Skip to content
กลับสู่ ข่าวสด
เส้นทางเศรษฐี
  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content
ข่าววันนี้

“อุตตม” จัดขบวนทัพนักลงทุนญี่ปุ่นกว่า 300 ราย ส่องทำเลทอง “อีอีซี” เตรียมเร่งดัน 5 บิ๊กโปรเจ็กต์หนุน 10 อุตฯ เป้าหมาย พร้อมดึงโบอิ้ง แอร์บัสร่วมทุน ปี 61

21 กันยายน 2560 เจี๊ยบ

 กระทรวงอุตสาหกรรมนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และคณะนักลงทุนกว่า 300 ราย ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เผยขณะนี้กำลังเร่งผลักดันให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการหลักเพื่อให้มีความพร้อมต่อการลงทุนเร็วที่สุด ได้แก่ 1. การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3  2. การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน   3. การพัฒนา 3 ท่าเรือ  4. โครงการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 5. การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พร้อมชี้ 5 เดือนแรกของการตั้งสำนักงานอีอีซีมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,400 ล้านบาท และเป็นคำขอใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายกว่า 14,200 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณที่ดีที่คาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัทโบอิ้ง และทีจีแอร์บัสในเดือนมีนาคม 2561 รวมทั้ง บริษัทไมโครซอฟท์ อเมซอนดอทคอม ไอบีเอ็ม ที่คาดว่าจะลงนามความร่วมมือในเดือนกันยายน ปี 2560 ใน EEC ดิจิทัลพาร์ค

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานเศรษฐกิจของไทยมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะผลักดันยุทธศาสตร์การปฏิรูปอุตสาหกรรม การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกด้วยการใช้พื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างด้านอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งในช่วง 6 เดือนตั้งแต่มีนาคม – สิงหาคมที่มีการจัดตั้งสำนักงาน EEC ขึ้นอย่างเป็นทางการนั้น ภาพของโครงการก็เริ่มมีความชัดเจนและเริ่มเห็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะนี้ได้เร่งผลักดันให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ EEC เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการเป็นทำเลที่ตั้งที่แข็งแกร่งและดีที่สุดต่อการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยยังมุ่งให้เป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ มีความเชื่อมโยงด้านการคมนาคม ประกอบกับการมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างที่พักอาศัยและสถานที่ทำงานในเมืองแห่งอุตสาหกรรมและเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก ด้วย 5 โครงการหลัก คือ

·  การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเป็น 15 ล้านคนในระยะ 5 ปี ซึ่งเฟสแรกอาจพัฒนาเป็นแอร์พอร์ตซิตี้ มีอาคารผู้โดยสาร รันเวย์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น อุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยาน ส่วนเฟสที่ 2 มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นมหานครการบินที่รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนในอีก 10 ปี และ 60 ล้านคนในอีก 15 ปี โดยสนามบินนี้จะใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางคมนาคม โลจิสติกส์ ผนวกเข้ากับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

·    การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นแผนงานที่รองรับโครงการพัฒนาด้านโลจิสติกส์เพื่อให้เกิดการเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงที่ไร้รอยต่อ สามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น

·    การพัฒนาท่าเรือ 3 ท่าเรือ (แหลมฉบัง-สัตหีบ-มาบตาพุด) โดยการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 เพื่อให้เกิดศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ การส่งออกรถยนต์ 3 ล้านคัน/  รองรับเรือขนส่งขนาดความจุ 1.6 แสนตัน ขณะที่ท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3 จะพัฒนาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคหลักในการรองรับการขนส่งสินค้าเหลว ก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และท่าเรือสัตหีบ   จะปรับปรุงให้สามารถรองรับด้านการท่องเที่ยวเรือขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน

·  โครงการดึงดูด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะใช้การเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงกับประเทศชั้นนำต่างๆ และจัดตั้งโซนพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม S – Curve เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังคาดหวังอานิสงส์ที่ญี่ปุ่นอาจลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อน โดยในระยะเวลา 5 ปีแรกคาดการณ์ไว้ว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 14 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต การบิน หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์ครบวงจร และปิโตรเคมีและเคมีชีวภาพ

·        การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco–Cities)  โดยจะพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนด้วยการจัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้กระทบกับประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้กำหนดแนวความคิด Smart ที่จะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาเมือง 3 รูปแบบคือ Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ซึ่งจะเป็นเมืองที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น Smart Growth โดยออกแบบให้เป็นเมืองกระชับ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสานและประชากรสามารถเดินและใช้จักรยานได้ และ Low Carbon Society (LCS) หรือสังคมที่ร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซาร์บอนไดออกไซด์จากชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ มีการประเมินงบการลงทุน รวมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนภายในระยะเวลา 5 ปีแรกว่า โครงการต่างๆ ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมานั้นน่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท

ดร.อุตตม กล่าวเสริมว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของการจัดตั้งโครงการ EEC อย่างเป็นทางการ (มี.ค. – ก.ค.) ได้มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,400 ล้านบาท เป็นคำขอใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายกว่า 14,200 ล้านบาท และมีการประกาศเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในพื้นที่อีก 1,466 ไร่ ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัดระยอง ที่อยู่ในความดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ในส่วนของขั้นตอนการติดตามและชักชวนนักลงทุนยังได้มีการเสนอนโยบายไปยังธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ อาทิ บีเอ็มดับเบิ้ลยู นิสสัน หัวเหว่ย ซัมซุง อาลีบาบากรุ๊ป ฟูจิฟิล์ม แอร์เอเชีย สำหรับกลุ่มบริษัทที่อยู่ระหว่างทำการศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดโครงการลงทุนร่วมกับนักลงทุนนั้น ได้แก่ โบอิ้ง และแอร์บัส และคาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาร่วมทุนในเดือนมีนาคม 2561 ส่วนทางด้านลาซาด้ากรุ๊ป ได้มีการจัดทำมาตรการส่งเสริมแล้วเสร็จและกำลังอยู่ระหว่างเจรจารอบสุดท้าย และในส่วนของการประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลในการชักชวนให้เกิดการลงทุนใน EEC ดิจิทัลพาร์ค ยังคาดว่าจะมีทั้งบริษัทไมโครซอฟท์ อเมซอนดอทคอม ไอบีเอ็ม คาเลสติก้า ลงนามความร่วมมือในเดือนกันยายน ปี 2560

ส่วนความคืบหน้าของนโยบายต่างๆ อาทิ โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายแล้ว 17 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กระบวนการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการการกำหนดลักษณะเงื่อนไขซึ่งจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี ทางด้านการท่องเที่ยว ได้กำหนดลักษณะของ 3 เมืองที่มีการวางแผนอย่างสมบูรณ์แล้วคือ Thai Way of Life (ฉะเชิงเทรา) Modern of The East (ชลบุรี) และ Biz City (ระยอง) การกำหนดเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  (EECi) กำลังอยู่ในช่วงหาคู่สัญญา ส่วน 2 ปัจจัยสำคัญอย่างน้ำประปาและพลังงาน มีการวางแผนที่สมบูรณ์และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว นอกจากนี้ในเรื่องของกฎหมาย EEC จะถูกนำเข้ารัฐสภาในเดือนถัดไป ดร.อุตตม กล่าวปิดท้าย

เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้นำนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้นำหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และคณะนักลงทุนอีกกว่า 300 ราย ร่วมรับฟังนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา พร้อมสำรวจพื้นที่ที่เอื้อต่อการลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมเหมราช สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และสำนักงานวิทยสิริเมธี โดยหลังจากร่วมรับฟังนโยบายดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะมีนักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจขอลงทุนในพื้นที่โครงการฯ ได้อย่างแน่นอน

Latest Posts

“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน
Featured ข่าววันนี้
“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน

หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น  พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน  หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ  ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก

18 มิถุนายน 2569
"ข้าวแช่นารา" จับใจจู "จูเลีย มอร์ลีย์" ชิมครั้งแรกติดใจ
Featured ข่าววันนี้
“ข้าวแช่นารา” จับใจจู “จูเลีย มอร์ลีย์” ชิมครั้งแรกติดใจ ยอดขายทะลุ 10,000 เซ็ต ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีนางงามโลก

กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง  นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์  ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท

16 พฤษภาคม 2569
กำไรน้อยลง แต่สุขมากขึ้น! ลาออกจากงานมาขายโดนัท เริ่มต้นจากครัวในบ้านสู่หน้าร้าน ขายไปแล้วกว่า 2 แสนชิ้น 
Featured SMEs รอบโลก
กำไรน้อยลง แต่สุขมากขึ้น! ลาออกจากงานมาขายโดนัท เริ่มต้นจากครัวในบ้านสู่หน้าร้าน ขายไปแล้วกว่า 2 แสนชิ้น 

หลายธุรกิจเริ่มต้นมาจากความชอบ เช่นเดียวกับเรื่องราวของ “Ariel Tang” เธอชื่นชอบการทำขนมมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มหัดทำเล่นๆ ตั้งแต่อายุ 14 ปี  ความชอบนี้จริงจังมากขึ้น เมื่อเธอตัดสินใจลงเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์การประกอบอาหาร พร้อมหารายได้เสริมจากการขายคัพเค้กและบราวนี่ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีนและคริสต์มาส และใช้เวลา 2 ปี หาประสบการณ์ในร้านเบเกอรีหลังเรียนจบ อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นคงในชีวิตทำให้ Ariel เบนเข็มไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านการสื่อสารมวลชนแทน และทำงานในสายประชาสัมพันธ์ (PR) ที่มีความเครียมสูง ทำให้เธอหันมาทำขนม โดยหาแรงบันดาลใจและดูสูตรในอินเตอร์เน็ต ขนมที่ Ariel เลือกทำคือ บอมโบโลนี หรือโดนัทสไตล์อิตาเลียน รูปทรงกลม ผิวกรอบสีเหลืองทอง ซึ่งได้ปรับสูตรดั้งเดิมมาใช้ยีสต์ธรรมชาติ ทำให้ขนมมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และเพื่อนๆ ก็กลายเป็นแฟนคลับกลุ่มแรกที่ขอให้เธอเริ่มขายขนมนี้ โดยเปิดขายออนไลน์จากครัวในบ้าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน The Fat Kid Bakery ขายออนไลน์จากครัวในบ้าน แต่กระแสตอบรับดี ในตอนแรก Ariel พยายามแบ่งเวลาทำงานประจำควบคู่ไปกับกา

22 มิถุนายน 2569
Exclusive Featured SMEs
ทำมาสารพัดอาชีพ ตั้งแต่เซลส์ขายรถ-คนสวน สู่ “แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” จากขายไม่ได้ สู่ออร์เดอร์ล้น 500 ชามต่อวัน

เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปเดินแถวๆ พลับพลาไชย อีกหนึ่งชื่อที่อยู่เชื่อมกับย่านเยาวราช จะเป็นชุมชนที่มีไทย-จีน อยู่กันเยอะ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำเพ็ง พาหุรัด และยังมีร้านอาหารดังๆ ให้ได้เข้าไปลองชิม แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หนึ่งในร้านดังคู่ย่านพลับพลาไชยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ส่งต่อความอร่อยระดับตำนานจากรุ่นสู่รุ่น จากร้านที่ไม่มีชื่อกลายเป็นร้านรางวัลการันตีมิชลิน 6 ปีซ้อน เดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับคุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง วัย 49 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวท่ามกลางพี่ชายทั้งหมด 4 คน เธอได้เล่าเรื่องราวตำนานความอร่อย กว่าจะเป็นแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อย่างทุกวันนี้ได้ ใช้เวลานานกว่า 10 ปี ทุกสิ่งที่ได้มาเพราะปริญญาชีวิต คุณแอนเป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เป็นลูกสาวคนเดียวในตระกูล มีพี่ชาย 4 คน ด้วยความเป็นครอบครัวคนจีน เขาก็จะเอ็นดูแต่ลูกผู้ชาย (เธอเล่าปนหัวเราะ) จึงทำให้เธอต้องทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฐานะของครอบครัวไม่ได้มีความมั่งคั่งแต่อย่างไร ล้มลุกคลุกคลานกันมา พอถึงวัยเรียนก็เรียนโรงเรียนวัดแถวๆ นั้น เลิกเรียนมาก็ช่ว

14 มิถุนายน 2569

Tags

Related Posts

ข่าววันนี้ แฟรนไชส์อาหาร - เครื่องดื่ม
Lotteria ร้านเบอร์เกอร์เกาหลี โดน McDonald’s แย่งลูกค้า เลยเร่งขยายสาขาออกต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือไทย

ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR) หรือฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 45,000 – 70,000 ล้านบาท เซกเมนต์หลักแบ่งออกเป็นตลาดไก่ทอด ตลาดเบอร์เกอร์ และตลาดพิซซ่า เมื่อพูดถึงตลาดเบอร์เกอร์ในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในเซกเมนต์หลักที่มีสีสันและมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) รองลงมาจากตลาดไก่ทอด  มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกายึดหัวหาดอยู่แล้ว อย่าง McDonald’s แต่คราฟต์เบอร์เกอร์หรือเบอร์เกอร์โฮมเมด (Craft/Premium Burger) ก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน เข้ามาชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมองหารสชาติที่แปลกใหม่ LOTTERIA (ลอตเตอเรีย) แบรนด์เบอร์เกอร์ดังของเกาหลี ประกาศเตรียมเปิดตลาดในไทย ผ่านบริษัท เคโทร จำกัด ที่ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) ร่วมกับ LOTTE GRS บริษัทในเครือ Lotte Group ซึ่งดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและบริการอาหารระดับสากล (Foodservice & Restaurant) จากประเทศเกาหลีใต้  โดยที่เคโทรจะเป็นผู้พัฒนาและดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่

25 มิถุนายน 2569
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์” สายงานที่ตลาดต้องการกว่า 4 หมื่นคน
Featured ข่าววันนี้
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์” สายงานที่ตลาดต้องการกว่า 4 หมื่นคน

