ETC.
อากาศเมืองไทยช่วงนี้ร้อนจริงๆ หลายคนชุดเปียกตั้งแต่ยังไม่พ้นตัวบ้าน แต่หลายคนยิ่งน่าเห็นใจ มีใช้ชีวิตช่วงกลางวันส่วนใหญ่ท่ามกลางอากาศร้อนถึงร้อนจัด ซึ่งไม่เพียงแสงแดดจะทำให้สีผิวเปลี่ยน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง เรายังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือลมแดด รุนแรงขนาดที่ว่าสามารถคร่าชีวิตเราได้แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ก็มีวิธีรับมือ พญ.ปานหทัย ทองมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า ฮีทสโตรกเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากการควบคุมอุณหภูมิเสียไป จนทำให้อุณหภูมิแกนสูงขึ้นและเกิดความผิดปกติทางระบบประสาท ทั้งนี้ โดยปกติแล้วร่างกายจะมีการควบคุมอุณหภูมิแกน โดยผ่านสมดุลระหว่าง การสร้างความร้อน จากเมแทบอลิซึมหรือระบบเผาผลาญในร่างกาย และจากการดูดซับความร้อนจากสิ่งแวดล้อมกับ การกำจัดความร้อนออกจากร่างกาย ผ่านทางการระเหยเป็นเหงื่อหรือลมหายใจ การแผ่รังสี การนำความร้อน และการพาความร้อน “ในภาวะปกติทั้งสองด้านต้องทำงานกันอย่างสมดุล เพื่อกำจัดความร้อนก่อนจะถึงจุดที่เป็นอันตราย แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่าง
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ปกติแล้วร่างกายของมนุษย์มีอุณหภูมิอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส หากร่างกายเผชิญกับอากาศที่ร้อนกว่านี้และไม่สามารถปรับลดอุณหภูมิได้ อาจเกิดโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งมีอันตรายอย่างรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบสมอง หากได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตได้และลดความพิการได้อย่างมาก “ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-17 เมษายน 2559 มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมร้อน 21 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 1 คน อายุระหว่าง 29-72 ปี ส่วนใหญ่เสียชีวิตในที่สาธารณะ 13 คน ในบ้าน 5 คนในรถ 2 คน ในวัด 1 คน เป็นผู้ประกอบอาชีพรับจ้าง เฉพาะระหว่างวันที่ 10-17 เมษายน มีผู้เสียชีวิต 8 คน เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศร้อน และในช่วงเวลาเดียวกันระหว่าง พ.ศ.2556-2559 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 32 คน ผู้ป่วยโรคลมแดด เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีอาการเบื้องต้น ได้แก่ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับ
หน่อไม้อ่อนเป็นแหล่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติต้านมะเร็ง ตามการทบทวนใหม่ได้แนะนำให้ใช้หน่อไม้เป็น “อาหารเพื่อสุขภาพใหม่” ทั้งนี้ ในการตีพิมพ์ผลการทบทวนด้านอาหารวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยด้านอาหาร ได้พิจารณาการใช้หน่อไม้เป็นอาหารสุขภาพ โดยเน้นประโยชน์ของหน่อไม้ที่มีผลต่อสุขภาพและศักยภาพในการนำมาใช้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปัญจาบในประเทศอินเดีย