Exclusive Featured

อยากบุกตลาดจีน! 3 เรื่องผู้ประกอบการไทยต้องมี และสิ่งที่ “ห้ามลืมเด็ดขาด”

กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK

ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย

สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภาพ เครื่องสำอาง สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด อาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและ “มีเรื่องราว” ที่ชัดเจนในการสื่อสารแบรนด์ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจีน ปัจจุบันพวกเขาให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณภาพความปลอดภัย และใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านนโยบายด้านพลังงานสะอาดและการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ผู้บริหาร EXIM BANK ยังเน้นย้้ำถึงบทบาทของดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อผู้บริโภคในจีน ทั้งในรูปแบบอีคอมเมิร์ซและไลฟ์คอมเมิร์ซ เช่น JD.com, Tmall, Taobao, Douyin (TikTok จีน) และ Little Red Book ซึ่งการจับมือกับ KOL (Key Opinion Leader) เหล่านี้ล้วนเป็น “กุญแจสำคัญ” ในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การทำตลาดในจีนต้องอาศัยทั้งคุณภาพสินค้า ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะผู้บริโภคจีนไม่ใช่แค่ชอบซื้อของที่ดี แต่ต้องรู้สึกว่าสินค้านั้นๆ มีเรื่องราว มีความหมาย และตรงกับความต้องการของเขา” ดร.เบญจรงค์ กล่าว

และว่า เกี่ยวกับกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ ที่พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่สนใจเจาะตลาดจีนนั้น มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน BOI ในหลายเมืองของจีน สำนักงานผู้แทนการค้า รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ ที่สามารถให้ข้อมูลด้านกฎหมาย การตลาด และการจับคู่ธุรกิจได้อย่างครอบคลุม

“สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องมี ก่อนบุกตลาดจีน เรื่องแรก ความรู้เกี่ยวข้องกับการตลาดจีนที่อยากจะไป ไม่ใช่แค่ รู้ว่าส่งออกยังไง แต่ต้องรู้ว่าสินค้าของเรากับเมืองไหนของจีน มีความเหมาะกันและด้วยอะไร เรื่องนี้ผู้ประกอบการต้องทำการบ้านพอสมควร เพราะในทางปฏิบัติแต่ละเมืองมีรายละเอียดและความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎระเบียบต่างกัน”

“เรื่องที่สอง ต้องมีพันธมิตรที่ดี เช่น หน่วยงานทางภาครัฐ หอการค้า สมาคมภาคเอกชน หรือพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงิน อย่าง EXIM BANK หรือธนาคารพาณิชย์อื่นก็ได้ แต่ต้องเป็นพันธมิตรที่เห็นศักยภาพและเห็นด้วยกับแผนธุรกิจ และ เรื่องที่สาม ต้องมีทีมงานที่มีความพร้อม เพราะหากมีกำลังการผลิต มีพันธมิตรที่ดี แล้วทีมงานหลังบ้านไม่พร้อมคงดำเนินธุรกิจต่อไม่ได้” ดร.เบญจรงค์ เผย

ก่อนฝากประเด็นสาคัญส่งท้าย

“จีน ขึ้นชื่อเป็น Factory of the World ทำได้ทุกอย่าง เพราะต้นทุนการผลิตของเขาถูกมาก หากผู้ประกอบการไทยไปทำตลาดขายสินค้าของตัวเองได้พักหนึ่ง อาจเกิดปัญหาการลอกเลียนแบบ จึงต้องไปจดทะเบียน จดลิขสิทธิ์ที่จีนให้ถูกต้อง ทั้งแบรนด์ ทั้งเครื่องหมายการค้า เรื่องนี้ห้ามลืมเด็ดขาด”

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว