Featured การเงิน และการตลาด ข่าววันนี้

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รู้ไหม “ทอง” แยกได้ทั้งหมดกี่ประเภท?

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รู้ไหม “ทอง” แยกได้ทั้งหมดกี่ประเภท?

ทอง – “ทอง” จัดเป็นธาตุแท้ชนิดหนึ่ง ที่มีมูลค่ามหาศาล ลักษณะเป็นโลหะเนื้ออ่อน ที่นิยมนำมาทำเป็นทองแท่งหรือเครื่องประดับต่างๆ เพื่อเสริมบารมีผู้ใส่ รวมทั้งเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะซื้อง่ายขายคล่อง ธนาคารแห่งชาติทั่วโลก จึงนิยมใช้ทอง หรือทองคำ เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ราคาทอง สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในช่วงนั้นๆ ได้

ยิ่งช่วงนี้บ้านเราเศรษฐกิจฝืด ธุรกิจหยุดชะงักจากพิษโควิด ราคาทองปรับขึ้น เราจึงเห็นคนแห่ไปที่ร้านทองกัน ทั้งซื้อเก็บไว้เก็งกำไร หรือกระทั่งนำไปขายแลกเงินมาใช้จ่าย แล้วรู้หรือไม่ว่า ทอง ที่ซื้อขายกันอยู่ทุกวันนี้ มีกี่ประเภท? แล้วแต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร? คุณเติ้ง – ธามาริน เจริญพิทักษ์ ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ของร้านทองเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี อย่าง “บ้านต้นมะขาม” ได้ให้ความรู้เรื่องทองที่ซื้อขาย หรือนำมาทำเป็นเครื่องประดับในปัจจุบันกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”

คุณเติ้ง – ธามาริน เจริญพิทักษ์ ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ของร้านทองเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี อย่าง “บ้านต้นมะขาม”

โดยหลักๆ แล้วประเภทของทอง แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่

1. ทองคำ เป็นทองคำ 99.99% หรือ ทอง 24k ถือเป็นทองบริสุทธิ์ที่สุด มักนำมาทำเป็นสร้อยคอ คุณสมบัติของทอง 24k จะมีความนิ่ม และ เหนียว เพราะฉะนั้น เมื่อนำมาทำเป็นสร้อยคอแล้ว อาจจะมีการยืดได้ แต่จะไม่ขาด โดยวิธีสังเกตง่ายๆ คือ ถ้าเป็นสร้อยคอ หรือ แหวน จะมีปั๊มว่า 99.99 ตามปลายสร้อยนั่นเอง

2.  ทอง 96.5% หรือที่เราได้ยินติดปากกันในเมืองไทยว่า ทอง 100% ไทย ซึ่งความจริงคุณเติ้งกล่าวว่า ส่วนผสมไม่ใช่ทอง 100% แต่เป็นทอง 96.5% ซึ่งมีความบริสุทธิ์น้อยกว่าทอง 99.99 เล็กน้อย สีของทอง 96.5% จะเป็นสีทอง มีความเหลืองกว่าสีของทอง 99.99 ซึ่งจะมีลักษณะเหลืองด้านๆ วิธีสังเกตจะง่ายๆ เหมือนกัน คือ จะดูตามปลายสร้อยคอ หรือ แหวน จะมีปั๊มว่า 96.5

3. ทอง 90% เป็นทองที่มักนำมาใช้ทำจิวเวลรี่ อย่างเช่น เข็มกลัด  หรือแหวนแต่งงาน เพราะด้วยความที่มีทองผสมถึง 90% หรือ 20k ทำให้เนื้อทองมีความแข็ง สามารถตะไบ หรือ ฉลุ ให้มีความเหลี่ยมได้ คมสวยกว่าทองที่มีความนิ่ม ไม่ค่อยเกิดการบิดเบี้ยว และสีของทอง 90% จะมีความคล้ายคลึงกับทอง 96.5%

4. White Gold (ไวท์ โกลด์) หรือทองขาว ในภาษาไทย คนจะสับสนกันระหว่าง ทองขาว กับ ทองคำขาว  ซึ่ง ทองขาว คือ White Gold มีส่วนผสมของทอง 75% ผสมกับแพลทินัม แล้วแต่สัดส่วนของสูตรนั้นๆ เพื่อให้ออกมาเป็นทองขาว 18k การทำให้เกิดลวดลายหรือทรง จึงทำได้หลากหลาย

5. ทองคำขาว คือ แพลทินัม 100% ข้อดีของแพลทินัม คือ มีความแข็งมาก คนจึงนิยมนำแพลทินัมไปทำแหวนเพชร เพราะตัวหนามเตยที่ใช้เกาะเพชร มีโอกาสหลุดน้อยกว่าวัสดุอื่นๆ จึงทำให้ราคาของแพลทินัมสูงมากเช่นกัน ลวดลายในการใช้แพลทินัมทำแหวนค่อนข้างจะจำกัด เพราะด้วยความแข็ง จึงทำให้ช่างทำงานลำบาก

6. Pink Gold (พิ้งก์โกลด์ ) หรือ Rose Gold (โรสโกลด์) ลักษณะเหมือนทองขาว คือเป็นทอง 18k ซึ่งพิ้งก์ โกลด์ จะมีทองผสมอยู่ 75% บวกกับอัลลอย พิ้งก์ จากอิตาลี นำมาผสมอัลลอยในสัดส่วนที่จะใช้กับทอง แล้วแต่สูตร สูตรใครสูตรมัน แล้วแต่สีที่เราต้องการออกมา คุณสมบัติจึงเหมือนกับทองขาวทุกประการ คือ แข็ง ทำจิวเวลรี่ได้สวย เนี้ยบ เนียน แต่ไม่ได้แข็งมากถึงขนาดดัดทรงหรือทำให้เป็นทรงสวยงาม ซึ่งตัวอัลลอยที่นำมาผสม เป็นอัลลอยที่ทางอิตาลีได้จดลิขสิทธิ์ไว้ จึงไม่เปลี่ยนสีนั่นเอง

 

เผยแพร่ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ.2563

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม