เปิด 3 พฤติกรรม ที่จะเปลี่ยนเจ้าของกิจการ ให้เป็นผู้ประกอบการระดับสูง


กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
เวลาบนท้องถนนทุกนาทีล้วนมีค่า โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เพราะนั่นคือโอกาสทองในการสร้างรายได้ แต่มีไรเดอร์กลุ่มหนึ่งที่เลือก “เสียสละ” เวลาในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่เคยคาดหวังคำขอบคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ พวกเขาเหล่านี้เรียกตัวเองว่า “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา ที่จะคอยช่วยเหลือกันในคอมมูนิตี้คนขับ รวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเห็น แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ GrabRanger มีเหมือนกันคือ “จิตสาธารณะ” ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยเติมเต็มวันดีๆ ให้กับพวกเขาและส่งต่อพลังบวกให้เกิดขึ้นในสังคมในฐานะ “ฮีโร่แห่งท้องถนน” จากวันที่ไม่มีใครหยุดช่วย…สู่คนที่ไม่เคยละเลยใคร จุดเริ่มต้นกลุ่ม GrabRanger เริ่มจาก “ประสบการณ์ตรง” ของ เชิดชัย ภานุวงศ์ หรือ “พี่เชิด” ไรเดอร์วัย 58 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GrabRanger ที่เคยเผชิญปัญหาบนถนนเพียงลำพัง “ตอนนั้นผมน้ำมันหมดกลางทาง ต้องเข็นรถบนถนนอยู่คนเดียวไกลมากๆ มีรถเป็นร้อยๆ คันที่ขับผ่านมาก็ขับผ่านไปเฉยๆ ไม่มีใครช่วยเลย มันรู้สึกท้อใจมาก แต่แล้วก็มีคนหนึ่งยอมจอดลงมาช่วยเข็นรถผมไปด้วยกันจนถึงปั๊มใกล้เคียง วินาทีนั้นผม
ในปัจจุบันกับโลกยุค AI เพียงแค่คุณมีไอเดีย กำแพงเรื่องทักษะการเขียนโค้ดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เหมือนกับเรื่องราวของ จู ชูหาน (Zhu Shuhan) เด็กสาววัย 13 ปีในประเทศจีน ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอสามารถพัฒนาแอปจาก AI จนสร้างรายได้ถึง 18,000 หยวน (ประมาณ 90,000 บาท) ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ทั้งที่ไม่มีทักษะด้านการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย จู ชูหาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนครเซี่ยงไฮ้ ได้เข้าร่วมการแข่งขันการตลาดผลิตภัณฑ์ AI ระดับชาติ ณ เมืองหังโจว ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคมที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่มีกรรมการสายเทคนิคมาตัดสิน แต่ใช้วิธีวัดผลผู้ชนะจากรายได้จริง ที่แอปพลิเคชันสร้างได้ภายในระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผลปรากฏว่า เธอสามารถคว้าอันดับที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 5,000 หยวน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 50 คน โดยแอปพลิเคชันที่เธอสร้างขึ้นมีชื่อว่า Zai Chang แปลว่า On Site หรืออยู่ตรงนี้ สามารถกวาดคำสั่งซื้อได้ถึง 90 รายการ และทำยอดขายรวมสูงถึง 18,000 หยวน ระบบการทำงานของแอปพลิเคชันนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้ปกครองยุคใหม่ เพียงแค่ผู้ปกค
จากอาหารอีสานที่คุ้นเคย วันนี้หลายร้านหยิบ “ความม่วน” มาเล่าใหม่ ผ่านบรรยากาศและดนตรีที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ตั้งแต่การมิกซ์แผ่นเสียง เปิดเพลงหมอลำ ไปจนถึงการตกแต่งร้านที่มีคาแรกเตอร์ ทำให้การกินลาบ ส้มตำ กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ “เส้นทางเศรษฐี” ชวนปักหมุดร้านอีสานไวบ์ดี ที่รวมทั้งของแซ่บ ดนตรีม่วน และบรรยากาศสนุกๆ ไว้ด้วยกัน จะนั่งกินข้าว ฟังหมอลำ หรือปล่อยจอยไปกับเสียงเพลง ก็ได้ฟีลอีสานแบบร่วมสมัยที่สายกินและสายเที่ยวไม่ควรพลาด เริ่มต้นที่ “สตูดิโอลาบ” ของ “ตั้ม – กฤตวัฒน์ สุริย์, บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์” จุดเด่นของร้านนี้คือ “อาหารรสมือพ่อแม่” ของคุณตั้ม พ่อครัวแม่ครัวประจำร้านที่ปรุงอาหารทุกจานด้วยความพิถีพิถัน ในแบบ ‘อีสานสไตล์นครพนม’ ด้วยประสบการณ์เปิดร้านส้มตำมากว่า 30 ปี มีทั้ง ลาบเป็ด ตำหมูยอ ซอยจุ๊จากเนื้อน่องลาย เปาะเปี๊ยะ เนื้อแดดเดียวย่างกินกับแจ่วบอง เมนูเด็ดที่ต้องสั่ง ส่วนบรรยากาศร้านก็เต็มไปด้วยควาสนุกสนานถึงกับต้องลุกมาเซิ้ง เพราะตั้มและเพื่อนจะหมุนเวียนมาเปิดแผ่นเสียงที่ไม่ได้มีแค่หมอลำม่วนๆ
Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิมๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม เทรนด์ประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบร
การมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” อาจเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ในอีกด้านก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง หากผู้ประกอบการไม่ได้วางขอบเขตและทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้คำแนะนำว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเริ่มต้นกิจการ ผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองว่ามีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพหรือธุรกิจนั้นอย่างไร มีความพร้อมด้านเวลา แหล่งทุน รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจนั้นหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ การวางแผนธุรกิจ จะทำให้มองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคความท้าทายต่างๆ ของธุรกิจ อุตสาหกรรมหรือคลัสเตอร์ธุรกิจนั้นอย่างละเอียดรอบครอบรัดกุม หากมีความจำเป็นต้องมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” สิ่งที่ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบ คือ มีเป้าหมาย มีความจำเป็นเพื่อเติมเต็มในห่วงโซ่ธุรกิจ หรือจุดแข็งของหุ้นส่วนที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร สัดส่วนการถือหุ้นเท่าไหร่เหมาะสม โครงสร้างธุรกิจและการแบ่งหน้าที่บทบาทการทำงาน สัญญาการเข้าหุ้นกิจการและข้อตกลงที่ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคตเพิ่มเติม สิ่งสำค
ความท้าทายทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้บริโภคเลือกชะลอแผนการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยออกไปก่อน และหันมาเลือกเช่าแทน ส่งผลให้เทรนด์การเช่าอย่าง Generation Rent กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคนหาบ้านยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ระยะยาว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยข้อมูลล่าสุดจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ฯ ในเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ภาพรวมความต้องการเช่าทั่วประเทศยังคงมีทิศทางเติบโต และมีสัญญาณบวกในหลายทำเล ดังนี้ สัญญาณบวกจากเทรนด์ Generation Rent ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้เช่าจึงไม่ควรมองข้ามการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนปล่อยเช่า 6 เช็กลิสต์ที่ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้ 1. สำรวจต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ ผู้ให้เช่าควรเริ่มต้นจากการสำรวจต้นทุนทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบ โดยจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายแต่ละส่วน เช่น ต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายสม่ำเสมออย่างค่างวดที่ต้องผ่อนชำระในกรณีที่ยื่นกู้ธนาคาร, ค่าส่วนกลาง, ค่าประกันภัยต่างๆ และต้นทุนที่ยืดหยุ่นได้อย่างการตกแต่งที่สามารถปรับงบให้เหมาะสมได้เอง อย่างไรก็ดี ผู้ใช้เช
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน
