วันที่ 21 ส.ค. ผู้ใช้เฟสบุ๊ก คุณ วีรศักดิ์ หะหาญ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าขายนมปั่น อยู่ที่ท่ารถเมล์ตลาดสดเทศบาล 3 อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “ลูกค้าร้านนมปั่น ต่อคิวขึ้นรถเมล์กลับบ้านแล้วครับ“ พร้อมกับโพสต์คลิปวีดีโอ ภาพเด็กนักเรียนชายหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-4 กำลังยืนต่อคิวกันขึ้นรถเมล์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และเมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่อมาก็มีเจ้าของเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า กิจวัฒน์ แสนศรีระ ได้แชร์ต่อ พร้อมระบุว่า “น่ารักที่สุด…เห็นภาพนักเรียนโรงเรียนหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เดินเรียงแถวขึ้นรถโดยสารประจำทางอย่างเป็นระเบียบ..ในฐานะศิษย์เก่า ขอชื่นชมน้องๆ และครู ผู้บริหาร ครับ”
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเด็กนักเรียนชายหญิง ดังกล่าว จำนวนราว 30 คน กำลังซื้อตั๋ว และนั่งรอรถเมล์โดยสารประจำทางอยู่ที่ตลาดสดเทศบาล 3 อ.หนองไผ่ ซึ่งภายในตลาดดังกล่าว มีร้านขายนมปั่น น้ำผลไม้ปั่น ของนายวีรศักดิ์ หะหาญ มาเปิดร้านให้บริการขายให้แก่เด็กนักเรียนและผู้โดยสารที่มานั่งรอรถ อยู่ที่ในบริเวณตลาดที่เด็กนักเรียนนั่งรอรถอยู่ และพอรถเมล์โดยสารประจำทางซึ่งวิ่งมาจากอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เข้าเทียบท่า เด็กนักเรียนทั้งหมดก็ลุกขึ้น และพากันเดินเข้าแถวเรียงคิวขึ้นรถกันอย่างช้าๆ และเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่มีการแก่งแย่งแซงคิวกัน ต่างจากการขึ้นรถที่ท่ารถเมล์โดยสารต่างๆที่เห็นกันอยู่ทั่วไป
จากการสอบถามเด็กนักเรียนที่มานั่งรอรถโดยสารกลับบ้าน ทราบว่า แต่ก่อนพอรถเมล์โดยสารเข้าเทียบท่า เด็กนักเรียนก็จะกรูแย่งกันขึ้นรถเหมือนกับที่อื่นๆทั่วไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าทุกคนจะขึ้นเสร็จ นักเรียนจึงตกลงกันว่า ให้นักเรียนทุกคนทำตามกฎระเบียบเหมือนกับอยู่ในโรงเรียน เนื่องจากครูได้เคยอบรมสั่งสอนให้เด็กนักเรียนทุกคนมีระเบียบวินัย การเดินเข้าแถวเรียงคิวกันขึ้นรถ ก็เหมือนกับการเดินเข้าแถวเข้าห้องเรียนตอนเช้าหลังเคารพธงชาติ ที่ปฏิบัติกันทุกวัน แต่หลังจากที่ได้เข้าแถวต่อคิวกันขึ้นรถเมล์แล้ว กลับปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะนอกจากจะเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ต้องแย่งชิงกันขึ้นรถแล้ว ยังทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าการขึ้นรถแบบไม่มีระเบียบอีกด้วย
นางสาวศิริรัตน์ ใจหนัก และนางสาวประวีณา ฉ่ำข้อ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่า ที่โรงเรียนก่อนที่จะเข้าห้องเรียนนักเรียนต้องเข้าแถว และจะมีรุ่นพี่กองพันชมพูฟ้าคอยดูแลจัดแถวให้เป็นระเบียบ ก่อนที่จะเข้าห้องเรียน ก่อนหน้านี้เวลาขึ้นรถก็จะแย่งกันขึ้นก็จะไปเป็นกระจุกกันอยู่ที่ประตูรถ ทำให้มีความรู้สึกว่ามันทำให้ช้า จากนั้นจึงทำให้พวกเราเข้าแถวมาตลอด เพราะรู้สึกว่าการเข้าแถวมันทำให้ไวขึ้นและสะดวกขึ้น ที่สำคัญไม่ไปขวางทางคนอื่น และจะไม่ไปก่อให้เกิดอันตรายให้กับตัวเองและผู้อื่น ตั้งแต่มีการตั้งแถวขึ้นรถมีแต่คนชื่นชม ก็รู้สึกดีใจเพราะว่ามันเป็นเกียรติกับตัวเราทำตัวดีประพฤติตัวดีและก็จะติดเป็นนิสัย เราก็จะได้เป็นคนที่มีระเบียบมีวินัยมีความเรียบร้อย และไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น
นายวีรศักดิ์ หะหาญ พ่อค้าขายนมปั่น กล่าวว่า น่ารักดีที่เด็กเป็นระเบียบ ตนก็เลยโพสต์ลงเฟสบุ๊ก ก็ไม่ได้คิดอะไรลงไปเล่นๆ ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ ภาพแบบนี้มีมานานแล้ว ทุกวันพวกเขาจะนั่งรอรถกัน แต่พอรถมาเขาก็จะเดินไปต่อแถวไม่แย่งกัน พอไปถึงประตูรถเขาก็จะยืนรอผู้โดยสารที่จะลงเดินลงเสร็จ แล้วเขาถึงจะเดินขึ้นไปเป็นตัวอย่างที่ดี มองแล้วน่ารักดี
ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
Latest Posts
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
ซีพี ออลล์ จับมือ กระทรวง พม. เปิดตัว “โครงการผู้ใหญ่ใจดี ซีพี ออลล์” เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋า เปิดรับสมัครผู้สูงอายุ (อายุ 60-75 ปี) จำนวน 1,000 อัตรา ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมรายได้และการมีงานทำอย่างยั่งยืน โครงการผู้ใหญ่ใจดี ใส่ใจทุกช่วงวัย ก้าวไปพร้อมๆ กัน ตำแหน่ง : พนักงานดูแลพื้นที่ขาย คุณสมบัติ ตำแหน่ง : พนักงานดูแลลานจอดรถ คุณสมบัติ รายได้ : 400 บาท/วัน สมัครได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf6pwN9lkGC4v1X1rzXTpf-LvvVjgfrXX5wxTnYn8xoR5kjXQ/viewform ช่องทางการติดต่อ
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก

