Video Content
ในยุคที่การหารายได้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นพนักงานประจำ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ แทน-นพรุจ อังอติชาติ วัย 24 ปี ที่ต่อยอดต้นทุนจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ผู้ติดตามหลักล้านบนติ๊กต็อก สู่การปั้นธุรกิจกาแฟ Ease Up Coffee แม้ว่าการทำธุรกิจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ที่ทำให้เขาต้องกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ซึ่งจากวิกฤตที่เกิดขึ้นก็เป็นเหมือนประตูบานใหม่ เพราะเขามีการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ยกเครื่องทำกาแฟมาเปิดดีลิเวอรีหน้าบ้าน พร้อมใช้สกิลการทำคอนเทนต์มาปั้นแบรนด์จนกลายเป็นกระแส สามารถสร้างรายได้กว่า 6 หลักภายในเวลาเพียงเดือนเดียว ซึ่งเป้าหมายถัดไปคือการชาเลนจ์ตัวเองให้สามารถทำยอดขายได้ 150 แก้วต่อวัน พิกัด : Ease Up Coffee สุขุมวิท 101/1 เวลาเปิด : 07.00-17.30 น . อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_322510
เรื่องราวของ “แมวดิ้นเบเกอรี่” ร้านซาวร์โดว์เล็กๆ ของ “คุณเกรท-บัณฑิต เทียนรัตน์” อดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเป็น “พ่อค้า” ขายขนมปังสุดฮิตตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจลงเรียนทำซาวร์โดว์และใช้เวลาฝึกทำร่วม 6 เดือน ก่อนใช้พื้นที่หน้าบ้านเป็นฐานการผลิต และขายออนไลน์ ถึงปัจจุบัน “แมวดิ้นเบเกอรี่” เติบโตขึ้นมากจากปีแรกที่เริ่มทำ เคยขายได้พีกสุด 700 ก้อนต่อเดือน และมีออร์เดอร์เฉลี่ย 400 ก้อนต่อเดือนจากการเปิดเตา 3 รอบต่อเดือน สลับสับเปลี่ยนกับการออกท่องเที่ยว ที่เขาเรียกว่า Work Health Balance เพื่อชาร์จแบตให้ตัวเองหลังทำงานหนัก นอกจากได้ชาร์จแบตแล้ว ยังได้ศึกษาการขนส่งของแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอที่เดินทางไป รวมถึงได้ลูกค้ากลับมา ทำให้ตอนนี้แมวดิ้นเบเกอรี่มีลูกค้าทั่วประเทศ สามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ แมวดิ้นเบเกอรี่ อ่านบทความเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_322640
หากพูดถึงอาหารไทยในสายตาชาวโลก ภาพจำส่วนใหญ่อาจหยุดอยู่ที่ต้มยำกุ้ง ส้มตำ หรือผัดไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว “อาหารไทย” ยังมีมิติที่หลากหลายและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละพื้นที่ที่รอให้เราไปสัมผัส วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ คุณธัญญพร จารุกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งร้าน “สำรับสำหรับไทย” ร้านอาหารที่หยิบเอาตำราเก่าแก่ อย่าง แม่ครัวหัวป่าก์ มาปัดฝุ่นชุบชีวิตใหม่ เน้นชูวัตถุดิบตามฤดูกาลของแต่ละภาค เพื่อสืบสานรากเหง้าและภูมิปัญญาอาหารไทยดั้งเดิมให้ยังคงอยู่ โดยเมนูจะผลัดเปลี่ยนทุก 2 เดือน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและรสชาติที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน สำหรับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ เป็นการเสิร์ฟ “สำรับประชารสนิยม” ที่พาไปสะท้อนวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นของเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านเมนูหาทานยากอย่าง ข้าวพันลับแล ลอดช่องเค็ม และขนมวง หากใครสนใจอยากไปลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : Samrub Samrub Thai สำรับสำหรับไทย เบอร์ : 099-651-7292
