Exclusive Featured

“หมอนทองวิทยา” บทเรียนแบบเรียล-เรียล “ทรัพยากรน้อยไม่ใช่อุปสรรคการสร้างแบรนด์”

ถึงวันนี้ ทีมฟุตบอลเยาวชน 7 คน “หมอนทองวิทยา” กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จาก “ทีมฟุตบอลเยาวชน 7 คน ที่แทบ “ไม่มีใครรู้จัก” กลายเป็นทีมที่ “ควรจับตา”

เรื่องราวของพวกเขาถูกแชร์ในโซเชียล มีภาพ มีคลิป มีบทความ ทำให้โลโก้และชื่อเรียกขานทีม แทบกลายเป็น “แบรนด์แรงบันดาลใจ” ไปแล้ว

ที่ผ่านมา นักการตลาดรุ่นใหญ่ อย่าง “วิทวัส ชัยปาณี” เคยออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อว่า ถ้า “หมอนทองวิทยา” เป็นแบรนด์สินค้า ก็นับเป็นแบรนด์ที่พิชิตใจตลาดได้ด้วย Storytelling และกลยุทธ์ Underdog

กล่าวสำหรับ คำว่า Underdog ในทางธุรกิจ นั้น มักหมายถึง ผู้ที่ถูกมองข้าม หรือไม่มีทรัพยากรมากเท่าคู่แข่ง แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดขายในตัวเอง ซึ่งจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ในสายตาของนักการตลาดอาจวิเคราะห์ได้ว่า “ทีมหมอนทองวิทยา ใช้ข้อจำกัดของตนให้เป็นแรงจูงใจ เป็นภาพ เป็นเรื่องเล่า ที่คนอยากเชียร์

และที่ดูจะพีก เข้าไปอีก เมื่อรอบรองชนะเลิศ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา (อบจ.ฯ) ได้จัดรถบัส VIP ให้ทีมเดินทางไปสนาม สนามศุภชลาศัย แต่ทีมเลือกที่จะใช้ “รถขนฝัน” คันเดิม จนกลายเป็น Storytelling ซึ่งคือ “หัวใจ” ของการตลาดแบบ Underdog ที่ทำให้คนจดจำได้ แม้ต่อมาจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ออกแนว “ดราม่า” ว่า น่าจะเปลี่ยนมาใช้พาหนะที่มีความปลอดภัย สะดวกสบาย กว่านั้น ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวหลายแง่มุมที่เกิดขึ้นจาก “หมอนทองวิทยา” ในเวลานี้ น่าจะเป็นบทเรียนนอกตำรา “ชั้นดี” สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของแบรนด์น้อยใหญ่ สามารถจับมาเป็นไกด์ไลน์ในการทำธุรกิจ

เช่น

แบรนด์สามารถเลือก “จุดยืน” ให้ชัดเจน ถ้าแบรนด์ของเราคือผู้ที่ถูกมองข้าม ก็ให้ภูมิใจในสถานะนั้น แล้วใช้มันให้เป็นแรง ให้เป็นพลัง

แบรนด์ของเราสามารถสร้าง “เรื่องเล่า” ที่คนเชื่อมโยงได้ และเรื่องเล่านั้น ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องจริง และต้องมีภาพที่คนจำได้

แบรนด์สามารถใช้ความแตกต่างให้เป็นจุดจำ ในขณะแบรนด์อื่นอาจเลือกสภาพหรูหรา แบรนด์ของเราสามารถเลือกความจริง เลือกตัวตน และนั่นอาจทำให้แบรนด์โดดเด่นขึ้น

แบรนด์ควรหาวิธีทำให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เมื่อพวกเขารู้สึกว่า “เป็นส่วนหนึ่ง” พวกเขาจะกลายเป็นแฟน เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้แบรนด์ของเราโดยไม่รู้ตัว เป็นต้น

ในยุคที่เสียงโฆษณาดัง ภาพโปรโมชันใหญ่ และพรสวรรค์เฉพาะตัว อาจครองวงการ การที่ ”หมอนทองวิทยา” โดดเด่นขึ้นมาด้วยการตลาดแบบ Underdog และ Storytelling น่าจะเป็น บทพิสูจน์แล้วว่า “ทรัพยากรน้อยไม่ใช่อุปสรรคของการสร้างแบรนด์ ถ้าคุณมีเรื่องเล่าและความจริงใจ”

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด