วัยเกษียณ ไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบทั้ง “ความสุข” และ “เป้าหมายชีวิต” จากอาชีพใหม่ที่ทำด้วยความตั้งใจ
เช่นเรื่องราวของ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ คู่รักวัยเกษียณ ที่เปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ “Dough A Lot” เสิร์ฟเบเกิลและเพรทเซลโฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้น จนกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าทุกช่วงวัย
ในคอลัมน์ New Chapter เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณดามพ์และคุณพิม ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังวัยเกษียณ ที่พิสูจน์ว่า ชีวิตบทใหม่สามารถเริ่มต้นได้เสมอ
ยุคเปลี่ยนผ่านของคนวงการโทรทัศน์
คุณดามพ์กับคุณพิม ทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เดียวกัน ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองของวงการโทรทัศน์และยุคที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
“สมัยก่อนถ้าเกิดทัน เมื่อไหร่ที่ฉายละครตอนจบ ถนนจะว่าง เพราะคนกลับบ้านมาดูโทรทัศน์ พอเป็นดิจิตอลทีวี มีคนกินเพิ่มประมาณ 21 คน พอมีแพลตฟอร์มเข้ามา คนกินมีเป็นร้อย แต่เค้กก้อนเท่าเดิม มันก็เลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างลำบากสำหรับวงการทีวี สำหรับสื่อสารมวลชน
ก็คิดว่าเราคงจะคิดไม่ทันพวกเด็กๆ สมัยนี้แล้ว ขอเป็นคนดูดีกว่า เป็นคนฟังแทนคนเล่า จังหวะนั้นบังเอิญมีสถานีช่องหนึ่งติดต่อมาให้ช่วยทำงาน เลยไปทำกับเขาอีกแป๊บหนึ่ง แต่รู้สึกว่ามันก็เหนื่อยสำหรับทีวีจริงๆ เลยหยุด” คุณดามพ์แชร์ให้ฟัง
ประสบการณ์จากร้านอาหาร
คาเฟ่ในบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจแรกของคุณดามพ์กับคุณพิม ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เปิดร้านอาหารร่วมกับเพื่อน ควบคู่กับการทำงานประจำมายาวนาน 10 กว่าปี โดยเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ในบ้านที่คุณดามพ์อาศัยอยู่กับคุณแม่ จนเมื่อท่านจากไป บ้านหลังเก่าอายุ 60 ปีจึงถูกรีโนเวทกลายเป็นร้านอาหาร
“ร้านเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะวันธรรมดาเราทำงาน ลูกค้าถามว่า เดี๋ยวนี้ไม่ทำงานแล้ว ทำไมไม่เปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ด้วย ทีมงานเขาโตมากับเรา บางคนมีงานประจำ จะมารวมตัวเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เราก็ต้องเปลี่ยนทีม แล้วคนที่อยู่กับเรามา 10 กว่าปี ตั้งแต่เขายังเตาะแตะ จนทุกวันนี้บางคนไปเปิดร้านเอง เราจะทิ้งเขาเหรอ เปิดตรงนี้ก็น่าจะพอแล้ว” คุณดามพ์แชร์ให้ฟัง
