“ตลาดนมพร้อมดื่มโต แต่การผลิตน้ำนมดิบลดลง” เนสท์เล่ ชูโมเดล ‘เกษตรเชิงฟื้นฟู’ ยกระดับสู่ความยั่งยืน เพิ่มรายได้เกษตรกร

เนสท์เล่ เดินหน้าชูโมเดลฟาร์มโคนมต้นแบบภายใต้หลัก “การเกษตรเชิงฟื้นฟู” เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบจากโลกร้อน ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากแหล่งวัตถุดิบที่ยั่งยืน
ปัจจุบันพบว่า ประเทศไทยมีผลผลิตน้ำนมดิบประมาณ 2,800-3,000 ตันต่อวัน ในขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มโดยรวมปีนี้เติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 7% แต่แนวโน้มปริมาณการผลิตน้ำนมดิบกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น ภาวะโลกเดือด และจำนวนเกษตรกรโคนมที่ลดลง อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมก็ยังเป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งส่งผลต่อโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 26 เท่า
โดยเนสท์เล่ได้ให้ความรู้และเทคนิคการเกษตรเชิงฟื้นฟูแก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 160 ฟาร์ม จาก 3 สหกรณ์ และมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้เริ่มทำการเกษตรเชิงฟื้นฟูครบวงจรแล้วกว่า 40 ฟาร์ม ซึ่งจะมุ่งเน้นใน 3 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาการจัดการอาหารและโภชนะ
ส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ พัฒนาเป็นแปลงหญ้าผสมพืชตระกูลถั่ว เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้แม่โค ส่งผลให้ปริมาณและคุณภาพของน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น
อาทิ ในปี 2567 คุณค่าโภชนาการในน้ำนมดิบที่วัดได้จากระดับโปรตีนในนมเพิ่มขึ้นเป็น 3.02% จากระดับ 2.94% ในปี 2566 ซึ่งการที่ค่าเปอร์เซ็นต์โปรตีนนมมากกว่า 3% บ่งบอกถึงสุขภาพของแม่โคที่สมบูรณ์ และยังเป็นการเพิ่มโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคอีกด้วย

2. การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำการแปรรูปมูลโคให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยมีการทำพื้นที่สำหรับตากแห้งมูลโค เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับแปลงหญ้า พร้อมติดตั้งบ่อไบโอแก๊สเพื่อนำมูลโคมาหมักในบ่อและนำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

3. สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน
มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สำหรับสูบน้ำและผลิตไฟฟ้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและแก้ปัญหาสาธารณูปโภคในพื้นที่ห่างไกล

ยกระดับชีวิตเกษตรกร เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
การทำฟาร์มโคนมตามแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูไม่เพียงช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร เช่น การจำหน่ายปุ๋ยคอกจากมูลโค สร้างรายได้กว่า 40,000 บาทต่อปี พร้อมรับประกันการซื้อขายน้ำนมดิบในราคาที่เป็นธรรม สร้างความมั่นคงในอาชีพให้เกษตรกรไทย

มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050
ด้วยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเหลือศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เนสท์เล่ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำเร็จล่าสุดในปี 2565 พบว่าการจัดการฟาร์มโคนมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 2,000 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2561
เนสท์เล่ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการทำฟาร์มโคนมตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยมุ่งมั่นส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปยังมือผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้แบรนด์ยอดนิยม ได้แก่ ไมโล ตราหมี และ เนสกาแฟ ซึ่งมีการจัดหาน้ำนมดิบจากฟาร์มโคนมที่ดำเนินงานด้วยความยั่งยืน
