ETC.
เมื่อปัญหาหนักเกินกว่าจะควบคุม สิ่งหนึ่งที่คนเรายังควบคุมได้ คือ “วิธีที่เรามองมัน” ภาพที่เห็นบ่อยในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม ไม่ใช่แค่ภาพคนกำลังรับมือกับสถานการณ์ แต่ยังมีมุก มีมีม มีการแซวสถานการณ์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนเรื่องเครียดให้กลายเป็นเรื่องขำๆ เกิดขึ้นเต็มโซเชียล คำถามคือ คนไทยมองโลกในแง่ดี หรือจริงๆ แล้วกำลังใช้ “อารมณ์ขัน” เป็นเครื่องมือรับมือกับความเครียด? ในทางจิตวิทยา การทำให้เรื่องเครียดกลายเป็นเรื่องขำ หรือพยายามมองหามุมที่ดีจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ อาจทำหน้าที่คล้าย Defense Mechanism หรือกลไกการป้องกันตัวทางจิตใจ ที่ช่วยลดความกังวลและความตึงเครียดลงได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที เช่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม รถติด หรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม การหัวเราะหรือเล่นมุกอาจช่วยให้เรารู้สึกว่า “อย่างน้อยเรายังรับมือกับมันได้” แต่การหัวเราะกับปัญหา ไม่ได้แปลว่าเราไม่รู้ว่าปัญหานั้นร้ายแรง เพราะคนหนึ่งคนสามารถรับรู้ได้พร้อมกันว่า “น้ำกำลังท่วม” และ “สถานการณ์นี้เครียดมาก” ขณะเดียวกันก็ยังสามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นมุกกับมันได้ นี่จึงอาจเป็น
การต้องทำงานกับหัวหน้า Toxic ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ซีรีส์ The Early Spring (早春晴朗) ได้ถ่ายทอดบทเรียนชีวิตออฟฟิศผ่านตัวละคร ซ่างจือเถา พนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานในบริษัทโฆษณาระดับท็อป แต่ต้องมารับมือกับ หลวนเนี่ยน หัวหน้าสายเนี้ยบ ปากร้าย เย็นชา ที่คอยพูดจาบั่นทอนและไล่เธอออกตั้งแต่แรกเจอ แต่สิ่งที่ทำให้เธออยู่รอดและเติบโตขึ้นได้ คือการเปลี่ยนคำพูดแย่ๆ ให้กลายเป็นเกราะป้องกันใจ ซึ่งวิธีสังเกตหัวหน้าที่เป็นพิษนั้นทำได้ไม่ยาก จากข้อมูลของ Craig Chappelow, Peter Ronayne และ Bill Adams ผู้เขียนหนังสือ The Toxic Boss Survival Guide ระบุว่า พวกเขามักจะมีนิสัยหลงตัวเอง, นกสองหัว, บ้าอำนาจและชอบบงการ หากใครที่กำลังเจอกับสถานการณ์ที่บั่นทอนจิตใจแบบนี้ นี่คือวิธีเปลี่ยนมุมมองและรับมือเพื่อก้าวผ่านมันไปให้ได้ 1. หัวหน้า Toxic มักสร้าง ความกลัวและความวิตกกังวล จนทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจ ดังนั้น ควรโฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณควบคุมได้ เพื่อหยุดความคิดวนเวียนและรับมือกับงานตรงหน้าได้อย่างมีสติ 2. ป้องกันการสั่งงานแบบสับขาหลอก ด้วยหลักฐานลายลักษณ์อักษร ในสังคมออฟฟิศที่มีความกดดันสูงและการเมืองเข้มข้น หัวหน้
สำหรับคุณ วิดีโอเกมที่เคยยอมจ่ายเงินซื้อแพงที่สุดคือเท่าไหร่? งานอดิเรกไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง สะสมของ หรือการเล่นเกม ค่าใช้จ่ายเพื่อความชอบส่วนตัวล้วนมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามต้นทุนของอุตสาหกรรมได้ตลอด และอุตสาหกรรมเกมก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่เริ่มมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้น หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ คือ “GTA VI” หรือ GTA ภาคที่ 6 เกมแอ็กชันผจญภัยชื่อดัง ที่ไม่ได้ถูกจับตามองเพียงเพราะเป็นหนึ่งในเกมที่ผู้คนทั่วโลกรอคอย แต่ยังรวมถึงราคาจำหน่ายของเกมที่แตกต่างจากระดับราคาปกติ เนื่องจากราคาเปิดตัวของเกมอยู่ที่ 79.