จากเด็กหาดใหญ่ที่ตัดสินใจเดินตามความฝันในสายเชฟ เรื่องราวของ คุณดาร์กอน-ณชชนน ชูไพบูลย์ และ คุณอลิน่า-ณิชารัศม์ รุจิธีระพัฒน์ เจ้าของร้าน Augusta Fresh Pasta ที่ได้แบ็กแพ็กไป อิตาลี เรียนทำพาสต้าเส้นสดกับเชฟท้องถิ่นในบ้านของคุณยายที่สืบทอดสูตรมากว่า 60 ปี กลายเป็นจุดประกายให้เขาอยากนำรสชาติพาสต้าแท้ๆ กลับมาเปิดร้านในไทย ความต่างของพาสต้าอิตาเลียนคือ เส้นที่หอม หนึบ และกรึบแบบ “อัลเดนเต้” โดยนวดแป้งสดใหม่ทุกวัน และรีดเส้นโชว์ทุกจาน เพื่อยืนยันว่าเป็นเส้นสดทำใหม่จริง วัตถุดิบหลายอย่างนำเข้าจากอิตาลี ทำให้แม้แต่ ลูกค้าชาวอิตาลีกว่า 90% ที่มาลองชิมยังบอกว่า “รสชาติเหมือนบ้านเขาเลย” ร้านเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยทุนเพียง 45,000 บาท วันนี้กลายเป็นไวรัลจนเคยทำสถิติ 287 ออร์เดอร์ต่อวัน ลูกค้าต่อคิวรอ 3–4 ชั่วโมง ก็ยังยอม เพราะคุณภาพที่ตั้งใจทำทุกจาน จนได้รับคำชมจากเชฟชื่อดังหลายคน
“ลาบเสียบ” ร้านกับแกล้มอีสานสไตล์อิซากายะ ของ “ฝ้าย-อาทิตย์ มูลสาร” ศิลปิน นักวิชาการ และพ่อค้าที่หลอมรวมแพสชันและวัฒนธรรมวงเหล้าอีสานเข้าไว้ด้วยกัน ฝ้ายเริ่มต้นร้านนี้ด้วยแนวคิดเรียบง่าย แค่ “อยากทำกับแกล้ม” ไว้ที่ร้านคราฟต์เบียร์อีกหนึ่งธุรกิจของเขา ในช่วงที่กระแสหม่าล่าจากจีนกำลังฮิตในเมืองไทย แต่สำหรับฝ้าย หม่าล่ากลับไม่ตอบโจทย์สายดื่ม เพราะความเผ็ดชาทำให้ลิ้นไม่สามารถรับรู้รสชาติของเครื่องดื่มได้เต็มที่ เขาจึงหยิบ “อาหารของความทรงจำ” จากวงเหล้าอีสานในยุคพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็น ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ หรือหมกหน่อไม้ มาตีความใหม่ในรูปแบบ “เสียบไม้” เปลี่ยนหน้าตาและเทกซ์เจอร์ให้ร่วมสมัย โดยยังคงให้เกียรติรากเหง้าและวัตถุดิบดั้งเดิมอย่างครบถ้วน ลาบเสียบ เปิดสาขาแรกที่ซอยวัดลาดปลาดุกใกล้บ้านของฝ้าย ร้านเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนสตูดิโอให้เขาได้คิดไอเดียและรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ก่อนตกผลึกเป็นสูตรจริงจัง ต่อมาคือสาขาจิม ทอมป์สัน อาร์ต เซ็นเตอร์ ที่กลายเป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองไปโดยปริยาย ด้วยทำเลซึ่งมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติแวะเวียนมาไม่ขาด และสาขาที่สาม สาทร ซึ่งวางตำแหน่งเพื่อหนุ่มส
เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปเดินแถวๆ พลับพลาไชย อีกหนึ่งชื่อที่อยู่เชื่อมกับย่านเยาวราช จะเป็นชุมชนที่มีไทย-จีน อยู่กันเยอะ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำเพ็ง พาหุรัด และยังมีร้านอาหารดังๆ ให้ได้เข้าไปลองชิม แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หนึ่งในร้านดังคู่ย่านพลับพลาไชยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ส่งต่อความอร่อยระดับตำนานจากรุ่นสู่รุ่น จากร้านที่ไม่มีชื่อกลายเป็นร้านรางวัลการันตีมิชลิน 6 ปีซ้อน . เดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับคุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง วัย 49 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวท่ามกลางพี่ชายทั้งหมด 4 คน เธอได้เล่าเรื่องราวตำนานความอร่อย กว่าจะเป็นแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อย่างทุกวันนี้ได้ ใช้เวลานานกว่า 10 ปี . อ่านเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_320835
“เต้าหู้ต้ามู่” ร้านเต้าหู้ในตำนานที่ยังคงใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิม ปัจจุบันเปิดขายมากว่า 100 ปี ทำด้วยมือทุกขั้นตอน ขายมาตั้งแต่ก้อนละ 50 สตางค์! ‘อาม่า’ สุรีย์พร อางนานนท์ ในวัย 70 ปี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนการค้าขายไม่ได้สะดวกสบายแบบทุกวันนี้ ต้องตื่นมาทำเต้าหู้แต่เช้า เมื่อทำเสร็จต้องหาบไปขายข้างนอก และความท้าทายคือต้องแข่งกับเวลา ปัจจุบันเดินทางมาถึง เอก-วิโรจน์ อางนานนท์ ทายาทรุ่นที่ 4 โดยเขาได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังคงเสน่ห์กรรมวิธีดั้งเดิมเอาไว้อยู่ ทุกขั้นตอนในการทำจะใช้เวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและเทกซ์เจอร์แบบที่ต้องการ ทำให้ต้องมีความอดทน เป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีการสร้างการจดจำด้วยชื่อแบรนด์ และเกิดไวรัลด้วยพลังโซเชียล ทำให้ใครหลายคนยอมขับรถหลายชั่วโมงเพื่อที่จะมายังโรงงานเต้าหู้แห่งนี้ พิกัด : ร้านเต้าหู้ต้ามู่ จังหวัดนครปฐม Google Maps : https://maps.app.goo.gl/wvNhQrduMk5sSR348 สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ : 081-943-0304
ต้องนั่งรถกว่า 4 ชั่วโมงจากกรุงโซล เดินขึ้นเขาไปยัง ‘ฟาร์มโสมปิด’ เพื่อให้ได้โสมอายุ 6 ปีที่มีคุณภาพที่สุดมาสกัด แม้ต้นทุนจะสูงมาก แต่คุณปุ๊ก-เบญจกิติ เมฆแสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sewa ยังยืนยันที่จะทำราคาสมเหตุสมผล หวังเปิดใจให้ลูกค้าได้ลอง เพราะเชื่อว่าคุณภาพระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ ไม่จำเป็นต้องขายขวดละหลายพันบาทเสมอไป อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก
เรื่องราวของ Gen Z ที่ถูกเลย์ออฟ สู่การเปิดคาเฟ่หน้าบ้าน “Babunok Tea Bar (บาบุนก ที บาร์)” ร้านเล็กแต่ชงด้วยใจทุกแก้ว ของ “คุณแบม-วศินี อินทรีย์ทอง” วัย 25 ปี ชูความเป็นใต้แท้ๆ ผ่านวัตถุดิบ และสูตรการชงที่เรียนรู้มาจากคุณน้าผู้เป็นเจ้าของร้านชาใต้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เธอใช้เวลาเพียง 3 วันในการเรียนรู้ เพราะมีพื้นฐานการเป็นบาริสต้ามาก่อนแล้ว จึงสามารถเริ่มต้นเปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้พื้นที่หน้าบ้านย่านบางกรวยเป็นคาเฟ่บาร์อิฐบล็อก ที่ประหยัดต้นทุน และเคลื่อนย้ายสะดวก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านก่อนถูกเรียกว่า ร้านบาร์อิฐบล็อก มาถึงตอนนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ Babunok Tea Bar จะเปิดมาได้ไม่นาน แต่สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จากรสชาติ คุณภาพ และราคาเข้าถึงง่าย เริ่มต้นแก้วละ 50 บาท ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละหลักแสนบาท
จากความฝันแรกที่อยากเป็นพิธีกร สู่การเขียนบทซิตคอมในรายการตลกชื่อดัง “Joker Family” โดยเรียนรู้ตั้งแต่การคิดโครง สถานการณ์ ทำอะไรที่ไหนอย่างไร ต้นกลางจบเป็นยังไง ไดอะล็อก จังหวะ การใช้สีหน้าแววตา จนทำให้รู้ว่า “ศาสตร์ของตลก” ไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณไบรท์-เอกรัตน์ คงสถิตย์ กับเรื่องราวเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นช่อง “ไบรท์ไร้ไขมัน” จากคนที่ชอบเสพรายการตลก กลายเป็นคนที่ต้องมาเล่นตลกเอง เริ่มจากหยิบสถานการณ์ใกล้ตัวมาทำคอนเทนต์ในติ๊กต็อก สร้างเอกลักษณ์ หยิบสถานที่ต่างๆ มาทำเป็นคาแร็กเตอร์พูดคุยกัน ทำให้คลิปสนุก และ Relate กับความรู้สึกคน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวของพนักงานออฟฟิศที่สะท้อนสังคมทำงาน, เรื่องราวในโรงเรียน ที่สร้างเส้นเรื่อง ทำให้ยิ่งใหญ่ แต่กว่าจะได้ออกมาคลิปล้านวิวนั้น ต้องใช้เวลาในการคิดบท คิดเรื่องราว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการที่ยากที่สุดของช่องไบรท์ไร้ไขมัน ปัจจุบันมีหลายจักรวาล อาทิ โรงเรียน, จังหวัด, ฟุตบอล, ออฟฟิศ เป็นต้น
