ข่าววันนี้
“การโบกรถ ใจเราต้องแข็งเหมือนหิน เวลาโดนปฏิเสธให้ถือว่ารถเขาอาจจะไม่พร้อม เราก็ต้องโบกใหม่ ถ้าเรายอมแพ้ง่ายๆ…เราจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป แต่ถ้าเราออกไปโบกเรายังมีโอกาสที่เราจะสามารถไปต่อได้มันเหมือนชีวิตนั่นแหละ” ฮลุน โซโล่ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงจากการเดินทางท่องเที่ยวแบบลุยเดี่ยว โดยนำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ผ่านมุมมองที่เรียบง่ายและจริงใจ จนมีผู้ติดตามจำนวนมากทั้งบน YouTube และ Facebook แม้ชื่อ “ฮลุน” จะฟังดูคล้ายลูกครึ่ง แต่จริงๆ แล้วฮลุนเกิดที่กาฬสินธ์ แต่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่อุดรธานี เจ้าตัวเคยเล่าว่า ชื่อจริงที่คุณแม่ตั้งให้คือ “หลุน” แต่คนมักเรียกเพี้ยนเป็น “ฮลุน” จึงนำมาตั้งเป็นชื่อเพจและช่อง YouTube จุดเริ่มต้นการเป็นยูทูบเบอร์ ฮลุนเริ่มสร้างช่อง YouTube ในช่วงปลายปี 2021 โดยเน้นการเดินทางคนเดียว (Solo Travel) ไปยังประเทศต่างๆ โดยยึดการท่องเที่ยวแบบประหยัด โบกรถตามข้างทาง พยายามเที่ยวแบบง่ายที่สุด ถ่ายทอดภาพสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ผู้คน และวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบสารคดีท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย แต่ก่อนจะมาเป็นยูทู
แม้ตลาดซูชิสายพานในไทยจะมีผู้เล่นอยู่หลายแบรนด์ แต่การแข่งขันกำลังร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ MAGURO นำ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ ONODERA GROUP เข้ามาเปิดสาขาแรกในไทย ซึ่งถือเป็นการขยายแฟรนไชส์ไปต่างประเทศครั้งแรกของแบรนด์ พร้อมเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รองรับลูกค้าได้ถึง 30,000 คนต่อเดือน ด้วยจุดขายวัตถุดิบพรีเมียมจากญี่ปุ่น และซูชิที่ปั้นสดตามออร์เดอร์ เพื่อยกระดับซูชิสายพานสู่ประสบการณ์ใกล้เคียงโอมากาเสะ ในราคาที่เข้าถึงได้ นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า “จุดเด่นสำคัญของร้านคือคุณภาพของวัตถุดิบระดับพรีเมียม ที่ยกระดับประสบการณ์มื้ออาหารของร้านซูชิสายพานให้เทียบเท่าร้านโอมากาเสะ ในราคาที่เข้าถึงได้ รับประทานได้บ่อยๆ และมีอิสระในการควบคุมทิศทางหรืองบประมาณในมื้อนั้นๆ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ MAGURO GROUP ในตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับ Premium Mass ที่สั่งสมมากว่า 10 ปี” การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ระหว่าง MAGURO GROUP และ ONODERA G
“โภชนาการที่ดีและโปรตีนคุณภาพจากเนื้อสัตว์ที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง” คือคำมั่นสัญญาที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยึดมั่นภายใต้พันธกิจ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) ที่ต้องการส่งมอบโภชนาการที่ดีและโปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อสัตว์ให้คนไทยเข้าถึงได้ในทุกวัน ส่งผลให้ซีพีเอฟได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ในหมวดอาหารพร้อมรับประทาน (Chilled Food) และอาหารแปรรูปแช่แข็ง (Frozen Food) มาครองได้สำเร็จ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของซีพีเอฟ ในการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยมาตรฐาน “Feed-Farm-Food” ระบบการผลิตครบวงจรที่ควบคุมคุณภาพและโภชนาการได้อย่างแม่นยำตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ซึ่งจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี มีความพิเศษตรงที่เป็นผลลัพธ์จาก “เสียงของผู้บริโภคจริง” ทั่วประเทศกว่า 6,500 ตัวอย่าง ไม่ใช่การตัดสินจากคณะกรรมการ จึงเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมและความไว้วางใจที่สะท
ผลสำรวจของธนาคารเอกชนชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ Julius Baer ได้เผยแพร่ดัชนีชี้วัดค่าครองชีพสำหรับกลุ่มผู้มีมั่งคั่งสูง (HNWIs) ประจำปี 2569 โดยคำนวณจากราคาของสินค้าและบริการระดับไฮเอนด์ 20 ประเภท ใน 25 เมืองใหญ่ทั่วโลก พบว่าภาพรวมค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์หรูหราทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 10.2% ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองแชมป์ศูนย์กลางความมั่งคั่ง โดยมีเมืองที่ติดทำเนียบ TOP 10 ถึง 5 แห่ง นำโดย “สิงคโปร์” 10 อันดับเมืองที่มีค่าครองชีพหรูหราแพงที่สุดในโลก ประจำปี 2569 1.สิงคโปร์ ครองแชมป์ปีที่ 4 ติดต่อกัน จากค่าอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และเงินดอลลาร์สิงคโปร์ที่แข็งค่า 2.ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางการเงินยุโรป 3.โมนาโก ดินแดนแห่งมหาเศรษฐี 4.ฮ่องกง ศูนย์กลางความมั่งคั่งของเอเชีย 5.ลอนดอน, สหราชอาณาจักร เมืองหลวงระดับโลก 6.เซี่ยงไฮ้, จีน ตลาดสินค้าหรูขนาดใหญ่ 7.ปารีส, ฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแฟชั่น 8.ซิดนีย์, ออสเตรเลีย ตลาดพรีเมียมในโอเชียเนีย 9.มิลาน, อิตาลี ศูนย์กลางดีไซน์และแฟชั่น 10.กรุงเทพฯ, ประเทศไทย ติดอันดับ TOP 10 เป็นครั้งแรก (ก้าวกระโดดจากอันดับ 11 ในปี 2568) ทำไม “กรุ
แค่ขายแพงก็เป็นสินค้าพรีเมียม? พรีเมียมไม่พรีเมียม วัดกันที่อะไร เคยสังเกตไหมว่าบางแบรนด์แค่เห็นแวบแรกก็รู้สึกได้ทันทีว่า “นี่แหละของดี” ทั้งที่ยังไม่ได้จับต้องหรือใช้งานจริงด้วยซ้ำ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลลัพธ์จากการออกแบบประสบการณ์อย่างตั้งใจในทุกจุดที่ลูกค้าได้สัมผัสกับแบรนด์ แล้วอะไรคือเส้นแบ่งที่ทำให้แบรนด์หนึ่งดูพรีเมียม ในขณะที่อีกแบรนด์หนึ่งแม้จะตั้งราคาสูงพอกันแต่กลับดูธรรมดา องค์ประกอบที่ทำให้แบรนด์รู้สึกพรีเมียม 1. คุณภาพที่วัดผลได้จริง วัสดุ ฝีมือการผลิต หรือประสิทธิภาพของสินค้าต้องดีกว่าสิ่งทั่ว ๆ ไป อย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่บอกว่าดี แต่ต้องพิสูจน์ได้ในการใช้งานจริง 2. อัตลักษณ์ที่คนอยากมีส่วนร่วม ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์และการยกระดับสถานะของตัวเอง เวลาใช้สินค้าจากแบรนด์พรีเมียมต้องสะท้อนตัวตนของพวกเขาได้ 3. ประสบการณ์ที่ดี ลูกค้าต้องรู้สึกได้รับการบริการที่ยกระดับ และตั้งใจทำมาอย่างดีในทุกรายละเอียด 4. ราคาที่มีเหตุผลรองรับ เพราะแบรนด์พรีเมียมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างกว่าแบรนด์ลักซัวรี จึงจำเป็นต้องอธิบา
เมื่อความคุ้มของ MK Buffet คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท เลเวลอัพไปอีกขั้น ขอเอาใจสาวกคนรักบุฟเฟต์ตัวจริง! เปิดตัว “MK Buffet Subscription” แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนครั้งแรก ชวนสายบุฟเฟต์มากินให้คุ้มยิ่งกว่าเดิม เหมาจ่ายครั้งเดียว กินไม่อั้นได้ตลอดเดือนสิงหาคม จากข้อมูลที่ทาง MK ศึกษาหลังเปิดตัว MK Buffet คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ครบ 1 ปี พบว่า MK Buffet สามารถตอบโจทย์ความเป็นมหาชนได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าพัฒนาความคุ้มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งอัปเกรดความคุ้มครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่ม “4 เมนูซีฟู้ดใหม่” รวมกว่า 33 เมนู ในราคาเดิม 299 บาท โดยมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการสูงสุดมีความถี่ถึง 188 ครั้งต่อปี สะท้อนให้เห็นว่ามีกลุ่มลูกค้าที่เลือกรับประทาน MK บุฟเฟต์เป็นประจำ จึงเป็นที่มาของการต่อยอดความคุ้มอีกขั้น ผ่านการเปิดตัว “MK Buffet Subscription” เพื่อให้ลูกค้าที่เป็น MK Buffet Lover ได้กลับมาทานบ่อยยิ่ง