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,690 บาท) และแพ็กเกจพิเศษที่ราคา 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,390 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคามาตรฐานของเกมระดับ AAA (วิดีโอเกมที่มีคุณภาพสูงมาก เทียบได้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูด) ที่อยู่ราว 69.99 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ราคาเกมในอนาคตอาจขยับสูงขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ GTA หรือ Grand Theft Auto คือซีรีส์เกมแอ็กชันผจญภัยที่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นอาชญากร เข้าไปอยู่ในเมืองสมมติ และมีอิสระในการสำรวจ ทำภารกิจ และดำเนินเรื่องราว
คุณเคยเจอคนที่พูดจาวกไปวนมา แต่ไม่เข้าเรื่องสักทีไหม? ไม่แน่ คุณอาจกำลังเจอกับมนุษย์ “Waffle” Waffle คืออะไร คำว่า Waffle ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าขนมรังผึ้ง แต่หมายถึง การพูดจายืดยาว วกวน และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่จำเป็น จนสุดท้ายไม่ได้ให้สาระหรือคำตอบที่ชัดเจนแก่ประเด็นหลัก ซึ่งมีหลักฐานการใช้ราว ค.ศ. 1610 ในความหมายเกี่ยวกับเสียงเห่าหรือเสียงร้องของสุนัข ก่อนพัฒนาเป็น “Waffle” และถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับการ “พูดพล่าม” ในราว ค.ศ. 1700 จนกลายมาเป็นคำที่ใช้เรียกการพูดวกวนหรือพูดไม่เข้าประเด็นในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วน “Waffle” ที่หมายถึงขนมวาฟเฟิลนั้นมาจากภาษาดัตช์ “wafel” ซึ่งไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทำไมคนบางคนถึงเลือกที่จะ Waffle? ในทางจิตวิทยาการพูดวกวนอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การควบคุมการพูดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ยาก ทำให้ในหัวมีความคิดหลายเรื่องจนรู้สึกอยากที่จะนำมาพูดพร้อมกัน ไปจนถึงการตั้งใจพูดอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือผลกระทบทางสังคม งานวิจัยด้านการสื่อสารใช้คำว่า “off-topic verbosity” เพื่ออธิบายลักษณะการพูดที่ยืดยาวและออกนอกประเด็น โดยพบว่า คนที
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความรีบร้อน หน้าจอสมาร์ทโฟน และความเครียดที่สะสมโดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจกำลังมองหาวิธีรีเซ็ตตัวเอง แต่รู้ไหมว่า สิ่งบำบัดความเหนื่อยล้าที่ดีที่สุด อาจไม่ได้อยู่ในกระปุกยา แต่อยู่ใน “ผืนป่า” และธรรมชาติรอบตัวเรานี่เอง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับ “Shinrin-yoku” (ชินรินโยกุ) หรือ “Forest Bathing (การอาบป่า)” เทรนด์ฮีลใจต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่แค่การไปเดินเล่นถ่ายรูป แต่คือการเอาตัวเองไปซึมซับพลังแห่งธรรมชาติ เพื่อเยียวยาปอด จิตใจ และร่างกายแบบครบวงจร ป่าช่วยฮีลเราได้ยังไง? เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเดินเข้าป่าแล้วรู้สึกสดชื่นทันที นั่นเพราะธรรมชาติมีกลไกซ่อนอยู่ดังนี้ ต้นไม้จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า Phytoncides เพื่อปกป้องตัวเอง สารนี้ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ในร่างกายมนุษย์ และช่วยกระตุ้น Natural Killer Cells ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องร่างกายเรา สีเขียวเป็นคลื่นแสง ที่ตาไม่ต้องปรับกล้ามเนื้อเพื่อโฟกัส จึงช่วยให้สายตาได้พักผ่อน อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ลวดลายซ้ำๆ ทางธรรมชาติที่พบใ
