Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

ถอดรหัส “Mad Unicorn” บ้า-กล้าคิด ให้ธุรกิจทะยาน บทเรียนจาก “สงคราม ส่งด่วน”

เบื้องหลังเรื่องราวสุดบ้าคลั่งนั้น…ไม่ใช่แค่กล้า/บ้า แต่ มีประเด็นให้ขบคิด โดยเฉพาะคนทำธุรกิจ เอสเอ็มอีเจ้าของกิจการ ร้านค้าทั้งหลาย เป้าหมายอาจไม่ทะเยอทะยานไปไกลถึงขั้น “ยูนิคอร์น” แต่ในระหว่างทางตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนตั้งไข่ธุรกิจนั้น ซีรีส์ “สงคราม ส่งด่วน” ให้แง่คิดที่เอาจริงๆ ก็อิงอยู่กับหลักการด้านการตลาดและการบริหารจัดการนั่นแหละ

ขุด/ขูดอะไรออกมาได้บ้างมาดูกัน

Incentive ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปกว่า เงิน/ผลตอบแทน ที่กระตุ้นให้คนตาลุกวาว และพร้อมทุ่มทุกอย่างเข้าแลก ซีนที่ สันติชาเลนจ์ให้ทีมเซลส์ขายให้ได้มากกว่าเขาแล้วเอาไปเลย 3 แสน หรือการระดมคนโดยบอกให้พนักงานยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเรียกพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ ลูกหลาน ระดมมาเข้าสายพานและกับค่าตัวหัวละ 1,000 บาท นั่นแหละ แน่นอนที่สุด

– SWOT จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ยังเป็นเครื่องมือมองตัวเอง มองคู่แข่ง ไตร่ตรองโอกาสและปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เคยล้าสมัย ไม่ใช่แค่เป็นซีนโรแมนติกแบบ เขียนชาร์ตบนกระจกรถเท่านั้น (แต่เอาจริงดูแล้วก็แอบเขิน)

– Differentiates VS Me too คำถามที่สำคัญเสมอ นั่นคือ สินค้าเหมือนกัน บริการเหมือนกัน รับส่งของเหมือนกัน เราต่างหรือเหนือกว่าชาวบ้านตรงไหน เร็วกว่า…สะดวกกว่า (ไปรับถึงหน้าบ้าน)…ถูกกว่า (แต่ตั้งราคาผิดก็เจ๊งยับได้เลยนะ) 

– All in VS ผ้าเบรก ในทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงมากยิ่งมีโอกาสได้มาก/เจ๊งยับ เจ้าของธุรกิจต่างมีสัญชาตญาณนี้ และในซีรีส์ เราจึงได้เห็น สันติ กล้าเสี่ยงเล่นแบบหมดหน้าตัก All in ในหลายเกมธุรกิจ และส่วนใหญ่มันเวิร์ก (เพราะเขาเก่ง มองขาด + ดวงดี) แต่ทุกองค์กรก็ต้องมีคนแบบ เสี่ยวหยู ที่จะคอยเป็น “ผ้าเบรก” ชะลอความเร็วร้อนแรงและเตรียมแผนสำรองเอาไว้เสมอ

– อันธพาล VS ระบบ ทั้ง สันติ ตัวละครในซีรีส์ หรือ คมสันต์ แซ่ลี เจ้าของ Flash Express ตัวจริง เล่าถึงช่วงหนึ่งของทุกธุรกิจที่ต้องใช้กลยุทธ์แบบ “อันธพาล” วิธีไหน อะไรก็ได้ที่จะทำให้ยังอยู่รอดไปถึงวันพรุ่งนี้ให้ได้ แต่เมื่อผ่านจุดตั้งหลักได้ ขยายองค์กร “ระบบ” คือสิ่งที่จำเป็นต้องมีและใช้กฎ กติกาที่เหมาะสม เป็นธรรม เพื่อให้องค์กรในภาพใหญ่ไปต่อไป (ในซีรีส์ มีจุดวัดใจเกี่ยวกับการจัดการคนทุจริต ซึ่งแน่นอน คำตอบคือต้องเลือกระบบไว้ก่อน)

– ซื้อใจต้องใช้ใจซื้อ ถ้าอยากได้ต้องกล้าและบ้าพอ…ทุกครั้งตั้งแต่เริ่มดึงตัว “รุ่ยเจี๋ย” มือไอทีขั้นเทพมาเป็น CTO, ตามตื๊อ “เสี่ยวหยู” มาดูแลด้านการเงิน/นักลงทุน, กล่อมเสี่ยรถสายส่งภาคอีสาน หรือย้อนไปในสมัยที่ยังทำทัวร์ หาลูกค้ามาซื้อคอนโด สิ่งที่ สันติ ทุ่มแลกลงไปคือ ความมุ่งมั่นและหัวใจที่ให้ไปเกินร้อย นั่นต่างหากที่ทำให้ซื้อใจคนเหล่านั้นสำเร็จ

– ลูกค้าอยู่ที่ไหนต้องไปที่นั่น ท่ามกลางสมรภูมิแข่งขันที่มีทั้ง ลูกค้าของเรา ลูกค้าของคู่แข่ง และลูกค้าที่ยังไม่เป็นของใคร สิ่งที่เราได้เห็นจากซีรีส์คือ กลยุทธ์แฟลชม็อบ ลงพื้นที่ไปตามตลาดนัด ชุมชน เพื่อให้ได้เจอกับ “ลูกค้า” และแม้กระทั่งบุกไปถึงสาขาของคู่แข่ง นำเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่า นั่นคือวิธีการที่ตรงเป้า เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด

ยังมีมุมคิด เหลี่ยมเชิงทางธุรกิจ จะในด้านการเงิน การตลาด การบริหารจัดการ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงหลักคิดในการเลือกเส้นทางชีวิต แฝงฝังอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับคนดูว่า จะคุ้ย แคะ ขูด มันออกมาได้มากน้อยแค่ไหน อันนั้นก็แล้วแต่จิตศรัทธาของแต่ละท่านแล้วล่ะ

“ถอนขนนกกระจอกกับถอนขนไก่มันยากพอๆ กัน ถอนขนไก่ได้เนื้อเยอะกว่า”

ผู้เขียน สมปรารถนา คล้ายวิเชียร

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