“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก  ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกลุ่มอา

25 มิถุนายน 2569
ข่าววันนี้
“ยุคเศรษฐกิจคาดเดายาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” สหพัฒน์ ช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ ตรึงราคาสินค้า เปิดฉาก “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30”

“เศรษฐกิจคาดการณ์ไม่ได้เลย บางทีที่นึกว่าจะดีก็ไม่ดี แล้วที่นึกว่าจะไม่ดีก็ดีขึ้นมา” นายธรรมรัตน์ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งในระดับโลก ความผันผวนด้านราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น  เครือสหพัฒน์ยังคงยืนหยัดเดินหน้าจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ภายใต้แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ระดมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากบริษัทในเครือกว่า 100 แห่ง ตรึงราคาสวนภาวะเศรษฐกิจเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน  นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส กล่าวว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้จะมีความไม่แน่นอน ทั้งจากภาวะสงคราม ความผันผวนด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตปรับตัวสูงขึ้น “ช่วง 3-4 เดือน ที่ผ่านมา เศรษฐกิจคาดการณ์ไม่ได้เลย บางทีที่นึกว่าจะดีก็ไม่ดี แล้วที่นึกว่าจะไม่ดีก็ดีขึ้นมา คาดเดาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เครือสหพัฒน์ยังคงดำเนินนโยบายตรึงรา

25 มิถุนายน 2569
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ
Featured ข่าววันนี้
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ

วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพร

25 มิถุนายน 2569
ข่าววันนี้
ศรีจันทร์ กวาดยอดขาย 2,055 ล้านบาท คนประหยัดขึ้นดันครีมซองโต ตั้งเป้า 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

ศรีจันทร์ กวาดยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ตั้งเป้า 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี พร้อมบุกตลาดเวียดนาม ย้ำเดินหน้าเข้าตลาดฯ 2569 กระแส T-Beauty ยังคงเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ขับเคลื่อนวงการตลาดความงามแสนล้านให้เติบโตไปได้ หนึ่งในชื่อของไทยบิวตี้ระดับแถวหน้าที่หลายคนต้องนึกถึงคือ ศรีจันทร์ แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 78 ปี บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” และ “ศศิ (sasi)” เปิดเผยว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถเติบโตท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ยอดขายทะลุ 2,055.50 ล้านบาท กำไรสุทธิเติบโตถึง 34% คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ปัจจัยจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโลก แต่บริษัทได้ก้าวผ่านความท้าทายมาได้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวโลโก้องค์กรแบบใหม่ ชูตัวอักษรไทย “ศ” เป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมออกสินค้าใหม่กว่า 150 SKU ภายใต้แบรนด์ศรีจันทร์และศศิ  แต่งตั้งพรีเซ็นเตอร์รวม 13

24 มิถุนายน 2569
Featured ข่าววันนี้
เปิดมุมมอง “แอปดีลิเวอรีจีน” ในไทย ผู้เชี่ยวชาญแนะ รัฐใช้โอกาสนี้ผลักดันร้านค้าท้องถิ่นเข้าระบบ กระจายรายได้สู่คนไทย

จากกระแสข่าวแอปพลิเคชันดีลิเวอรีจีนที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ อาจารย์ปอ-ภากร กัทชลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศจีน เจ้าของเพจอ้ายจง โดยให้ความเห็นว่า ปรากฏการณ์แอปพลิเคชันเดลิเวรีจีนในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมานานแล้ว อย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2566 ที่มีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ไทย โดยมีหลายเจ้าที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน เช่น Gokoo, Feixiang หรือ ช้างบิน อาจารย์ปอ ระบุสาเหตุที่คนไทยเกิดความกังวล เพราะกังวลว่า แอปฯ เหล่านี้อาจมีลักษณะเป็น “Closed-Loop Business หรือ ระบบนิเวศปิด” คล้ายกับโมเดลทัวร์ศูนย์เหรียญในอดีต เป็นบริการที่ครอบคลุมครบทุกวงจร ตั้งแต่บริการดีลิเวอรีส่งอาหาร สปา คลินิกสุขภาพ ไปจนถึงการจองตั๋วเดินทางและที่พัก ปัจจัยหลักที่ทำให้แอปฯ เหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย ได้แก่ ความสะดวกสบายและคุ้นเคย โดยแอปฯ เหล่านี้มักเชื่อมต่อกับ WeChat Pay หรือ Alipay ทำให้คนจีนใช้งานได้ทันที รวมถึง mini app บนแอปเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมาก อีกทั้งยังเป็น การทลายกำแพงภาษา เพราะบริการทั้งหมดเป็นภาษาจีน ดังนั้นจึงเป

24 มิถุนายน 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content