“Tinder” ตอกย้ำความเป็นผู้นำแอปพลิเคชันเดตติ้งอันดับ 1 ของโลก ปฏิวัติมุมมองผู้ใช้งานที่เคยรู้สึกว่าต้องเฟคตัวตนเพื่อหาคู่ เปิดแคมเปญรีแบรนด์ใหม่ “The Real Finds The One เป็นตัวจริงเคมียิ่งตรงใจ” สนับสนุนทุกคน “เป็นตัวตนจริงเพื่อเจอคนที่ใช่” ขยับจุดยืนแอปฯ เน้นความสัมพันธ์ที่จริงจังมากขึ้น Tinder เปิดผลการวิจัยทัศนคติและมุมมองต่อการใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่ของผู้ใช้งานในไทยพบว่า ผู้ใช้งานกลุ่ม Gen Z ชาวไทยรู้สึก “เหนื่อย” กับการหาคู่บนแอป เพราะการปัดหาคู่เริ่มสนุกน้อยลง และเจอคนแบบที่ใช่ยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจาะลึกลงไปว่าทำไมการเจอคนที่ใช่บนแอป กลับยากขึ้น Tinder พบว่า เกิดจากพฤติกรรมการใช้แอป เดตติ้งที่คนเรามักจะ “เฟค” พยายามสร้างตัวตนที่ดูดีในสายตาคนส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้สุดท้ายแล้วเหล่าคนโสดมักจะไม่ประสบความสำเร็จในความสัมพันธ์ นอกจากนี้ Tinder ยังพบข้อมูลสำคัญของคนโสดชาวไทยด้วยว่า แม้ว่าคนโสดส่วนใหญ่จะเปิดรับการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์แบบสบายๆ (casual) โดยมีจุดเริ่มต้นเป็น “คนคุย” ก่อนในช่วงแรก แต่ลึกลงไปแล้วในระยะยาว ผู้ใช้ชาวไทยต่างมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่า โดยเป็นความสัมพันธ
วัยทำงานหลายคนมาพร้อม “อาการปวด” ตามร่างกาย จนต้องนวดหรือทำกายภาพบำบัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยให้ดีขึ้นจริง แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาปวดที่เดิมอีก วงจรแบบนี้คือชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าคนวัยทำงานราวร้อยละ 60 มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ส่วนหนึ่งเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยไว้นานไม่ดูแล ในระยะยาวอาจลุกลามเป็นภาวะปวดเรื้อรังและข้อเสื่อมก่อนวัยได้ วันนี้ พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการนวดถึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ พร้อมแชร์แนวทางการตรวจด้วยเทคโนโลยี Posture Analysis ที่ช่วยให้ชาวออฟฟิศรู้ต้นเหตุของอาการปวดและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทำไม “นวด-กายภาพ” แล้วหาย แต่ไม่กี่วันก็ปวดเหมือนเดิม พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ อธิบายว่า อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ของคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำๆ จนเกิดปมตึงตัวขึ้นมา เมื่อนวดหรือทำกายภาพบำบัด ปมเหล่านี้จะคลายตัวและปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้หายขาดหากยังมีพฤติ
ปัจจุบันคนทั่วโลกมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรคคาดการณ์ว่าในปี 2578 จะมีผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกว่า 1.9 พันล้านคน ส่วนประเทศไทยเองก็มีคนที่อยู่ในกลุ่มนี้เกือบครึ่งประเทศ อ้างอิงจากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) ที่พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนถึงร้อยละ 45.0 และอ้วนลงพุงร้อยละ 44.7 ซึ่งครึ่งหนึ่งของคนอ้วนในไทยเป็นกลุ่มวัยทำงาน