“…หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง”
เรียกได้ว่าประโยคนี้ไม่เกินจริง เพราะเมนูหมูกระทะเป็นอาหารที่สามารถทานได้ทุกช่วงวัย และเป็นอาหารยอดฮิต ที่ไม่ว่าจะเครียดสักแค่ไหน เพียงได้ทานหมูกระทะสักชุด ก็สามารถเยียวยาจิตใจได้อย่างดี
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณเอมี่-สุพัณณิตา วงศาโรจน์ เจ้าของร้าน 71 หมูกะทะ วัย 25 ปี ที่แต่เดิมร้านนี้เป็นของครอบครัว เปิดมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ มีประมาณ 5-10 โต๊ะ หลังจากนั้นธุรกิจก็เริ่มซบเซา ทำให้เธอต้องเข้ามาสานต่อกิจการ ด้วยการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น จนในปี 2567 สามารถทำรายได้ไปกว่า 60 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายโต 100 ล้านบาท

จากร้านเล็กๆ สู่ร้านไวรัล
แต่เดิม 71 หมูกะทะ เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมถนน ซึ่ง ณ ขณะนั้นเริ่มมีแบรนด์บุฟเฟต์เข้ามามากมาย ทำให้สถานการณ์ที่ร้านก็เริ่มซบเซา ลูกค้าเริ่มลดลง ซึ่งตอนนั้นคุณเอมี่ได้เริ่มเข้ามาช่วยเสิร์ฟอาหารที่ร้านบ้าง จนกระทั่งได้มีแมวมองมาเห็น เธอจึงได้เข้าสู่วงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น เล่นละคร, ถ่าย MV และเดินแบบ
“ตอนแรกเอมี่ไม่ได้คิดที่จะมาทำร้านหมูกระทะต่อจากที่บ้านเลยค่ะ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวเลยว่าเรียนจบแล้วอยากไปทำงานที่ได้เงินเยอะๆ สามารถกลับมาเลี้ยงครอบครัวได้”
แต่แล้วเมื่อช่วงโควิดมาถึง ลูกค้าไม่สามารถนั่งทานที่ร้านได้ ทำให้ทางร้านต้องปรับตัวอย่างหนัก ทำให้เธอเข้ามาช่วยคุณพ่อทำเพจร้าน และเปิดขายแบบดีลิเวอรี
แม้ในช่วงแรกจะเงียบเหงา แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งที่ได้ออร์เดอร์แรกของวันที่ถูกสั่งเข้ามาตอน 6 โมงเย็น เธอจึงได้เขียนโน้ตเล็กๆ เป็นการขอบคุณลูกค้าที่เป็นออร์เดอร์แรก ปรากฏว่าลูกค้าท่านนั้นเป็นอินฟลูเอนเซอร์ และได้ถ่ายภาพลงในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นก็ทำให้มีลูกค้าเข้ามาอย่างมากมาย และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้านกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง

จากร้านริมถนน สู่จุดเปลี่ยนครั้งใหม่
หลังจากที่เธอได้เข้ามาดูกิจการ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “หมูกระทะ” เป็นเมนูที่วัยรุ่นชอบทาน แต่ทำไมที่ร้านถึงไม่มีลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นเลย มีแต่คนช่วงวัยทำงาน
“เราก็เลยคิดว่า เออ แต่หมูกระทะเราไม่ได้ไม่อร่อยนะ คืออร่อย ใครกินก็บอกว่าอร่อย แต่ทำไมถึงไม่มีคนรุ่นเดียวกับเรามากินเลย”
และด้วยความที่เธอเรียนด้านการโฆษณาและการสื่อสารมา ทำให้เธอเริ่มใช้ความรู้ด้าน Branding และ Localized Marketing เข้ามาช่วย โดยเริ่มจากการสร้างช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram และ TikTok เพื่อให้คนรุ่นเดียวกันรู้จักร้านมากขึ้น รวมถึงการให้ส่วนลดเมื่อลูกค้าเช็กอินและลงสตอรี่ร้าน
“เรารู้สึกว่าทุกๆ อย่างมันคือการค่อยๆ เติมหน้างาน ค่อยๆ แก้ปัญหาไปมากกว่า ไม่ได้มีสูตรสำเร็จอะไรขนาดนั้น ว่าต้องทำแบบนี้ถึงจะประสบความสำเร็จ”
ซึ่งจุดที่เป็นไวรัลจะเป็นเรื่องของ “น้ำจิ้มไข่” เป็นการนำไข่ญี่ปุ่นที่ทานดิบได้ ซึ่งผ่านการเลี้ยงแบบพิเศษ เมื่อนำมาลองทานคู่กันแล้วทำให้รสชาติน้ำจิ้มนัวขึ้น
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้คนว้าว จะเป็นเมนู ‘เซตเนื้อ 3 เทพ’ เพราะเมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นร้านริมถนน แต่เลือกที่จะขายเนื้อจานละ 600 บาท นั่นก็เพราะที่ร้านมีสตอรี่ของวัตถุดิบใส่ไว้ในทุกๆ เรื่องราว
นอกจากนี้ ยังมีการครีเอตเมนูหมูกระทะเป็นแบบ Quick Meal เพื่อให้ลูกค้าทานง่าย โดยมีประมาณ 8-10 เมนู ราคาเริ่มต้น 99 บาท
ในส่วนของ ‘วิธีการหาทำเล’ เธอเล่าว่า ทางทีมจะมีการเซอร์เวย์ก่อนว่าลูกค้าอยากให้ไปเปิดที่ไหน เมื่อหาได้แล้วก็ไปดูสถานที่จริง ดูว่ามี Traffic ประมาณไหน
“ถ้าเราเอาตัวเองเข้าไปในเมือง มันก็เป็นเหมือนพื้นที่โฆษณาของเราในการที่เราเอาร้านไปตั้ง จึงเป็นที่มาของสาขาบรรทัดทอง”
อีกทั้งยังมีการดูคนในแต่ละพื้นที่ด้วยว่าเป็นกลุ่มประมาณไหน เพราะแต่ละทำเลจะมีกลุ่มลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน

ความท้าทายและก้าวใหม่ของการเติบโต
การตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจเต็มตัวไม่ใช่เรื่องง่าย คุณเอมี่ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์โดยไม่มีวันหยุด และการต้องแบกรับปัญหาที่เกินวัย
เธอเล่าว่า “ตั้งแต่ทำงานมาจนตอนนี้ก็ประมาณ 5 ปีแล้ว เรายังไม่มีวันหยุดเลย ทำให้อยากบอกกับคนที่กำลังจะทำธุรกิจว่า คุณใจแข็งพอหรือเปล่าที่จะสู้กับปัญหาทุกอย่าง”
ตอนแรกไม่ได้มีความคิดที่อยากมาทำร้านหมูกระทะเลย แต่ด้วยความที่เมื่อได้ทำแล้ว เห็นสิ่งที่สร้างมากับมือว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ทำให้ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาทำร้านหมูกระทะเต็มตัว
“มันไม่ใช่การรับช่วงต่อ แต่มันคือการสร้างใหม่ เริ่มต้นใหม่กับคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็ประสบการณ์เยอะ ส่วนเราก็ Know-how เยอะ ในด้านของ Branding หรือการให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก”
โดยคุณพ่อบอกเสมอว่า “เวลาจะทำอะไรให้คิดในมุมลูกค้าตลอด ถ้าเราเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง เราก็ไม่มีทางเจ๊งแน่นอน”
ช่องทางการติดต่อ
Facebook : 71 mookata
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568
