จากโต๊ะทำงานสู่โต๊ะเสิร์ฟ! อดีตสาวออฟฟิศปั้นแบรนด์คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก ทำ “ก๊วยหมูเด้ง” ยอดขายทะลุ 900 ชุดต่อวัน
คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก หยิบเอากระแสสังคมมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการตลาด ทำให้เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่ ทันสมัย ไม่เหมือนใคร และสูตรเฉพาะที่ลองผิดลองถูก ปรับปรุงและพัฒนามานานกว่า 4 ปี มีเมนูที่หลากหลาย ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน
ทุกวันนี้ งานประจำที่ทำอยู่ อาจจะดูน่าเบื่อ จำเจ การได้ลาออกมาเปิดร้านตามใจตัวเอง อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่จะต้องมีความชอบและมีความสุขอยู่กับงานนั้นจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของสาวที่ลาออกจากงานประจำ ผันตัวเองมาเปิดคาเฟ่เฉาก๊วยที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์จะหยิบยกมานำเสนอในวันนี้

เหตุเกิดจากความเบื่องานออฟฟิศ จึงลาออกมาทำสิ่งที่ชอบ สู่ธุรกิจที่ทำเงินได้ดี
คุณเจี๊ยบ-ชัญญาภัค กุลเกษมหิรัญ เจ้าของ ก๊วย E กั้ง คาเฟ่ ที่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ มาช่วยธุรกิจของคุณพ่อที่บ้าน แต่ในความรู้สึกลึกๆ เธอเองก็มีความเบื่อหน่ายกับการเป็นพนักงานออฟฟิศ และอยากจะค้นหาตัวตนในด้านอื่นๆ

เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาแล้ว ก็ได้ลองขายสิ่งที่ตนรัก นั่นก็คือ เฉาก๊วย และได้พัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นร้าน ก๊วย E กั้ง คาเฟ่ ที่สร้างรายได้จำนวนมาก
โดยที่มาของชื่อร้านนี้ คุณเจี๊ยบ เล่าว่า คำว่าก๊วยมีที่มาจากนามสกุลแซ่ของคุณเจี๊ยบโดยตรง และคำว่า E กั้ง ได้มาจากหนึ่งในตัวละครสามีตีตรา ที่รับบทโดยคุณพลอย เฌอมาลย์ คุณเจี๊ยบชื่นชอบตัวละครนี้เป็นอย่างมาก และได้แทนตัวเองว่า “ฉันนี้แหละคือกั้ง” ทำให้คนรอบข้างต่างพากันเรียกคุณเจี๊ยบว่ากั้ง จึงกลายมาเป็นชื่อร้านนั่นเอง
แต่ว่า การเปิดร้านเฉาก๊วยของคุณเจี๊ยบ ไม่ได้มีแนวคิดที่จะเปิดแบบธรรมดา แต่อยากที่จะทำเป็นคาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก เธอมองเห็นถึงช่องว่างทางการตลาดในแวดวงคาเฟ่ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีแต่เมนูซ้ำๆ อย่าง ชานมไข่มุก แต่ไม่เคยเห็นว่าที่ไหนทำคาเฟ่เฉาก๊วยมาก่อน คุณเจี๊ยบเลยเริ่มรังสรรค์เมนูต่างๆ ออกมา โดยจุดเด่นคือใส่เฉาก๊วยลงไปในทุกเมนู
หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นคาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก ก็ต้องเริ่มค้นหาวัตถุดิบ ใช้เวลาอยู่พอสมควร จนไปถูกใจในรสชาติของเฉาก๊วยไต้หวัน ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ เด้งสู้ฟัน กินแล้วรู้สึกสนุก จึงนำเข้ามาเป็นตัวหลัก ผสมกับรสชาติที่กำลังดีไม่หวานจนเกินไป ถูกใจสายสุขภาพแน่นอน
กระแสน้องหมูเด้งมาแรง จนไม่ทันตั้งตัว และปัญหาที่ยังกังวล
ในยุคนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักน้องหมูเด้งอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นกระแส ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ทำให้หลายๆ แบรนด์นำเอากระแสเหล่านี้มาเป็นโอกาสทางการค้าขาย อาทิ เค้กหมูเด้ง รองเท้าหมูเด้ง และอีกหลากหลายเมนู
คุณเจี๊ยบจึงนำเอากระแสน้องหมูเด้ง มาต่อยอดเป็นรูปแบบของเฉาก๊วย และมีการสั่งแม่พิมพ์ขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มทำขาย

ตอนแรกที่ขายก็ไม่ได้แมสหรือเป็นที่รู้จักขนาดนั้น จนมีนักรีวิวช่องต่างๆ มาถ่ายทำที่ร้าน ทำให้เกิดกระแสและมีคนตามกันมาอย่างมากมาย ขายได้มากสุดต่อวันอยู่ที่ 800-900 ชุด ราคาเริ่มต้นน้องหมูเด้งอยู่ที่ชุดละ 59 บาท