จากการทำร้านอาหาร เมื่อมาเปิดคาเฟ่ ทำให้คุณดามพ์กับคุณพิม นำประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้ คุณพิมเสริมว่า “มีประสบการณ์จากการทำร้านอาหารมาระดับหนึ่ง ตอนนั้นก็ทำแบบไม่มีความรู้เลย เหมือนเราศึกษา เรียนรู้ไปกับมัน ด้วยความที่เปิดในบ้านเราเอง ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรที่เข้ามาให้เราต้องเครียด ก็เลยผ่านกันมาได้”
คาเฟ่ในบ้าน หลังวัยเกษียณ
คาเฟ่ Dough A Lot เปิดในบ้านอีกหลัง ตั้งอยู่ข้างๆ ร้านอาหาร เป็นบ้านที่คุณดามพ์สร้างไว้อยู่อาศัยในช่วงทำงานเมื่อ 30 ปีก่อน เพราะไม่อยากให้แม่ต้องตื่นทุกวัน เวลาตนเองกลับบ้านดึกหลังเลิกงาน
เช่นกันเมื่อต้องรีโนเวท คุณพิมชอบทำขนมปังอยู่แล้ว จึงเกิดเป็นคาเฟ่ ในแบบที่ทั้งคู่ไม่ได้นิยามไว้ว่าเป็นคาเฟ่ แต่เกิดจากลูกค้าเรียกว่า คาเฟ่
“พอมาเปิดคาเฟ่ ทำให้รู้ว่า ถ้าขนมอร่อยจะมีคนมาหาเราเอง และในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีคู่แข่ง สมมติถ้าเราไปเปิดในร้าน ในโซนที่มีคนขายขนมปัง ก็จะมีคู่แข่งเยอะ เราก็อาจจะไม่รอดก็ได้” คุณพิมเล่าให้ฟัง
แม้เปิดในช่วงแรก ลูกค้าที่มาอุดหนุนจะเป็นเพื่อนฝูง แต่ด้วยอิทธิพลของออนไลน์และความเป็น Dough A Lot ที่เป็นคาเฟ่ในบ้านของคู่รักวัยเกษียณ ขายเครื่องดื่มและขนมปังโฮมเมดรสชาติอร่อย จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่นิยมของลูกค้าทุกกลุ่มวัย
“ทั้งร้านอาหาร กับร้านนี้ ตอนเปิดครั้งแรก คือเพื่อนรอบๆ ตัว รอบๆ บ้านที่โผล่หน้าเข้ามาจ๊ะเอ๋ มาสั่ง มาอุดหนุนเรา แต่พอเขาทานแล้วชื่นชอบ ก็กลายเป็นการบอกปากต่อปาก” คุณพิมเล่าเสริม
เช่นเดียวกับคุณดามพ์บอกว่า “อิทธิพลของออนไลน์มาแรงมาก ร้านนี้แรกๆ เปิดมายังก๊องๆ แก๊งๆ ปรากฏว่ามีน้องมาทานอาหาร แล้วเอาไปรีวิวในแพลตฟอร์ม เท่านั้นเอง เราไม่เคยคิดจะไปจ้างใครมารีวิว พอเขาเอาไปแชร์ คนก็มา”
และด้วยความที่คาเฟ่เปิดแค่วันอังคารถึงวันศุกร์ 9 โมงครึ่งถึงบ่าย 3 ทำให้ในช่วงที่เป็นวันหยุดราชการ มีลูกค้ามาอุดหนุนตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด และต่อคิวยาวถึงปากประตูร้าน
“ก็พูดกับลูกค้าว่า ต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านที่อาจจะช้า หรือขนมอาจจะหมดก่อน เพราะเราทำกันอยู่แค่นี้ สองคน ถ้าขนมหมดต้องขอโทษด้วย ลูกค้าน่ารักมาก ให้หนูช่วยทำอะไรมั้ยคะ ช่วยล้างอะไรก็ได้ ช่วยเสิร์ฟได้นะ ลูกค้าร้านนี้น่ารักทุกคน” คุณดามพ์เล่าเสริมถึงลูกค้า
เครื่องดื่มและขนมปังโฮมเมดสดจากเตา
สำหรับกิจวัตรประจำวันของคุณดามพ์กับคุณพิมในวันเปิดร้าน คุณดามพ์จะดูแลในส่วนของเครื่องดื่ม ชงกาแฟ มัทฉะ และน้ำอื่นๆ ตามออร์เดอร์ ส่วนคุณพิมดูแลขนมปัง ทั้งเพรทเซลและเบเกิล ทำสดใหม่จากเตา ด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน ให้เทกเจอร์นุ่ม ไม่เหนียวจนเกินไป
ถึงอย่างนั้น แม้จะแยกกันรับผิดชอบ แต่หากมีเวลาก็จะมาช่วยกันทำ ช่วยกันดู เพื่อให้ทันเสิร์ฟลูกค้า
คุณพิมเสริมว่า นอกจากขนมปังทำเองแล้ว ซอสทุกตัวทางร้านก็ทำเอง เพราะสามารถออกแบบรสชาติที่ชอบได้ สดใหม่กว่า และรสชาติยังเป็นเอกลักษณ์ของร้าน
“จริงๆ เมนูเบเกิลของแต่ละที่ไม่ต่างกันนะ ทุกร้านจะมีเมนูแฮมชีส มีเมนูทูน่า มีเมนูแซลมอน มันอยู่ที่เรื่องของวัตถุดิบ เรื่องซอส ขนมปังต่างๆ ที่ทำให้ร้านแต่ละร้านต่างกัน เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องดีไซน์ ทำออกมาให้เป็นแบบของเรา ไม่งั้นไปกินที่อื่นก็เหมือนกันหมด” คุณพิมเล่าให้ฟัง
โดยมีเมนูขายดี หากเป็นเครื่องดื่ม คือมัทฉะ กับกาแฟ ส่วนขนมปัง คือ แฮมชีส สลัดไข่อะโวคาโด และเรดบีนกับเพรทเซล ราคาเริ่มต้น 55 บาท
คุณดามพ์เสริมว่า “บางครั้งลูกค้าทานชิ้นหนึ่ง เกิดชอบขึ้นมา เดินมาซื้อกลับไปอีก 10 ชิ้น ไปฝากเพื่อน มันก็พรึบๆ หมด ถ้าคนซื้อกลับไปเยอะ ก็ยิ่งหมดเร็ว”
การเริ่มต้นหลังวัยเกษียณ
แม้จะอยู่ในวัยเกษียณ แต่คุณดามพ์กับคุณพิม พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เช่น การเปิดคาเฟ่ ทำให้ทั้งคู่พบ “เป้าหมายชีวิต” รู้ว่าจะต้องทำอะไรในแต่ละวัน รวมทั้งมีเรื่องราวใหม่ๆ มาแชร์กัน ให้ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
และการเปิดคาเฟ่ยังทำให้ “ค้นพบความสุข” จากคำชมของลูกค้าว่าอร่อย การบอกปากต่อปาก และการซื้อกลับไปตุน ซื้อกลับไปฝาก ในฐานะคนทำขนมปัง จึงรู้สึกมีความสุขมากๆ
“การทำธุรกิจผมสื่ออยู่สองอย่าง อันดับแรกคือเรื่องสุขภาพ ไหวมั้ยที่จะทำ สองคือเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าคุณไปลงตู้มๆ ไม่รู้ว่ามันจะตั้งตรงหรือจะล้มลง เพราะฉะนั้นคุณต้องคำนึงถึงสองเรื่องนี้ให้ดีๆ ทำเท่าที่เราทำไหว ทำแล้วมีความสุข ถ้าทำแล้วมีความทุกข์ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำมัน” คุณดามพ์บอกอย่างนั้น
ด้านคุณพิมเสริมว่า “อย่างที่บอกเกษียณมาแล้ว เราควรทำอะไรที่เราไม่ต้องเครียด เพราะทำงานที่ผ่านมา 30 กว่าปี เราเครียดพอแล้ว”
นี่คือเรื่องราวของ คุณดามพ์กับคุณพิม โดยหวังว่าบทความนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านและวัยเกษียณทุกท่าน
หากอยากแวะไปอุดหนุน ชิมเครื่องดื่ม และขนมปังโฮมเมด สามารถไปตามเส้นทางนี้ได้เลย
📍ร้านเปิด : วันอังคาร ถึงวันศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น.
โทร. : 082-515-1641
