Exclusive Featured

จากสูตรในครอบครัว สู่หมูทอดปลาร้าเงินล้าน! เจาะลึกเบื้องหลัง “เชฟเป้” ติดลมหมูปลาร้า ทำอย่างไรถึงสำเร็จ

จากสูตรในครอบครัว สู่หมูทอดปลาร้าเงินล้าน! เจาะลึกเบื้องหลัง “เชฟเป้” ติดลมหมูปลาร้า ทำอย่างไรถึงสำเร็จ

จากสูตรหมูทอดในครอบครัวธรรมดาๆ ต่อยอดกลายมาเป็นหมูทอดพร้อมปลาร้าและแจ่วสูตรเด็ด ที่คว้าเงินล้านได้รายเดือน ความสำเร็จของ “ติดลมหมูปลาร้า” ไม่ได้ขึ้นกับสูตรหรือความอร่อยเพียงเท่านั้น แต่ “เชฟเป้-ธีรนัย จินดานุภาจิตต์” เชฟหนุ่มวัย 31 ปี เขาคือผู้ไขความลับ ว่าทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารได้อย่างแท้จริง

เชฟเป้-ธีรนัย จินดานุภาจิตต์
เชฟเป้-ธีรนัย จินดานุภาจิตต์

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเชฟเป้ หรืออีกหนึ่งนามในโลกออนไลน์ของเขาคือ “เชฟเป้กุ๊กขี้เมา” เจ้าของร้านอาหารหลายแบรนด์หลากสไตล์ อีกทั้งยังเป็นยูทูบเบอร์ที่มีทั้งความตลกและมุมมองในการทำธุรกิจร้านอาหารมาแบ่งปันให้กับแฟนคลับได้ดูเป็นวิทยาทานอยู่เสมอ เชฟเป้ในวัย 23 ปี อาจไม่ใช่คนที่เริ่มทุกอย่างจากศูนย์ เขาก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจร้านอาหารด้วยร้านข้าวต้มที่มีเงินทุนก้อนสุดท้ายจากพ่อ ปรากฏว่าร้านข้าวต้มนี้ จุดประกายให้เขาได้เฉิดฉายเป็นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ในวงการ

“ผมเปิดร้านข้าวต้ม 13 โต๊ะ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตั้งแต่อายุ 23 ปี ผมไม่เคยขอเงินพ่ออีกเลย เราตั้งใจทำ เหนื่อยมาก เพราะกับข้าวพวกข้าวต้มไม่ง่าย บางอันเราไม่เคยทำ ผมมีร้านข้าวต้มประจำอยู่ย่านเหม่งจ๋าย กินบ่อยสนิทกันมาก พอร้านเราเลิกตี 3 ต้องไปหาเขา ให้เขาช่วยสอน เขาก็ให้เข้าครัว ช่วยขึ้นของ เขาบอกว่าจะเอาสูตรใช่ไหม สูตรละ 500 บาท ผมไปเรียนประจำ แต่เขาไม่สอนคนทั่วไป เจ้าของร้านเอ็นดู เรียนรู้มาเต็มแน่นเลย”

ธุรกิจแรกของเชฟเป้นอกจากจะเป็นไปได้อย่างสวยงามแล้ว เขายังหยิบนำเอา “หมูทอด” สูตรของครอบครัวที่เป็นหมูทอดสไตล์ชาววัง ซอสหวานเยิ้มๆ เหมือนคาราเมล มารวมเข้ากับน้ำจิ้มปลาร้าและแจ่วสูตรเด็ดที่คิดค้นขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ พร้อมทั้งนำเสนอโดยการจัดใส่ในกล่องกระดาษคล้ายกล่องพิซซ่า จนกลายมาเป็น “ติดลมหมูปลาร้า” ธุรกิจที่สองควบคู่กัน

ทว่าด้วยความที่ยังอ่อนประสบการณ์ ทำให้ร้านข้าวต้มของเขาเกิดหมุนเงินไม่พอ ประกอบกับความเหลวไหลของวัยรุ่น สุดท้ายแล้วด้วยปัญหาที่รุมเร้า ทั้งปัญหาเรื่องคน เรื่องเงิน และการตลาดที่ต้องจ้างอินฟลูเอนเซอร์อยู่เสมอถึงจะทำยอดขายได้ดี ทำให้ร้านข้าวต้ม ถูกลดไซซ์มาเป็นร้านกุ๊กขี้เมา แห่งซอยนวลจันทร์ 34 จนถึงทุกวันนี้

กลับกัน เครื่องยนต์หลักที่ทำให้เชฟเป้ยืนอยู่ในวงการธุรกิจอาหารมาได้จนทุกวันนี้คือ ร้านติดลมหมูปลาร้า ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า 8 ปี เป็นธุรกิจที่เชฟเป้รักและหวงมากที่สุด การแจ้งเกิดอย่างฉุดไม่อยู่ของติดลมหมูปลาร้า เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ค่า GP (Gross Profit) ของแต่ละดีลิเวอรีแอปยังไม่สูงมากนักจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญญากระดาษเปล่า

เชฟเป้เดินหน้าเข้าสู่ช่องทางการขายแบบดีลิเวอรีอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงความเร็วเท่านั้นที่เป็นหัวใจหลัก ในช่วงที่ถูกปิดเมือง ทุกคนต่างทำอาหารขายในดีลิเวอรีทั้งนั้น จนเกิดเป็นสงครามราคาที่ห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง ติดลมหมูปลาร้าในมือเชฟที่มีประสบการณ์อย่างเชฟเป้ เลือกไม่เข้ามาทำศึกในครั้งนี้ สุดท้ายแล้ว ก็เป็นเพียงร้านหน้าใหม่ตัวเล็กตัวน้อยที่ห้ำหั่นราคากันทั้งนั้น ที่จะแพ้ศึกในครั้งนี้ไป

หนึ่งเส้นทางที่เชฟเป้ไม่เลือกเดินเหมือนใคร คือการสร้างโซเชียลมีเดียของตนเองอย่าง “กุ๊กขี้เมา” ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่าครึ่งล้าน เพื่อต้องการลดต้นทุนการตลาดอย่างการจ้างอินฟลูเอนเซอร์มารีวิว ต้องยอมรับว่าวิธีดังกล่าว สร้างยอดขายได้จริง แต่เพียงไม่นานสุดท้ายก็มีแต่ต้องจ้างอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้นเรื่อยๆ

“พอดูบัญชีเราจ่ายตรงนี้ครึ่งแสนต่อเดือน ผมก็เลยมาคิดว่าถ้าเราทำตรงนี้ได้เองก็คงจะดี แล้วเอาเงินส่วนที่เคยจ่ายทำโซเชียลมาร์เก็ตติ้งมาใช้จ่ายเอง เลยทำช่องยูทูบกุ๊กขี้เมา ช่องยูทูบเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจร้านอาหาร ผมคิดว่าสัดส่วนที่นำไปใช้ทำโซเชียลมาร์เก็ตติ้ง ไม่ควรเกิน 5% ของยอดขาย”

ปัจจุบันเชฟเป้ก็ยังคงผลิตเนื้อหาดีๆ ที่ทั้งสนุกเพลิดเพลินในความกวนโอ๊ยของเจ้าตัว ประกอบกับประสบการณ์ในธุรกิจอาหารกว่า 10 ปี ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเชฟคนนี้ถึงมีผู้ติดตามล้นหลามและพร้อมจะสนับสนุนทุกๆ ธุรกิจของเขาที่เกิดขึ้นมาหลังจากนี้

สำหรับติดลมหมูปลาร้าของเชฟเป้ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักเสมอมา เสริมแรงม้าด้วยความรู้ ประสบการณ์ และชื่อเสียง จนปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับเชฟเป้ได้ถึงหลักล้านต่อเดือน

สำหรับใครที่อยากลิ้มลองความอร่อยของติดลมหมูปลาร้า ที่มีทั้งหมูทอดซอสหวาน หมูย่างชาววัง พร้อมน้ำจิ้มปลาร้าและแจ่วรสเด็ด ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นสูตรลับเฉพาะ สามารถอุดหนุนได้ที่หน้าร้าน 3 สาขา ลาดพร้าว 101 อุดมสุข และเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ หรือสั่งดีลิเวอรีได้ในทุกแอปพลิเคชันที่มีให้บริการ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 21 กันยายน 2024

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว