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา จึงริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โดย โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การเลือก
สถานการณ์ความไม่สงบทั้งในระดับโลกและภูมิภาค ทำให้หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและอีกหลายชาติในยุโรป เร่งเตรียมระบบการแพทย์เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศไทยเอง ก็มีความไม่ปกติในพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก จึงถึงเวลาที่ต้องเสริมความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์จากภูมิปัญญาและสมุนไพรไทย เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้หารือร่วมกับ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเน้น การห้ามเลือดและการบรรเทาปวด ทั้งนี้ ทีมวิจัย ม.อ. เคยได้รับ รางวัลดีเด่นอันดับ 1 จากโครงการพัฒนา “ไมโครแคปซูลควบคุมการปลดปล่อยสารแคนนาบิมิเมติกส์และฟลาโวนอยด์” เพื่อหยุดเลือดและระงับปวด ในกิจกรรม วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568 และมีแผนต่อยอดสู่ แผ่นแปะห้ามเลือดผสมสารสกัดกัญชงและสาบเสือ ซึ่งสารสกัดกัญชงมีส่วนช่วยสมานแผล โดยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้น Fibroblast และ Collagen จึงช่
ลาซาด้า ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การช้อประดับพรีเมียม พร้อมตอกย้ำจุดแข็งศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ล่าสุดจับมือ Kérastase (เคราสตาส) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียมบน LazMall ส่งแคมเปญพิเศษฉลองเปิดตัวไลน์อัป ‘Kérastase Gloss Absolu’ พร้อมกิจกรรมออนไลน์สู่ออฟไลน์เต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2568 บนแอปลาซาด้าและที่งานอีเวนต์สุดแกลม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เติมเต็มประสบการณ์ที่ตอบรับทั้งเทรนด์ลักชูรีบิวตี้และแฟนด้อม ดันยอดขายแคมเปญบนลาซาด้าพุ่งกว่า 8 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติ ความร่วมมือครั้งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าคุณภาพและประสบการณ์การช้อปที่เหนือกว่า สอดรับกับเทรนด์สินค้าบิวตี้ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในแคมเปญ 9.9 ที่ผ่านมา หมวดหมู่นี้สามารถกวาดยอดขายพุ่งกว่า 815% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ทั้งยังเห็นได้จากมูลค่าเฉลี่ยของคำสั่งซื้อในหมวดบิวตี้บน LazMall ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่พร้อมลงทุนกับสินค้าในหมวดบิวตี้ และความเชื่อมั่นที่มีต่อ LazMall ใน
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
“ชาตรามือ” (ChaTraMue) แบรนด์ชาไทยอันดับ 1 ในใจคนไทย ฉลองวาระสำคัญครบรอบ 80 ปี แห่งการเดินทางจากร้านชายุคบุกเบิก สู่การเป็นผู้นำธุรกิจชาครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อร่วมส่งเสริมและสนับสนุนภาคธุรกิจชาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดงาน “ChaTraMue Original Thai Tea Festival” เน้นย้ำความเป็นต้นตำรับชาไทย และได้ร่วมผลักดันให้ “ชาไทย – Thai Tea” ให้ก้าวขึ้นเป็นเมนูเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกต่างรู้จักและหลงรัก คุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหาร แบรนด์ชาตรามือ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ปี 2488 จนถึงปัจจุบัน “ชาตรามือ” ได้สร้างสรรค์ชาไทยสูตรต้นตำรับที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่การขยายสาขาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทในระดับโลก และยังได้ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเติบโตอย่างเป็นทางการ มุ่งเดินหน้าสู่การเป็น Global Brand ที่ตั้งใจจะยกระดับแบรนด์ชาตรามือ สู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก เพื่อสื่อสารภาพการเดินทางของแบรนด์อย่างชัดเจน พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ที่เราเติบโตเคียงคู่สังคมไทย จึงเป็นที่มาของการจัดงาน “ChaTraMue Original Thai
วันที่ 19 กันยายน 2568 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) กระทรวงอุตสาหกรรม เผยผลสำเร็จกิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ปั้น 25 ผู้ประกอบการด้านความงาม ยกระดับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดโลก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนพลัง Soft Power ของประเทศไทย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะ คำปรึกษาแนะนำ การวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับและสร้างการรับรู้ พร้อมผลักดันให้เกิด Hero Brand นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามเกิดเป็น Soft Power ของไทย สร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ ดึงดูดใจ
คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว โครงการประกวดอาหาร สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025” ว่าการจัดการแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือจากพันธมิตรหลายฝ่าย มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และยกระดับข้าวแกงไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของข้าวแกงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในมิติการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและชุมชนฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากข้าวแกง ถือเป็นเมนูที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติไทยแท้ได้อย่างใกล้ชิด สำหรับรายละเอียดการแข่งขัน จะมีขึ้นตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคมนี้ ที่ชั้น 4 ตึก Phenix ประตูน้ำ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดร้านข้าวแกงที่โดดเด่นด้านรสชาติและยกระดับมาตรฐานสู่สากล โดยแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Skills Challenge Day, Creativity Challenge Day และ Grand Finale Day รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิง Interactive เสวนาเชิงวิชาการ เวิร์กช็อป และการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพลัก
คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลระหว่างร่วมแถลงข่าวในฐานะพันธมิตรร่วมจัดโครงการประกวดอาหาร “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” ว่า ร้านข้าวแกงเล็กๆ ข้างทางปรับตัวสู่ดีลิเวอรีได้อย่างรวดเร็วเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม ปัจจุบันมีร้านข้าวแกงบน LINE MAN มากกว่า 10% ของร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ข้อมูลจาก Wongnai POS ในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 พบว่า ยอดขายร้านเดิมของร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปยอดตกเฉลี่ยถึง -14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า Fast Food แบบไทยยังคงไปต่อได้ดีในยุคเศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากเป็นเมนูที่คนไทยกินได้ทุกมื้อ ทุกวัน สะดวกรวดเร็ว และราคาเข้าถึงง่าย โดยเมนูข้าวแกงที่มีคนสั่งสูงที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ไข่พะโล้ เมนูที่ถูกจุดกระแสโดย ‘พี่เอ ศุภชัย’ ตั้งแต่ปีก่อนและยังคงครองความนิยมต่อเนื่อง อันดับ 2 หมูก้อนทอด และอันดับ 3 แกงเหลือง ยอดสั่งข้าวแกงรวมทุกเมนูบน LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2025 เสิร์ฟไปแล้วกว่า 52 ล้านจานใน 77 จังหวัดทั่วไทย ด้าน คุณบุญช่วย เทอดท
แม็คคอร์มิค (McCormick) แบรนด์สมุนไพรและเครื่องเทศอันดับ 1 ของโลก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำด้านเครื่องปรุงเพื่อรสชาติเผ็ดร้อนในงาน Food Ingredients Asia (FIA) Thailand 2025 ปีนี้ ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอินไซต์ผู้บริโภคและปรับให้เข้ากับภูมิภาคต่างๆ พร้อมเปิดเผยแนวโน้มความชื่นชอบรสเผ็ดร้อนของกลุ่มผู้บริโภคในขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรสในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารในแต่ละประเทศเล็งเห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างการเติบโต ผลการศึกษาของแม็คคอร์มิคชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วเอเชียมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวโน้มความนิยมในด้านรสชาติอาหาร โดยกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z ชื่นชอบอาหารรสเผ็ดเป็นชีวิตจิตใจ โดยมองว่าเป็นการแสดงออกถึงตัวตนและการผจญภัยรูปแบบหนึ่ง ผู้บริโภคกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยมักเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีรสเผ็ดร้อนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรส เพื่อลิ้มลองความรู้สึกสนุกสนานใหม่ๆ ซึ่งความนิยมที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชันนี้เห็นได้เด่นชัดในเอเชีย ส่งผลให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นศูนย์กลางของโ
