#NEWSUPDATE กับแวดวงธุรกิจสมุนไพรไทยมูลค่านับแสนล้าน ล่าสุด คุณสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยาดมสมุนไพร ที่สุ่มเก็บตัวอย่างพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในรายการ Total Aerobic Microbial Count, Total Combined Yeasts and Mould Count และ Clostridium spp. ซึ่งมีปริมาณเกินกว่าค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564 ว่า ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านสมุนไพรเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากปกติผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เครื่องสำอาง อาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสี ซึ่งปัจจุบันเครื่องฉายรังสีในประเทศไทย มีอยู่จำนวน 10 เครื่อง ในขณะที่ตลาดสมุนไพรในประเทศไทย เติบโตอย่างมาก และได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ ทำให้ความต้องการใช้บริการเครื่องมีมากกว่าจำนวนเครื่อง
ดังนั้น ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม จึงจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการรวบรวมผู้ให้บริการเครื่องฉายรังสี และประสานงานให้กับโรงงานที่ต้องการใช้บริการ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ จะหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการหาทางเพิ่มเครื่องฉายรังสีให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสมุนไพรไทยปัจจุบันมีศักยภาพสูงในตลาดโลก เพราะมีความหลากหลายของสายพันธุ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และเป็นส่วนหนึ่งของ “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทย
จากข้อมูลตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลก มีมูลค่า 60,165.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในภูมิภาคเอเชียถึง 57.6% อเมริกา 22.1% ยุโรป 18% ตะวันออกกลาง 1.5% ออสเตรเลีย 0.9% ประเทศไทยมีการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพร ติดอันดับ 7 ของโลก ส่วนภูมิภาคเอเชียประเทศไทยมีขนาดตลาดสมุนไพรเป็นอันดับ 4 รองจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
ในขณะที่ประเทศไทย เป็นผู้นำการส่งออกสมุนไพรอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ในตลาดโลกยังไม่ติด 1 ใน 10 เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานการผลิต อย่างไรก็ดี ยังพบว่า มูลค่าการส่งออกสมุนไพรยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสมุนไพร มีแนวโน้มลดลง ประเภทของสมุนไพรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุด ได้แก่ พรรณไม้และส่วนของพรรณไม้ ประเภทของสมุนไพรที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงที่สุด ได้แก่ สารสกัด
จากคาดการณ์ตลาดสมุนไพรในประเทศ ในปี 2570 มีมูลค่า 100,000 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์ ยาอาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสมุนไพรที่ได้รับความนิยม ขมิ้นชัน กระชายขาว ตะไคร้หอม บัวบก ในขณะที่ตลาดสมุนไพรโลก กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดการณ์ปี 2573 ทะลุ 2.7 ล้านล้านบาท เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สุขภาพ ยา เครื่องสำอาง สมุนไพรที่ได้รับความนิยม ขิง กระเทียม โสม และคาโมมายล์
“หากประเทศไทยร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและสร้างมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มั่นใจว่าภายใน 5 ปี สมุนไพรไทยจะติด 1 ใน 10 ของโลก เนื่องจากสมุนไพรไทยมีความโดดเด่นของสายพันธุ์ บางชนิดไม่มีที่อื่นในโลก” คุณสิทธิชัย กล่าว
