Video Content
“ตับไก่ตอนจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือจะมีสีเหลือง แต่ถ้าคนไม่ได้ไล่เลือด แล้วต้มเลย จะเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนร้านพี่จะมาใช้วิธีการไล่เลือดออก แล้วต้มในอุณหภูมิที่ให้ตับสุกไปช้าๆ พอไล่เลือดหมด ตับจะไม่แข็ง และตับจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม” เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินไวรัล “ตับทอง” กันมาบ้าง และคงตั้งข้อสงสัยตามๆ กันว่า ตับไก่สีทอง คืออะไร และเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร บ้างก็ว่า ไก่ป่วยหรือเปล่า เป็นตับที่ไม่ดีหรือเปล่า คุณหมึก-ฐิตาภัสร์ วีระปฐมศักดิ์ อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน หมึกมันไก่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ถึงประเด็นดังกล่าว และพูดในอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมุมมองของธุรกิจอาหาร หรือแม้กระทั่งกรรมวิธีการทำให้ตับไก่เป็นสีทอง อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : เดิมพันด้วยเงินกู้ก้อนสุดท้าย! คุยกับเจ้าของ “หมึกมันไก่” ที่พลิกหนี้สู่เงินล้าน ด้วย “ตับทอง” สูตรลับจากรุ่นพี่
ย้อนไปเกือบปี เส้นทางเศรษฐีได้มีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องราวของ เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เจ้าของร้าน สุกี้พรศิริ ถึงจุดเริ่มต้นและการตัดสินใจเปิดร้านสุกี้ ทั้งๆ ที่ตนเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิงร่วมกับเพื่อนๆ ที่ชื่อว่า Flat Marble แล้วเปลี่ยนหรือพลิกแนวทางของตัวเอง จะเรียกว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ จากไฟน์ไดนิงมาเป็นสตรีตฟู้ด แต่การกลับมาสัมภาษณ์เชฟอั้มในครั้งนี้ ได้นั่งฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งกับเส้นทางของเธอ ที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในซอยอารีย์ จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างน่าสนใจภายใน 1 ปี สิ่งที่ทำให้เราประทับใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเชฟ อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : “สุกี้พรศิริ” จาก Fine Dining สู่ สตรีตฟู้ดไวรัล ด้วยดีลิเวอรี เปิดระบบวันแรก ทะลุพันออร์เดอร์ เก็บดาต้าขยายสาขาใหม่โซนบางนา
จากบรรณาธิการนิตยสารเจ้าหนึ่งที่ญี่ปุ่น และได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และเริ่มหลังจากการได้ไปท่องเที่ยวมากว่า 70 จังหวัด เขาจึงต่อยอดสู่การทำช่อง ‘Asia Gourmet Story’ ที่บอกเล่าเรื่องอาหารริมทาง ผ่านคาแร็กเตอร์ชายออฟฟิศ ซึ่งมู้ดคลิปจะเหมือนกับการดูภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง นี่เป็นเรื่องราวของ ‘คุณนิชิโอะ’ ชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ตกหลุมรักความเป็นไทย ชอบทานอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็น จิ้มจุ่ม ส้มตำ กุ้งเผา เนื้อตุ๋นหม้อไฟ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ ที่ชอบสุด คงหนีไม่พ้นเจ้าเครื่องดื่มคู่หูสีเขียวที่มีอยู่ในแทบทุกคลิป
