Featured Exclusive

อดีตสาวออฟฟิศ ลาออก ปั้นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ดึง เทคโนโลยี-ออนไลน์ สู้วิกฤต

อดีตสาวออฟฟิศ ลาออก ปั้นแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ขายได้ 3 ปี เจอวิกฤตโควิด-19 สู้ด้วย เทคโนโลยี-ออนไลน์

เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณออม-ตวงมนต์ เฉลิมชวลิต วัย 35 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แบรนด์ beplause (บีพลอส) ที่ก่อตั้งได้เพียงไม่กี่ปีก็ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตทางธุรกิจครั้งใหญ่ อย่าง โควิด-19

คุณออม-ตวงมนต์ เฉลิมชวลิต วัย 35 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แบรนด์ beplause (บีพลอส)

คุณออม เล่าว่า เดิมทีเธอผ่านการทำงานทั้งงานสายการเงินและธุรกิจอื่นๆ มาก่อน ด้วยความตั้งใจแต่เด็กว่าสักวัน อยากจะทำธุรกิจที่ช่วยเหลือคนอื่นได้เป็นของตัวเอง และในที่สุดเธอก็ได้มีโอกาสในการก่อตั้งบริษัทตามที่ได้ตั้งใจไว้ นั่นคือ บริษัท ไทยเวลเนสโปรดักส์ จำกัด (Thai Wellness Products Co., Ltd.) โดยเน้นทำธุรกิจที่เน้นเรื่องสุขภาพและสามารถช่วยเหลือคนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นไปด้วย

คุณออม-ตวงมนต์ เฉลิมชวลิต วัย 35 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แบรนด์ beplause (บีพลอส)

“ตั้งบริษัทขึ้นตอนประมาณธันวาคม ปี 59 ค่ะ ออมมีความตั้งใจอยากจะทำธุรกิจที่สามารถช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาให้ผู้คนได้ ด้วยสินค้าและบริการที่เรามีความสนใจ โดยส่วนตัวเป็นคนมีปัญหาเรื่องเส้นผมจากการทำผมบ่อยๆ รวมทั้งเป็นคนผิวและหนังศีรษะแพ้ง่าย และมองเห็นว่า มันคงมีผู้คนที่มีปัญหาเดียวกับเรามากมายทั้งคนรอบตัวและผู้คนในท้องตลาด จึงเกิดเป็นไอเดียในการตั้งแบรนด์บีพลอสขึ้น เพื่อช่วยให้ทุกคนที่มีปัญหาผมและหนังศีรษะ ได้กลับมามีความมั่นใจดูดี และไม่ต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพที่ตามมาอีกต่อไป” คุณออม เล่า

โดยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ Beplause Hair Mask มาส์กบำรุงผมบีพลอส มีทั้งแบบกระปุก 230 มิลลิกรัม และ แบบหลอด 120 มิลลิกรัม เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นความอ่อนโยนต่อหนังศีรษะและเส้นผม ช่วยฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะให้นุ่มลื่น จัดทรงง่าย และมีสุขภาพดี ด้วยผลลัพธ์ที่เข้มข้นจากสารสกัดหลักจากธรรมชาติ ได้แก่ Argan oil ออร์แกนิก, เคราติน, Yuzu จากญี่ปุ่น และ Avocado oil

โดยสินค้าและโรงงานผลิตมีมาตรฐาน GMP / ISO / มาตรฐานส่งออก รวมทั้งทีมนักวิจัยและพัฒนาที่เชี่ยวชาญเรื่องผลิตภัณฑ์เส้นผมและหนังศีรษะโดยเฉพาะ และมีงานวิจัยรองรับในเรื่องการช่วยลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว และผ่านการรับรองเรื่องการทดสอบการแพ้และการระคายเคืองจากสถาบันแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ บีพลอสยังปราศจากสารที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น ซิลิโคน, พาราเบน, ซัลเฟต, สีสังเคราะห์, มิเนอรัลออยล์, ปิโตรลาทัม, DEA/TEA, ฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งสารระคายเคืองดังกล่าว อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของสิวที่บริเวณหลังและกรอบหน้า ผมร่วง การอุดตัน การแพ้ระคายเคือง

“ในส่วนของคุณภาพสินค้า และในการช่วยแก้ปัญหาผม บีพลอสก็ช่วยอย่างได้ผลและอ่อนโยน จึงเป็นแบรนด์ผมที่เน้นทั้งผมสวยและสุขภาพดี เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย และผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจดูแลตัวเองและรักสุขภาพได้เช่นกัน” คุณออม ว่าอย่างนั้น

กิจการดำเนินไปได้ประมาณ 3-4 ปี ก็เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้แบรนด์บีพลอสได้รับผลกระทบมาตลอด 2 ปี ที่เกิดการแพร่ระบาด ซึ่งคุณออม บอกว่า ถือเป็นความท้าทายมากๆ ซึ่งทางแบรนด์แก้วิกฤตโดยการใช้วิธี เน้นการปรับตัวให้รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนแผนงานให้คล่องตัวขึ้น ใช้ระบบหรือเทคโนโลยีมาช่วย และเรียนรู้ศึกษาหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นจากโลกออนไลน์ เพื่อเอามาปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ

“ปีแรกที่บีพลอสดำเนินกิจการ ออมเน้นการสร้างแพลตฟอร์มขายตามออฟไลน์ อย่าง ร้านค้าสุขภาพทั่วกรุงเทพฯ แล้วก็มีต่างประเทศเล็กน้อย พอมีโควิดมา หน้าร้านพวกนี้ก็กระทบหนัก บางช่วงที่แรงๆ ก็ต้องปิดเลย บางทีคนก็ไม่ออกจากบ้านกัน อีเว้นต์ต่างประเทศที่มีตารางก็ต้องเลื่อนออกไป ออมเลยผันตัวมาทำออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการให้เป็นระบบมากขึ้น ในอนาคต ออมก็มีแพลนออกสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผมและหนังศีรษะเพิ่มเติม เน้นการขายออนไลน์เพิ่มขึ้น และขยายช่องทางไปต่างประเทศ เรามีความตั้งใจว่าอยากเป็นแบรนด์ไทย ที่ต่างชาติให้ความยอบรับ เพราะเราเชื่อว่าคนไทยทุกคนมีศักยภาพและสามารถไปได้อีกไกลในตลาดโลก” คุณออม ว่าอย่างนั้น

คุณออม-ตวงมนต์ เฉลิมชวลิต วัย 35 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แบรนด์ beplause (บีพลอส)

นอกจากนั้น เจ้าของแบรนด์สาวยังบอกอีกว่า เดี๋ยวนี้โลกมีแต่ความไม่แน่นอน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไวมาก ปัญหาต่างๆ ก็เป็นสิ่งคู่กันกับความเปลี่ยนแปลง สำหรับเด็กๆ รุ่นใหม่ เป็นวัยที่ควรจะได้สั่งสมประสบการณ์ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ สนุกกับการเรียนรู้ลงมือทำและแก้ปัญหา และต้องไม่ลืมการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ส่วนเพื่อนๆ ผู้ประกอบการและคนทำงานทุกคน คุณออมเธอเชื่อว่า สถานการณ์โควิดนั้น กระทบกับชีวิตการทำงานของพวกเรามากๆ ถึงแม้สถานการณ์ต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือ ทำตัวเองให้ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ กำลังใจและความอดทนทางใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากเราสามารถทำทุกอย่างให้เต็มที่อย่างมีกำลังใจ เธอเชื่อว่า ทุกคนจะเจอฟ้าหลังฝนที่สดใสแน่นอน

 

 

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว