Featured How to ข่าววันนี้

ถึงเวลา แบรนด์ต้องรับฟัง! The Silent Quitters กลุ่มลูกค้าเงียบที่สุด และอาจไม่กลับมาอีกเลย

ดร.มยุขพันธ์ ไชยมั่นคง Project Director สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นทางวิชาการ ผ่านบทความเรื่อง “The Silent Quitters : พวกเขาไม่ได้ดราม่า ไม่บ่น แค่หายไปเฉยๆ” มีเนื้อหาน่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจน้อยใหญ่ โดยระบุว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คงได้ยินข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลส่วนหนึ่งคือ มีข่าว ดราม่าเรื่องความปลอดภัยในโลกโซเชียลเช่นเรื่องการถูกลักพาตัว หรือข่าวแผ่นดินไหวที่ตึกโยกหรือพังลงมา ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการมาเที่ยวเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของนักวิชาการท่านนี้ เขาเชื่อว่ายังอาจมีชาวจีนกลุ่มที่เคยมา แต่ตอนนี้ไม่ได้มาเที่ยวไทยจากเหตุผลอื่นๆ ซึ่งไม่ได้เกิดจากดราม่าดังกล่าว และนับเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทหนึ่งที่ ภาคธุรกิจ ควรรู้จักและให้ความสนใจ นั่นคือ กลุ่ม The Silent Quitters

ดร.มยุขพันธ์ กล่าวต่อว่า ในโลกของการทำธุรกิจหรือบริการ มักให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ “ส่งเสียงดัง” ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบร้องเรียน ดราม่า หรือโต้ตอบกับแบรนด์ในโซเชียลมีเดียหรือช่องทางต่างๆ แต่ในความเป็นจริง “กลุ่มลูกค้าที่เงียบที่สุด” อาจเป็นกลุ่มที่น่ากังวลที่สุด พวกเขาคือ The Silent Quitters ลูกค้าที่ค่อยๆ ถอยห่างจากแบรนด์โดยไม่พูดอะไร ไม่ร้องเรียน ไม่ส่ง Feedback และไม่กลับมาอีกเลย

ตัวอย่างใกล้ตัวที่หลายท่านอาจเคยเจอ

• ร้านกาแฟเจ้าประจำที่คุณเคยไปทุกเช้า แต่วันหนึ่งคุณเริ่มรู้สึกว่าเครื่องดื่มรสชาติไม่คงที่ พนักงานไม่ค่อยใส่ใจ คุณไม่ได้บ่น แค่ เลิกไป

• แอปที่คุณเคยใช้บ่อย แต่ให้คุณ Update เกือบทุกครั้งที่เข้าใช้งานโดยไม่ให้ทางเลือก และสุดท้ายคุณลบแอปโดยไม่ให้เหตุผลใดๆ

• ร้านค้าออนไลน์ที่จัดส่งของผิด แต่ระบบ Refund ยุ่งยาก คุณรู้สึกว่าไม่อยากยุ่งอีกแล้ว และไม่กลับไปซื้อซ้ำอีก

ถ้าจะถามว่า Silent Quitters ส่งผลต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด จากผลการศึกษาของที่ปรึกษาชั้นนำของโลกอย่างบริษัท Bain & amp ; Company ในบทความ E Loyalty : Your Secret Weapon on the Web พบว่า ลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อซ้ำ มีแนวโน้มสร้างกำไรได้มากกว่าลูกค้าใหม่ถึง 25–95% ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม 

และในขณะเดียวกัน ข้อมูลศึกษาจาก Thinkjar บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้าน Customer Experience พบว่า 80% ของลูกค้าที่เลิกใช้แบรนด์ ไม่เคยแจ้งหรือร้องเรียนใดๆ ซึ่งหมายความว่า แบรนด์อาจสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาลจากกลุ่มที่เงียบนี้ เพราะพวกเขาไม่เตือนก่อนจาก ทำให้แบรนด์ไม่มีโอกาสแก้ไข เพราะพวกเขาไม่ตอบแบบสอบถาม ข้อมูลที่แบรนด์ใช้ในการวิเคราะห์จะว่างเปล่า เพราะพวกเขาคือกลุ่มที่มีแนวโน้มเคยจ่ายเยอะ แต่ลดการใช้แบบเงียบๆ

นอกจากนี้ บทความ The Value of Keeping the Right Customers ในวารสาร Harvard Business Review ระบุว่า แบรนด์ที่ไม่มีระบบติดตามลูกค้าหาย (Churn Detection) อาจเกิดการสูญเสียรายได้ถึง 20–40% ต่อปี จาก Silent Quitters โดยที่ฝ่ายการตลาดมักโฟกัสผิดจุด เช่น เทงบกับ Acquisition แต่ละเลย Retention

สำหรับวิธีสังเกตและป้องกัน Silent Quitters

• ตั้งนิยาม ลูกค้าที่กำลังหายให้ชัด เช่น ลูกค้าที่ไม่ซื้อซ้ำภายใน 30 วันจากพฤติกรรมเดิม (ทั้งนี้ ระยะเวลาและความถี่ที่กำหนด ขึ้นกับประเภทสินค้าหรือบริการ) หรือ หยุดเปิดอีเมลหรือหยุด Log in ไปเกิน 1 รอบบิล

• ใช้ Early Signal ไม่ใช่แค่ Feedback Form โดยสังเกตสัญญาณเล็กๆ เช่น การคลิกลดลง ใช้เวลาบนแอปลดลง หรือหยุด Add to Cart แต่ไม่ Checkout

• ทดลอง Reach Out แบบไม่ขายของ เช่น ส่งข้อความว่า เราไม่ได้เห็นคุณมาสักพัก เราอยากฟัง แทนที่จะเสนอขายเลย หรือ ใช้ Chatbot/Line OA ที่ถามความรู้สึกไม่เป็นทางการ เช่น ช่วงนี้คุณโอเคไหมกับบริการเรา ทั้งนี้ ควรกำหนดนโยบายเรื่องความถี่ในการติดต่อเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนลูกค้า

• ทำ Customer Exit Interview กับลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น โดยมากลูกค้าประเภทนี้จะไม่ค่อยชอบคำถามที่เผชิญหน้า อาจถามเลี่ยงๆ เช่น อะไรที่ทำให้คุณเลือกแบรนด์อื่น แทนการถามว่า ทำไมเลิกใช้ แบรนด์เรา และใช้ Insight เหล่านี้มาปรับ Journey ของลูกค้า 

กล่าวโดยสรุป แนวทางที่แบรนด์ควรคิดเพิ่มเติมเพื่อลดจำนวน Silent Quitters อย่าดูแค่ยอด NPS หรือ CSAT ที่ได้จาก คนที่ยังอยู่ เรียนรู้จากคนที่ ไม่ได้ตอบ เช่นกัน และ ตั้งเป้าใหม่ ไม่ใช่แค่ เพิ่มลูกค้า แต่ รักษาคนที่เงียบ ให้ได้

“The Silent Quitters ไม่ใช่ลูกค้าที่มีปัญหาเสียงดัง แต่คือคนที่รู้สึกไม่โอเค แล้วจากไปอย่างสุภาพ ถ้าแบรนด์ของคุณไม่เคยฟังเสียงของคนที่ไม่ได้พูด อาจถึงเวลาที่ควรเริ่มฟัง” นักวิชาการแห่งศศินทร์ สรุปส่งท้าย

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!