“ปีนี้เราขอตั้งเป้าไว้ที่ 300 ล้านบาท” คือเป้าหมายของ “พาสต้า อาม่า” ธุรกิจร้านอาหารของ “คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ” อดีต HR ผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ อยากหาเงินล้านให้ได้ภายใน 5-7 ปี เขาจึงมุ่งมั่นทำอาชีพเสริม ทั้งขายน้ำผลไม้ ขายข้าวกล่อง สู่การเปิดร้านอาหารเหนือ กระทั่งต่อยอดสู่ ร้านพาสต้า อาม่า สาขาแรกที่ราชเทวี พาสต้า อาม่า คือส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารฝรั่งรสชาติคนไทย ผ่านการ R&D จากคุณจี ทั้งคุณภาพวัตถุดิบ การครีเอตเมนู รสชาติ ราคาที่เข้าถึง รวมถึงการบริการจากพนักงานที่สัมภาษณ์มาด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้พาสต้า อาม่า กลายเป็นร้านขวัญใจผู้บริโภค และเติบโตอย่างสวยงาม กลายเป็นธุรกิจร้อยล้าน ที่เปิดให้บริการ 9 สาขาในปัจจุบัน
หลังจากช่วยพัฒนาแบรนด์มากมายให้ประสบความสำเร็จ ในฐานะดิจิทัลเอเยนซี ก็ถึงเวลาสร้างแบรนด์ของตัวเอง “ใครไม่กุ๊ย ข้าวต้มกุ๊ย” ร้านข้าวต้มดีลิเวอรีสไตล์โฮมคุก จากครัวในบ้าน โดย คุณซี-ลภน อัครขจรไชย และ คุณกล้วย-ศิวพร เดือนแจ้ง คู่รักที่ลงสนามเป็นเจ้าของแบรนด์เต็มตัว พวกเขาไม่ได้แค่เปิดร้าน แต่ตั้งเป้าปั้นข้าวต้มให้เป็น “ฟาสต์ฟู้ด” จึงงัดสารพัดกลยุทธ์ พร้อมใช้ Data มาขับเคลื่อนธุรกิจ จนสามารถพลิกยอดขายจากหลักพัน สู่หลักแสนบาทต่อเดือน
เรื่องราวของสองพ่อลูกสายโปรแกรมเมอร์ “พ่อจั๋ง-อนุตร ยศสุนทร” และ “น้องจิณณ์ ยศสุนทร” วัย 11 ปี ที่คุณพ่อได้เริ่มฝึกฝนให้ลูกชายเขียน Code ตั้งแต่ยังเด็ก จนสามารถสร้างผลงานเกมของตัวเองได้ และยังทำคอนเทนต์แบ่งปันความรู้ด้าน Coding โดยเฉพาะการเขียนโค้ดเกม Roblox ที่น้องจิณณ์ถนัด นำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook TikTok และ YouTube ชื่อช่องว่า Jinn Kode Code นอกจากนี้ ยังมีผลงานการแข่งขันเขียนโค้ดในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น การคว้าแชมป์อันดับ 1 ระดับประถมของประเทศไทย ในรายการ National Scratch Competition และเหรียญเงินระดับนานาชาติของ Hong Kong Scratch Olympiad ระดับประถม เป็นต้น เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คงหนีไม่พ้นครอบครัวที่คอยเป็นแรงผลักดัน และปั้นให้น้องประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถหารายได้ให้กับตัวเองได้ โดยใช้ทักษะความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์
ในยุคที่แฟชั่นมาไวไปไว หลายคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าต้องปรับตัวเพื่อให้ทันเทรนด์อยู่เสมอ อย่างแบรนด์ Awesome.Screen ที่มีเจ้าของคือ คุณแพรว-พรรณระพี โกสิยพงษ์ โดยเธอนั้นเริ่มต้นธุรกิจตอนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นธุรกิจขายเคสไอโฟนมาก่อน และเนื่องจากธุรกิจนี้เป็นการเพนต์เคสด้วยเทคนิค Heat Transfer หรือการใช้ความร้อน ทำให้เธอต่อยอดทำแบรนด์เสื้อผ้าขึ้น ปัจจุบันได้มีการทำโรงงานผลิตเสื้อผ้าครบวงจร รับผลิตเสื้อให้กับแบรนด์ไทยกว่า 1,000 แบรนด์ มีการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่หาผ้า ขึ้นแพตเทิร์น ตัดเย็บ สกรีน รวมถึงรีดเสื้อ QC ทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และบริการแพ็กใส่ถุง พร้อมขายได้ทันที สำหรับคนที่อยากเป็นหัวแถว อยากทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่มีงบไม่มาก ก็สามารถสั่งผลิตได้ เพราะที่นี่มีการให้บริการทั้งแบบมีขั้นต่ำและไม่มีขั้นต่ำ เลือกได้หลายเนื้อผ้า มีให้ดูครบทุกไซซ์ ตั้งแต่ S-4XL ซึ่งหากสนใจอยากทำแบรนด์จริงๆ อย่างแรกที่มือใหม่ควรจะมี นั่นคือ ขั้นตอนในการวางแผนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบบเสื้อผ้าที่อยากทำเป็นประมาณไหน หรือจะเป็นเรื่อง Branding การสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ตัวเอง เป็นต้น ช่องทางการ
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก
ความสุขเริ่มได้ ไม่ต้องรอเกษียณ เรื่องราวของ “เสนีย์ กาญจนสุนทร” หรือที่ใครๆ เรียกว่า ลุงเส เจ้าของ “บ้านสวนโบนัส” โฮมสเตย์และคาเฟ่ริมคลองที่เริ่มต้นบนพื้นที่ 260 ตร.ว. จากความฝันเล็กๆ ของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำงานธนาคารมายาวนานกว่า 30 ปี หลังประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน สามารถปลดภาระหนี้สินและดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดี ในวัย 50 ต้นๆ ลุงเสเริ่มวางแผนชีวิตหลังวัยเกษียณ เก็บหอมรอมริบเงินต่างๆ รวมถึงโบนัสจนมีมากพอให้ซื้อที่ดินริมคลองย่านภาษีเจริญ พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนผักอินทรีย์ ปลูกทุกอย่างที่กินได้และกินทุกอย่างที่ปลูก โดยมีแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้นแบบ และเมื่อได้ลองมาใช้ชีวิตก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง ทำให้ตัดสินใจเออร์ลี่ฯ จากงาน มาใช้ชีวิตที่บ้านสวนแห่งนี้ จากนั้นได้ต่อยอดทำธุรกิจเชิงท่องเที่ยว เปิดโฮมสเตย์และคาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมทำกิจกรรมเวิร์กช็อปทำอาหาร และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม 📌พิกัด https://maps.app.goo.gl/XjLS5AMe764PDJAz5?g_st=ic ☎️สามารถติดต่อจอง 081-813-3877
“การชงชา 1 แก้ว แล้วลูกค้าบอกอร่อย มันก็เหมือนกับทำหนังแล้วคนดูชอบ” จากผู้กำกับโฆษณา สู่เจ้าของอาณาจักรชาสุดฮิตย่านห้วยขวาง พี่เอ๊ง-สาโรจน์ สุวัณณาคาร เจ้าของช่อง “ลุงชงชา” ที่เมื่อปี 2540 ได้เจอกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้บริษัทไม่มีงาน ไม่มีเงินจ่ายพนักงาน จนพี่เอ๊งต้องขายบ้านหลังหนึ่ง เพื่อนำมาสร้างเรือนไทยที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กระทั่งกลายเป็นคาเฟ่ที่ฮีลใจใครหลายคน เริ่มแรกพี่เอ๊งอยากจะทำให้ที่แห่งนี้เป็น “อาณาจักรชา” โดยจะมีชาให้เลือกกว่า 300 ตัว ทั้งยังมีสร้างช่องติ๊กต็อกขึ้น เพื่อพูดคุยเรื่องชาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมาในคอนเซ็ปต์ “ดื่มชาอร่อย สไตล์ลุงชงชา” ที่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมาก ถ้าดื่มแล้วมีความสุขก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนแล้ว โดยหากใครมาที่คาเฟ่แล้วสนใจในเรื่องชา พี่เอ๊งจะคอยถามลูกค้าที่แวะเวียนมาเสมอว่าอยากได้ชารสชาติประมาณไหน ตอนนี้อยู่ในอารมณ์ใด แล้วจะทำการเสิร์ฟในแบบที่ลูกค้าต้องการ พิกัด : ลุงชงชา (Loong Chong Cha) อยู่ในร้านตามใจคาเฟ่ ย่านห้วยขวาง