การที่จะทำธุรกิจที่แปลกใหม่ ก็จะเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอนคือ ปัญหา ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน คุณเจี๊ยบ เล่าต่ออีกว่า มีคนมาบอกว่าพี่ทำเลียนแบบร้านอื่น ซึ่งทำให้คุณเจี๊ยบไม่นิ่งเฉย เลยได้ทำการโทรไปสอบถามร้านที่ขายแม่พิมพ์ให้คุณเจี๊ยบและได้รับการยืนยันว่า ของคุณเจี๊ยบได้เป็นคนแรกๆ แน่นอน ซึ่งทางคุณเจี๊ยบก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็ทำมาเรื่อยๆ เนื่องจากมีทัศนคติที่ว่า
“ถ้าลูกค้าเขาชอบรสชาติแบบไหน เขาก็จะไปทานแบบนั้น เราไม่สามารถไปบังคับใครได้”
อย่างไรก็ตาม คุณเจี๊ยบไม่ได้มีปัญหาหรือทักท้วงกับร้านอื่นๆ เนื่องจากมองว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามไม่ให้ผู้อื่นขายเมนูนี้ และยังคงมั่นใจในสูตรเฉพาะของทางร้านซึ่งคุณเจี๊ยบได้ลองผิดลองถูกพัฒนามานานกว่า 4 ปี คุณเจี๊ยบจึงกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า “นมสดของเราเป็นสูตรพิเศษ ไม่เหมือนเจ้าอื่นแน่นอน”
ในภายหลังที่ผลตอบรับของเฉาก๊วยหมูเด้งดีมากๆ อาจจะทำให้เกิดการล่าช้าของเมนูบ้าง บางทีก็หมดบ้าง ปัญหาหน้าร้านก็จะมีลูกค้าที่ใจร้อน อยากจะให้ได้ของเร็วๆ ด้วยความที่เฉาก๊วยของทางร้านต้องใช้แม่พิมพ์ ปั้นตัวหมูเด้งออกมา จึงทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าเฉาก๊วยปกติ และปัญหาคนไม่พอจึงไม่สามารถทำตามจำนวนออร์เดอร์ได้ทัน และปัญหาการขนส่งทางไกล ที่คุณเจี๊ยบกังวลกับขนส่งหากส่งไปในที่ไกลๆ ก็กลัวที่จะเสียเนื่องจากแช่เย็นไม่พอ
ด้วยปัญหาเหล่านั้น ทำให้ทางร้านต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ วางแผนใหม่อย่างรอบคอบ ซึ่งทางร้านจะแก้ไขปัญหาการส่งสินค้าทางไกลให้ลูกค้า โดยลูกค้าท่านใดที่ต้องการรับสินค้าไปทานที่ต่างจังหวัด ทางร้านมีบริการแพ็กสินค้าด้วยกล่องโฟม ในราคาตามจริง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะสดใหม่และได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม หากสินค้ามีการเสียหาย หรือเน่าเสีย ยังสามารถเคลมกับทางร้านได้โดยตรงอีกด้วย
เมนูแนะนำอยากให้คนที่มาครั้งแรกได้ลองก็คือเมนู “ก๊วยนมสด” หรือจะลองสั่งเป็น “ก๊วยหมูเด้งนมสด” ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน รับประกันความอร่อย

สุดท้ายนี้ คุณเจี๊ยบ ได้กล่าวไว้ว่า “ภูมิใจกับร้านที่ตัวเองอยู่ และพัฒนาสูตรมาเป็นเวลา 4 ปี และถึงแม้ตอนที่ยังไม่มีหมูเด้ง เสียงตอบรับจากลูกค้าที่มาทานหน้าร้านมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ มาทานแล้วเขาแฮปปี้ เขายกนิ้วให้มันก็คือที่สุดสำหรับพี่แล้ว พี่ก็มีความสุข แค่นี้พี่ก็ภูมิใจมากแล้ว”
โดยปกติร้านจะเปิด 11.30-23.00 น. ช่วงพีกไทม์จะอยู่ที่เวลาเปิดร้าน ซึ่งจะเป็นช่วงพักเที่ยง 12.00-14.00 น. และอีกเวลาก็คือ หลังเลิกงาน หรือช่วงเวลาเลิกเรียนของนักเรียน นักศึกษา เวลา 16.00-21.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่คนเยอะที่สุด
หากใครสนใจอยากจะไปลองกินเฉาก๊วย ก๊วย E กั้ง สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK : ก๊วย E กั้ง คาเฟ่
พิกัด : (สาขาบรรทัดทอง) ร้านอยู่ที่สวนหลวงสแควร์ ซอยจุฬาลงกรณ์ 5
