Featured Exclusive

ปรับตัวรับจ๊อบยังไม่พอ! โรงแรม 5 ดาว ผันตัวเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก

ปรับตัวรับจ๊อบยังไม่พอ! โรงแรม 5 ดาว ผันตัวเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก เพื่อความอยู่รอด

วนกลับมาครบ 1 ปีของการระบาด และเป็นจังหวะที่เกิดการแพร่ระบาดขึ้นอีกรอบ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณเป้-เปเป้ อรุณานนท์ชัย วัย 25 ปี ทายาทเจ้าของโรงแรม สยาม แมนดาริน่า ที่ผุดบริการ โฮเทลรับจ๊อบ อีกครั้ง

เขาเล่าว่า หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้ธุรกิจโรงแรมต้องปิดให้บริการชั่วคราว และหารายได้เสริมเพื่อหล่อเลี้ยงพนักงานด้วยการผุดบริการ โฮเทลรับจ๊อบ สต็อปโควิด แต่เพียงเท่านั้น ดูเหมือนจะไม่เพียงพอกับการเลี้ยงพนักงานหลายสิบชีวิต เพราะโควิดก็ระบาดอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้ลดน้อยลง คุณเป้จึงตัดสินใจ เข้าร่วมเป็น ASQ (Alternative State Quarantine) หรือ สถานที่กักตัวทางเลือก อีกทางหนึ่ง

คุณเป้-เปเป้ อรุณานนท์ชัย วัย 25 ปี ทายาทเจ้าของโรงแรม สยาม แมนดาริน่า
คุณเป้-เปเป้ อรุณานนท์ชัย วัย 25 ปี ทายาทเจ้าของโรงแรม สยาม แมนดาริน่า

“เราปิดในส่วนของโรงแรมยาวเลยครับตั้งแต่นักท่องเที่ยวไม่มาเพราะเกิดโควิด จนมาเปิดเป็น ASQ (สถานที่กักตัวทางเลือก) เมื่อประมาณเดือน 5 ปีที่แล้ว ซึ่งพอทำในรูปแบบนี้ก็ถือว่าพออยู่ได้ นอกจากนี้ ผมเองก็มีบริษัท Startup ที่ทำเกี่ยวกับจองโรงแรม ASQ ด้วยเหมือนกันครับ” ผู้บริหารหนุ่ม ว่า

แน่นอนว่าการเข้าร่วมเป็น ASQ (สถานที่กักตัวทางเลือก) ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนขององค์กรตามมา อาทิ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ยอมรับได้ ดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย

“ถ้าจ่ายค่าเข้าร่วมไม่มีครับ แต่จะมีที่การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับการดำเนินการให้เป็น ASQ ได้ เช่น ซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ชุด PPE กล่องใส่อาหารใช้แล้วทิ้ง อะไรประมาณนี้ แล้วก็ต้องมีการหาพาร์ตเนอร์ร่วมกับโรงพยาบาล รายได้ที่ได้มาก็จะแบ่งกัน”

“จริงๆ มีหลายโรงแรมเหมือนกันครับที่รับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว จนออกจากการเป็น ASQ ไป รวมถึงปัจจุบันบางส่วนก็ปรับเป็น Hospitel ด้วย เพราะแต่ละเดือนจำนวนคนเดินทางเข้าประเทศมันระบุไม่ได้ ไหนจะโรงแรมทั้งหมดในระบบมีประมาณ 130 โรงแรม 15,000 ห้อง ทำให้ไม่ได้มีการจองเต็ม รายได้ก็เรียกว่าเข้ามาเพื่อให้อยู่รอดครับ เพราะห้องก็คละๆ กันไปในแต่ละโรงแรม ตามความต้องการของผู้ป่วย ก็เป็นทางเลือกของโรงแรมเองว่า จะทำหรือเปล่า รัฐเขาก็ไม่ได้สนับสนุนอะไรมาก” คุณเป้ เล่าอย่างนั้น

โดยราคาการเข้าพักสำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิดนั้น อยู่ที่แต่ละโรงแรมว่าเริ่มต้นที่เท่าไหร่ ส่วนโรงแรมสยาม แมนดาริน่า ของคุณเป้ คิดเป็นแพ็กเกจกักตัว ดังนี้

– 7 วัน 26,000
– 10 วัน 33,000
– 14 วัน 41,000

และมีการให้บริการ ดังนี้
– ตรวจโควิด 2 ครั้ง
– อาหาร 3 มื้อ
– รถรับที่สนามบิน เป็นต้น

อดถามไม่ได้ว่า ทำแบบนี้ไม่กลัวกันหรือ คุณเป้ กล่าวว่า ทุกคนก็กลัวกันหมดทั้งโรคทั้งไม่มีกิน แต่การทำแบบนี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของโรงแรมทั้งในตอนนี้และอนาคต เนื่องจากโควิดคงไม่หายไปในทันที และการเป็น ASQ นั้น คือการยกระดับการบริการที่แทบจะเหมือนโรงพยาบาล ทำให้มั่นใจได้ว่า คุณภาพบริการ ความสะอาด และความปลอดภัยต้องดีกว่าเป็นโรงแรมธรรมดา ซึ่งทำให้พนักงานของโรงแรมมีความรู้ความเข้าใจที่มากขึ้น เหมือนเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับยุคหลังโควิดเหมือนกัน

“จริงๆ ที่ผ่านมาก็มีมาตรการหลายๆ อย่างในการช่วยเหลือโรงแรมนะครับ เที่ยวด้วยกัน, Soft loan ประกันสังคม ซึ่งต่อให้มีมาตรการอะไรออกมาก็ยังไม่สามารถช่วยได้ทั้งภาคธุรกิจอยู่ดี เนื่องจากเราพึ่งพาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก จากที่เราลดมาเหลือ 7 วัน และ 10 วันแล้ว ไม่ได้ช่วยให้มี demand เพิ่มขึ้นเลยผมว่าปัญหาใหญ่จริงๆ คือการที่โรงแรมในไทยนั้น ทำแบบไม่ถูกกฏหมายอยู่เยอะ เช่น ไม่มีใบอนุญาตโรงแรม ซึ่งเท่าที่เข้าใจ มีโรงแรมนอกระบบถึง 50% ของโรงแรมทั้งประเทศ ทำให้ไม่สามารถเข้าข่ายกลุ่มที่ภาครัฐจะช่วยได้” คุณเป้ แสดงความคิดเห็น ทิ้งท้าย

 

เผยแพร่ครั้งแรก วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2564

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว