Featured How to Leadership

กว่าจะสำเร็จใช้เวลา 22 ปี! จากเด็กล้างจานค่าแรง 160 บาท สู่เจ้าของ “Friendly’s” เชนร้านอาหาร 250 สาขาทั่วอเมริกา

เมื่อปี 2003 Amol Kohli (อมล โคลี) เริ่มต้นทำงานในเชนร้านอาหารชื่อดังอย่าง Friendly’s แถวฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะเด็กเสิร์ฟพาร์ตไทม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 15 ปี เป็นแค่เด็กมัธยมที่อยากหาเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋า

ในตอนนั้นเขาได้ค่าจ้างเพียงชั่วโมงละ 5 ดอลลาร์ ประมาณ 170-180 บาท Kohli เล่าให้ CNBC ฟังว่า เขาทำทุกอย่างที่ผู้จัดการสั่ง ตั้งแต่เป็นเด็กล้างจาน เก็บโต๊ะ ตักไอศกรีมขาย ไปจนถึงกุ๊ก เรียกได้ว่างานไหนขาด เขาเสียบแทนได้หมด

ใครจะเชื่อว่า 20 ปีต่อมา Kohli จะเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ลงในเรซูเม่ของตัวเอง นั่นคือตำแหน่ง “เจ้าของกิจการ” เมื่อกลุ่มทุน Legacy Brands ของเขาได้ประกาศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Friendly’s รวมถึงบริษัทแม่และแบรนด์อาหารอื่นๆ อีก 6 แบรนด์ โดยไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าการซื้อขาย

ดีลนี้ถือเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของ Kohli ในวัย 37 ปี ผู้ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับแบรนด์นี้ แม้แต่ช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยด้านการเงินและการตลาด เขาก็ยังใช้เวลาช่วงปิดเทอมทำงานที่ Friendly’s สัปดาห์ละ 5-6 วัน เพื่อเรียนรู้ระบบหลังบ้านอย่างจริงจัง

“ผมเริ่มเข้าไปช่วยดูแลแฟรนไชส์บางสาขา เพื่อดูว่าพอเงินไหลเข้าเครื่องคิดเงินแล้ว มันไปไหนต่อ ผมเรียนรู้เรื่องประกันสังคม การทำเงินเดือน ต้นทุนอาหาร และทุกๆ อย่าง ผมทำแบบนั้นมาตลอดช่วงเรียนมหาลัย” Kohli กล่าว

หลังเรียนจบเกียรตินิยมในปี 2011 เขาเลือกปฏิเสธงานสายการเงินเพื่อมารับตำแหน่งผู้จัดการภูมิภาคของ Friendly’s และไม่กี่ปีหลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจรวบรวมเงินเก็บก้อนแรกบวกกับเงินกู้และเงินทุนจากเพื่อนฝูงรวมกว่า 2.5 แสนดอลลาร์ ประมาณ 8-9 ล้านบาท เพื่อขอเทคโอเวอร์สาขาที่กำลังจะปิดตัวลง นั่นคือจุดเริ่มต้นในฐานะเจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งเขาขยายสาขาไปเรื่อยๆ จนมีถึง 31 แห่ง ก่อนจะตัดสินใจซื้อทั้งแบรนด์ในที่สุด

เส้นทางที่ดูเหมือนฝัน แต่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความพยายามในการครอบครองบริษัทที่เขาเคยทำงานด้วย เริ่มต้นขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ยอดขายของ Friendly’s ดิ่งเหว จนบริษัทต้องยื่นล้มละลายในปี 2020 ต่อมาในปีนี้ Kohli จึงก่อตั้งกลุ่มทุน Legacy Brands International ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเดียวคือ “ต้องซื้อบริษัทแม่ของ Friendly’s ให้ได้”

เขาระบุว่าความสำเร็จนี้เกิดจาก “จังหวะที่ใช่ แรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง ความเชื่อมั่น และบารมีที่เขาสะสมมาตลอดชีวิตการทำงานที่นี่” ซึ่งทางผู้ก่อตั้งเดิมก็ยอมรับว่า Kohli คือ แคนดิเดตที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาดูแลแบรนด์ต่อ

ปัจจุบัน Kohli กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรอาหารที่มีสาขารวมกว่า 250 แห่งทั่วสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เขายังต้องเผชิญโจทย์หินในการฟื้นฟูแบรนด์ที่เคยมีสาขามากกว่า 800 แห่งในอดีต แต่ปัจจุบันเหลือเพียงร้อยกว่าแห่ง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

Kohli ตั้งเป้าจะนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงแบรนด์ให้ทันสมัย และสิ่งที่เขาอยากทำที่สุดคือ การเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่องานบริการในร้านอาหาร

“ผู้บริหารระดับสูงในทีมของผมตอนนี้ หลายคนเริ่มมาจากคนล้างจานและกุ๊ก นี่คือหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจบนโลกนี้ ที่คุณสามารถเริ่มจากจุดต่ำสุด แล้วไต่เต้าขึ้นไปเป็น CEO ได้จริงๆ” Kohli กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา cnbc

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!