กล่าวว่า การที่จำนวนผู้บริโภคตระหนักถึงสุขภาพเพิ่มขึ้นได้กระตุ้นการเติบโต (ให้ความสำคัญ) กับส่วนผสมสำหรับอาหารที่มีสรรพคุณเป็นยา และกล่าวเสริมว่า หน่อไม้สามารถเป็นหนึ่งในส่วนผสมของอาหารเพื่อสุขภาพ “หน่อไม้อ่อนไม่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น แต่อุดมไปด้วยส่วนประกอบของสารอาหาร มีโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ ใยอาหารมีน้ำตาลและไขมันต่ำ” นักวิจัยซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ไนร์มาลา ชงธรรม (Nirmala Chongtham) แผนกพฤกษศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปัญจาบเขียนไว้ นอกจากนี้ หน่อไม้อ่อนยังมีไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ซึ่งลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในอาหารที่รับประทานเข้าไป จะช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในร่า
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) อยู่บนเส้นทางที่จะควบคุมและขจัดโรคแอฟริกันทริปาโนโซมิเอซิสหรือโรคเหงาหลับ โรคชากาส และอาการป่วยดึกดำบรรพ์อื่นๆ ให้หมดไปจากโลกภายในปี 2020 ในการประชุมที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ประชุมฮูรับทราบถึงเป้าหมายที่บรรลุผลแล้วของโร้ดแมปโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการรักษาผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ 1 พันล้านคนในปี 2015 ซึ่งส่งผลให้คนหลายร้อยล้านต้องตาบอด พิการ เสียโฉม หรืออ่อนแรง นอกจากนี้ยังมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ ในปี 2016 มีผู้คนทั่วโลก 25 คนเท่านั้นที่ป่วยเป็นโรคพยาธิกีเนีย ซึ่งเป็นโรคเกิดจากปรสิตที่ติดเชื้อผ่านทางน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และมีมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 114 ล้านคน ที่ได้รับการรักษาโรคพยาธิตาบอดซึ่งเป็นโรคเกิดจากปรสิตที่มีแมลงริ้นดำเป็นพาหะ ดร.เดิร์ก เองเกลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยของฮูเปิดเผยว่า โดยทั่วไปแล้วมีพัฒนาการไปมากในเรื่องการขจัดโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยให้หมดไป และเชื่อว่าก่อนหน้าปี 2030 โรคเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์เท่านั้น ที
อาหารบางอย่างในธรรมชาติอุดมไปด้วยสารเคมีที่สามารถควบคุมนาฬิกาภายในร่างกายของคุณ โปรตีนและนม-เช่นถั่วและโยเกิร์ต มีทริปโตเฟน กรดอะมิโนที่จำเป็นที่ช่วยให้ร่างกายของคุณนอนหลับ และคาร์โบไฮเดรต – เช่นขนมปังและข้าว – ก็ยังสามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ด้วยเนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจะช่วยเพิ่มความเร็วในการปล่อยสารเคมีในการกระตุ้นให้ร่างกายนอนหลับตามข้อมูลของมูลนิธินอนหลับแห่งชาติ เว็บไชต์Insider ได้รวบรวมอาหาร 12 ชนิด ที่คุณควรกิน…หากคุณเป็นคนประเภทนอนหลับยาก เริ่มต้นที่ รากคาวา (KAVA