นางรุ่งทิพย์ อังคศิริสรรพ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Risk Officer (CRO) ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยถึง 5 ประเด็นสำคัญที่ SME ควรให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด ประเด็นแรกคือ กระแสเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน ในภาวะที่ผู้บริโภคและคู่ค้าระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น SME อาจเผชิญรอบการเก็บเงินที่ยาวขึ้น การชำระเงินล่าช้า หรือยอดขายที่ผันผวนตามกำลังซื้อของตลาด ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านแรงงาน พลังงาน และวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินสดสำรองกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานะลูกหนี้การค้าอย่างใกล้ชิด เจรจาเงื่อนไขเครดิตให้เหมาะสมกับรอบเงินสด และไม่ปล่อยให้ยอดขายเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการเก็บเงิน เพราะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ธุรกิจที่บริหารเงินสดได้ดี มักมีทางเลือกมากกว่าธุรกิจที่เติบโตเร็วแต่สภาพคล่องตึงตัว ประเด็นที่สองคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เมื่อเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น สถาบันการเงินย่อมให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อมูลทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และความชัดเจนของแผนธุรกิจมากขึ้น SME ที่เตรียมเอกสารทางการเงินอย่างเป็นระบบ รักษาวินัยการชำระเงิน และวางแผน
5 ปีที่อิตาลี หรือจะสู้ 78 ปี ที่ซานฟรานซิสโก นี่ก็สมูทเหมือนกันนะ จากร้านไอศกรีมเล็กๆ ในซานฟรานซิสโก สู่ Swensen’s แบรนด์ที่คนทั้งโลกรัก เรื่องราวกว่า 78 ปีที่ไม่ได้หวานมาตลอด หากพูดถึงร้านไอศกรีมที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย หลายคนคงนึกถึง Swensen’s เป็นชื่อแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิด การพาครอบครัวไปทานของหวาน หรือเมนูซันเดย์ที่กลายเป็นภาพจำของหลายเจเนอเรชัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ไม่ได้มาจากนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เกิดจากอดีตทหารเรือคนหนึ่งที่เชื่อว่า “ไอศกรีมที่อร่อย” สามารถสร้างความสุขให้ผู้คนได้ เมื่ออดีตทหารเรือตกหลุมรักการทำไอศกรีม Swensen’s ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดย Earle Swensen อดีตนักดับเพลิงที่ต้องไปเป็นทหารเรือกองทัพสหรัฐฯ ตอนช่วงรบสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบนเรือรบที่เขาประจำการอยู่นั้น มีเครื่องทำไอศกรีมไว้แจกจ่ายทหาร เขาจึงได้เรียนรู้การทำไอศกรีมระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนเรือนั้น หลังปลดประจำการ เขาจึงนำความชอบและความเชี่ยวชาญนี้มาเปิดร้านไอศกรีมร้านแรกที่ซานฟรานซิสโกในปี 1948 ด้วยเชื่อว่า หากใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำไอศกรีมด้วยคว
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแส
ปัจจุบัน ตลาดอาร์ททอยเติบโตไปมากกว่าแค่กล่องสุ่ม ไม่ใช่แค่แฟชั่นที่มาไวไปไว แต่ได้ฝังตัวลงไปใน Art (Toy) Economy อย่างเต็มตัว มีความเป็นมืออาชีพ มีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง และกลายเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ผสมผสานระหว่าง ศิลปะ แฟชั่น และการลงทุน อย่างลงตัว คุณแก้ม-อักษร จันทรโรจน์วานิช ซีอีโอบริษัท Take Toys ได้กล่าวว่า คนวัยทำงานจะชอบซื้อตุ๊กตาหรือของสะสมที่เป็นการ์ตูนที่เขาเคยดูในสมัยเด็ก สะท้อนถึงการตลาดแบบ “Kidult Economy” หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังมีความชื่นชอบของเล่นและตัวละครในวัยเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่เลือกซื้อสินค้าที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีต (Nostalgia) ทำให้สินค้าคาแรกเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็ก แต่กลายเป็นสินค้าที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความรู้สึกของหัวใจน้อย ๆ ในวัยเด็กที่หายไป เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมของตลาดอาร์ททอย (Art Toy) ในประเทศไทยปี 2026 ถือว่าอยู่ในยุคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและพัฒนาไปไกลกว่าแค่กระแสกล่องสุ่ม โดยประเทศไทยกำลังปักหมุดสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค หรือ “Land of ART TOY” ของเอเชีย กลุ่มผู้ซื้อหลักไม่ใช่เด็ก แต่เป็นกลุ่ม K
