‘เชฟบิ๊ก-ภูริพรรษ’ จากเด็กบ้านนอก ไร้ทุนทรัพย์ คว้าโอกาส ใฝ่เรียนรู้ ลงมือทำ ก่อนขึ้นแท่นเชฟคนดัง
เชฟบิ๊ก-ภูริพรรษ ใจวีระวัฒนากุล เขาคือ “เดอะวินเนอร์” รายการ สตาร์เชฟ ไทยแลนด์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เส้นทางพัฒนาตนเองและแรงบันดาลใจในการเป็นเชฟ บนเวทีเสวนาในงาน THACCA SPLASH – Soft Power Forum 2024 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆ นี้
อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ว.ดุสิตธานี ร่วมขับเคลื่อนอาหารไทย ขึ้นแท่น Soft Power อวดชาวโลก.
“ช่วง ม.ปลาย ต้องตัดสินใจเลือกจะไปทางไหนต่อ แต่ผมเป็นคนชอบลงมือทำมากกว่าการนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน สุดท้ายเลือกเรียนเชฟ เพราะมีเป้าหมาย อยากเป็นนักธุรกิจ อยากมีสินค้าเป็นของตัวเอง” เชฟบิ๊ก เล่าจุดเริ่ม
ก่อนเผยต่อถึงแรงบันดาลใจ
“ตอนนั้นมีหนังไทยเรื่อง เถ้าแก่น้อย ผมอยากเป็นเหมือนเขาแล้วต้องทำยังไง เลยคิดว่าจะไปเรียนเชฟ เพื่อให้ไปถึงตรงนั้นให้ได้ แต่พอมาเรียนจริงๆ แล้ว ไม่ง่ายนะ แต่มีความสุขที่ได้ทำอาหาร ทำขนม มาถึงทุกวันนี้”

เชฟบิ๊ก เล่าอีกว่า เขาเรียนจบปริญญาตรี หลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร จากวิทยาลัยดุสิตธานี มาได้ 3 ปีกว่าแล้ว และด้วยเป็นเชฟ ที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง ปัจจุบันนอกจากมีงานประจำแล้ว ยังรับงานเป็นคิว คิวหนึ่ง 2-3 ชั่วโมง ได้ค่าตอบแทนคิวละ 35,000 บาท
“ตอนนี้ทำงานให้กับแบรนด์ขนมเจ้าหนึ่งมี 15 สาขาในกรุงเทพฯ ผมไม่อยากทำงานในโรงแรม เพราะอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง เลยอยากทำงานในร้านอาหาร ที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ เพื่อจะได้นำประสบการณ์นั้นๆ ไปเป็นตัวกดดันตัวเองเพื่อใช้งานในอนาคต” เชฟบิ๊ก เล่า

และว่า อีก 2 ปีข้างหน้า อยากเปิดร้านของตัวเอง แต่ระหว่างนี้กำลังหาทุนและสั่งสมประสบการณ์ไปก่อน เพื่ออีก 2 ปีข้างหน้า จะสร้างร้านอาหารที่ครบวงจร สามารถมาทานอาหารที่อร่อยได้และมีบรรยากาศที่ดี อยากสร้างร้านอาหารที่คิดเองทั้งหมด ที่มาแล้วอยากให้มาอยู่ได้ทั้งวัน มาได้เรื่อยๆ
“ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งครับ ไม่มีทุนทรัพย์ แต่บอกตัวเองเสมอ หากมีโอกาสอะไรก็จะเรียนรู้ และคว้าโอกาสนั้นไว้ จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ขอให้ได้ลงมือทำก่อน เพราะไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลัง” เชฟหนุ่มคนดัง ทิ้งท้าย