root) เป็นผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติที่มีสารที่ช่วยกระตุ้นสมองและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นำมารับประมานกับนมถั่วเหลืองอุ่นๆ หรือนมมะพร้าวก็จะช่วยให้นอนหลับ และลดความกังวลได้ เชอร์รี่ (Cherry) ในน้ำเชอร์รี่มีช่วยลดอาการเจ็ทแลคได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางตัวเสียอีก เจลลี่บีนส์ (Jelly beans) ลูกอมที่เด็กๆชอบกินนี่แหละ สามารถช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เนื่องจากมีน้ำตาล ความหวานจะไปช่วยสั่งการสมองให้รู้สึกอยากนอนหลับ แต่ถ้าหากกินมากไปก็อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง วอลนัท (Walnuts) เป็นแหล่งรวมกรดอมิโนทริปโตเฟนแสนอร่อย
ยังมีปัญหาที่สืบเนื่องมาจากลูกน้องและงานนอกที่ทำ ระวังเรื่องการจัดสรรปันส่วนของผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว มีการขัดแย้งกันในที่ทำงานจนทำให้กระทบมาถึงตัวคุณ ด้านปากท้องยังมีช่องทางหากินทางอื่นๆ อยู่ มีโอกาสต้องรีบคว้าเอาไว้ อีกทั้งจะได้พบกับคนที่สามารถช่วยเหลือคุณต่อไปในภายภาคหน้าได้ โดยจะมีคนเข้ามาชี้ช่องทางให้ความช่วยเหลือ ส่วนระยะนี้ต้องสงบจิตใจระวังความคิดเมื่อพบกับคนที่ต้องตาต้องใจ เพราะมีแนวโน้มจะเข้าไปพัวพันกับคนที่มีเจ้าของแล้ว รวมถึงงานที่ดูแลมีโอกาสผิดพลาดด้วยเหตุจากการสื่อสารกับอีกฝั่งแล้วเข้าใจไม่ตรงกัน ต้องรัดกุมกว่าเดิมให้มากๆ ด้านการค้าขายต้องเน้นการหาสินค้าใหม่ๆ สินค้าที่ดึงดูดใจเข้ามาบ้าง อย่าวางใจเพราะคู่แข่งกำลังตระเตรียมทำการตลาดแบบเน้นๆ ในอีกไม่ช้านี้แล้ว ดังนั้น คุณจึงต้องหาสิ่งจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ส่วนคนในครอบครัวจะมีข่าวดีข่าวด่วนให้เกิดความสุขกันไปทั้งบ้าน ด้านร่างกายที่ต้องระวังคือเรื่องน้ำหนักตัวที่ควบคุมไม่ลงสักที
สวัสดีคุณผู้อ่าน เฮลท์คิทเช่น ที่เก่าเวลาเดิมทุกคนค่ะ ก่อนที่เราจะลงมือทำอาหารกันวันนี้ เรามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับ “Raw Food” กันก่อนดีกว่าค่ะ รอว์ฟู้ด (Raw Food) หรือ แนวทางการทานอาหารเน้นผักและผลไม้สด ที่ไม่ผ่านกรรมวิธีแปรรูป หรือปรุงสุกผ่านความร้อน คงความสดของผักและผลไม้ ให้ความสด และวิตามินแร่ธาตุในอาหารนี้เป็นพลังธรรมชาติบำบัด รวมถึงเอนไซม์และแบคทีเรียที่ดีไม่ถูกทำลายไปกับการปรุงอาหาร สามารถชำระล้างสารพิษในร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน แถมยังดีต่อระบบขับถ่ายด้วยนะคะ วันนี้วินมีเมนูง่ายๆ โดยใช้ผักพื้นบ้านของเรา มาทำเป็น สลัดมะพร้าวกุ้งสด* ให้เพื่อนๆ ได้อินเทรนด์กับวิถีการทานอาหารแบบรอว์ฟู้ดตามสไตล์คนรักสุขภาพอย่างเราๆ กัน *วินนำอกไก่และกุ้งสดมาเป็นส่วนผสมเพิ่มเติม เพื่อให้การทานผักสด ทานได้ง่ายขึ้น หากคุณผู้อ่านไม่มีปัญหาในการทานผักล้วนๆ แล้วละก็ จะไม่ใส่อกไก่และกุ้งเลยก็ได้จ้า —- ส่วนผสม —- 1. อกไก่ฉีก 2. กุ้งลวก 3. หอมเจียว 4. มะพร้าวคั่ว 5. ใบโหระพา 6. ผักชี 7. ใบชะพลู 8. พริกแดง (หั่นเป็นเส้น) 9. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 10. หอมแดง 11. ตะไคร้ (ซอยเป็นแว่นบางๆ) 12.