โดยเมื่อน้ำหนักเริ่มขึ้น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็มักเริ่มจากการกินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้หนักขึ้นเพื่อให้เห็นผลเร็วที่สุด ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล แต่กลับเป็นวิธีที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จในระยะยาว วันนี้ พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาแชร์วิธีลดน้ำหนักที่ไม่ต้องอดอาหารจนเสียสุขภาพ ซึ่งต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรทำให้ร่างกายของเราอ้วนง่ายและลดยาก ส่องสาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ “วัยทำงานอ้วนง่าย” พญ.ธนพร พุทธานุภาพ อธิบายว่า “วัยทำงานมีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายและลดยาก ได้แก่ การเผาผลาญลดลงจากอายุที่มากขึ้น ก
เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็น “เพื่อนสนิทที่รู้ใจ” ในชีวิตประจำวันไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Google ได้เผยรายงาน Gemini Report: Southeast Asia 2026 ซึ่งตอกย้ำว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตในการใช้งาน Gemini รวดเร็วกว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ ของ Google โดยมียอดผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนไทย ที่หันมาใช้ Gemini กันอย่างล้นหลาม พูดภาษาท้องถิ่นชัดแจ๋ว ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย เคล็ดลับความปังของ Gemini คือ “ความเข้าใจในภาษาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง” โดยเกือบ 70% ของคำสั่ง (Prompts) ถูกส่งด้วยภาษาท้องถิ่น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้นำเทรนด์นี้ ได้แก่ อันดับ 1 เวียดนาม 89% อันดับ 2 ไทย 87% และอันดับ 3 อินโดนีเซีย 84% สถาบันวิจัย AI Singapore (AISG) ได้ประเมินผ่านกรอบ SEA-HELM และยกให้ Gemini เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ประสิทธิภาพดีที่สุดในภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเข้าใจบริบทวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำ ต่อมา กลุ่มผู้ใช้งานหลัก คือคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็น 40% ของประชากรในภูมิภาค โดยวัยรุ่นกล
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ เข้าสู่วันสุดท้ายของการจัดงาน แต่สาระความรู้ยังอัดแน่นจัดเต็ม กล้อง – อาริยะ คําภิโล CEO & Founder แบรนด์โจนส์สลัด กล่าวบนเวที Health Talk : กินเปลี่ยนเซลล์ – เคล็ดลับอาหารชะลอวัย สไตล์โจนส์สลัด ว่า “สุขภาพดี” ไม่ได้วัดกันที่กล้ามใหญ่ หรือวิ่งได้ไกล แต่คือ “ร่างกายที่ทำงานได้ปกติ” ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีภายในหนึ่งเดือนทุกคนสามารถทำได้ แต่ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีให้ถึงร้อยปี เป็นเรื่องยากและท้าทาย โรค NCDs ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในสมัยก่อน เช่นในยุคหินมนุษย์ต้องเดินเป็นสิบกิโลเพื่อหาอาหาร เจอปลากินปลา เจอผลไม้ก็กินไปเรื่อย ทำให้ร่างกายถูกกำหนดให้กินหลากหลาย กระทั่งเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินหลากหลายน้อยลง และกินหลากหลายน้อยลงอีกเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม มีการผลิตแป้งและขนมต่างๆ ส่งผลให้ร่างกายติดบั๊ก เพราะกินอาหารที่เป็น Real Food มานาน จึงไม่ชินกับอาหารใหม่ๆ เท่าไหร่&nb