การติดต่อเรื่องผลประโยชน์ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานประจำ จะได้ข่าวดีมีความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ หุ้นส่วน คนรัก รวมถึงคนที่คุณเคารพจะช่วยเหลือคุณได้ดีขึ้น จะพูดคุยเรื่องสำคัญสิ่งใดนั้นถึงเวลาในช่วงปักษ์นี้แล้วครับ ความรักที่เกิดพื้นที่ทับซ้อนสองสามเส้าจะสร้างปัญหาบานปลาย ต้องรีบกระชับวงล้อมโดยเร็วอย่าปล่อยคาราคาซังอาจเสียดินแดนไปทั้งหมด เงินทองวิ่งสู้ฟัดในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มมีสัญญาณตอบกลับที่ดีขึ้น ลูกน้องเพื่อนร่วมงานจะเป็นทัพหน้าทัพหลังที่คอยช่วยส่งเสริมให้ผลงานคุณดีขึ้นทุกวัน แต่อาจมีงอแงบ้างก็อย่ากังวลไป การค้าขายต้องใช้รอยยิ้มและการบริการก่อนหลังการขายให้มากยิ่งขึ้นจนถึงขั้นให้ลูกค้าประทับใจได้ยิ่งดี เลี่ยงการสู้เรื่องราคา อย่ากดต่ำลงมากกว่านี้เด็ดขาดเพราะมีแต่เสีย ด้านความรักให้หาเวลาไปไหนมาไหนกันบ้างจะยิ่งเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมั่นคงกว่าเดิมมากมาย สุดท้ายเรื่องสุขภาพระวังจะน็อก เนื่องจากความล้าความเหนื่อยจากการทำงาน
ช่วงนี้มีความคลุมเครือกับข่าวสารข้อมูลมีทั้งลวงทั้งเท็จให้ได้รับทราบไม่เว้นแต่ละวัน คุณต้องนิ่งๆ อย่าตื่นอย่าหูเบาไปกับคำพูดของคนบางคน อีกสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือการพลิกโผในข่าวสารที่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่การงาน อาจมีการพลิกล็อกไม่เป็นไปตามที่คาดหวังต้องเตรียมแผน 2 เอาไว้ด้วย ต้องวางแผนกันแบบนาทีต่อนาที เรื่องเงินนั้นบอกได้ว่ารายจ่ายเพียบ บิลมาหลายทางต้องระวังเรื่องเอกสารสัญญา เรื่องบัตรเครดิต ส่วนเรื่องค้าขายทำกำไรให้พยายามตรวจสอบมาตรฐานการบริการ โดยเฉพาะกับลูกน้องบริวารมีเกณฑ์ทำเรื่องยุ่งยากไม่เว้นแต่ละวัน อีกประการให้ระวังแรงงานขาดหาคนมาทำงานได้ยากขึ้นทุกที ความรักให้ระวังปัญหารักซ้อนจะทำให้คุณเครียดแก้ปัญหาไม่ตก ความลับเกือบแตก ดังนั้น คิดทำสิ่งใดควรต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ อย่าประมาท กับโชคลาภบอกได้ว่ายังหวังก้อนใหญ่ได้ยากเต็มที อีกเรื่องคือสุขภาพ ด้วยโรคภัยที่มาจากระบบเลือดระบบการขับถ่าย
เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว และยิ่งอุณหภูมิอากาศที่ร้อนจัดนี้ หากจัดการความเครียดที่มีอยู่รอบตัวไม่ได้ ก็เป็นตัวกระตุ้นหรือเพิ่มความเครียดมากขึ้นได้ ห้างเซ็นทรัล จึงร่วมพูดคุยกับ พญ.สุนิดา โสภณนรินทร์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 1 แนะนำคลายเครียดเพิ่มความสดชื่นรับหน้าร้อน ดังนี้ พญ.สุนิดา โสภณนรินทร์ 1.จัดการความคิด จริงๆ ความร้อนไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง แต่ความเครียดเกิดขึ้นเกิดจากความกังวล ความไม่สบายกายไม่สบายใจจากตัวเรามากกว่า เช่น อากาศร้อนทำให้กังวลว่าจะทำให้ผิวคล้ำ เหงื่อออกเยอะๆ จะมีกลิ่นตัวรึเปล่า เพราะฉะนั้น จึงต้องจัดการความคิดของเราให้ผ่อนคลายที่สุด ทำจิตใจให้สบาย อากาศร้อนแล้วจิตใจห้ามร้อนตาม 2.จัดการร่างกาย ต่อเนื่องจากข้อแรก คือดูว่า เรากังวลอะไร จะได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหานี้ เช่น กังวลว่าอากาศร้อนจะทำให้ผิวคล้ำขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือ จัดการร่างกายตัวเอง ดื่มน้ำมากๆ อาบน้ำชำระล้างคราบสกปรก หรือใช้ครีมกันแดด ก็จะช่วยให้เราคลายความกังวล และไม่เป็นสาเหตุของความเครียด 3.จัดการสิ่งแวดล้อม เลือกนำสิ่งแวดล้อมที่ดีเข้ามาใกล้ๆ เรา บ้านรก โต๊ะทำงานรก ก็ถือเป็นโอกาสจัดบ้าน
