“ทองหล่อ” ในภาพของใครหลายๆ คน อาจนึกถึงพื้นที่ที่เป็นแหล่งทางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยบริษัท คอนโดหรู รวมไปถึงสถานบันเทิงอันเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่านักเที่ยวไฮโซ
แต่อาจจะน้อยคนนักที่ทราบว่า ในทองหล่อซอย 3 ยังมีพื้นที่ขนาด 250 ตารางวา ที่ถูกอุทิศให้เป็นสาธารณะประโยชน์ ที่แห่งนี้คือ “สวนครูองุ่น” โดยผู้ตั้งชื่อคือ คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ เพื่อเป็นเกียรติและเฉลิมฉลองให้กับคุณครูองุ่น มาลิก ประหนึ่งว่าตัวท่านและเจตนารมณ์ในการทำประโยชน์เพื่อสังคมจะยังคงอยู่ ไม่หายไปไหน
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณโซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ

โมเดล “ธุรกิจเพื่อสังคม”
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ที่ดินผืนนี้เป็นของ คุณครูองุ่น มาลิก ซึ่งก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2533 ท่านได้เขียนพินัยกรรมและบันทึกประจำวันทิ้งไว้เพื่อแสดงความตั้งใจที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เกิดประโยชน์ต่อสังคม จนกระทั่งเกิดความร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิไชยวนาและมูลนิธิกระจกเงา
“เราจำได้ว่าเราเข้ามากับอาสาสมัครจำนวน 40 คน นักเรียน นักศึกษา คนทั่วไป มาเคลียร์พื้นที่ก่อนหนึ่งเดือน แล้วมาออกแบบพื้นที่ว่าเราจะทำอะไรกัน เลยได้คอนเซ็ปต์ว่าจะทำเป็นสวนหน้าบ้าน”
การทำสวนสาธารณะขนาดเล็กในทำเลทองที่มีมูลค่าหลักร้อยล้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วงปีแรกที่คุณโซเฟียต้องเจอกับความไม่เข้าใจของคนในพื้นที่
เธอเล่าว่า “ตอนแรกยากมากค่ะ คนทองหล่อเขามองว่าเราคือธุรกิจอะไร จะมาขายอะไร ยิ่งเฟสแรกเรามีรั้วกั้น มันยิ่งทำให้คนไม่กล้าเข้ามา เพราะเขาก็จะตั้งคำถามแหละว่าจะเสียค่าใช้จ่ายหรือเปล่า หรือเหมาะกับเขาหรือเปล่า”
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 1 ปี เมื่อตัดสินใจทลายกำแพงและรื้อรั้วออก เพื่อเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะเต็มรูปแบบ นำกิจกรรมวันเด็กเข้ามาเชื่อมสัมพันธ์ จนในที่สุดปีที่ 3-4 สวนครูองุ่นก็กลายเป็น Open Space มีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว แวะเวียนเข้ามา

นวัตกรรมการแบ่งปัน ท่อน้ำเลี้ยงของ “สวนครูองุ่น”
เวลาคนได้ยินคำว่า “มูลนิธิกระจกเงา” จะนึกถึงของบริจาค ทำให้ “สวนครูองุ่น” กลายเป็นจุดรับบริจาคในโซนสุขุมวิท ที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรมการแบ่งปัน” ผ่านร้านกาแฟและ Charity Shop ที่เป็นเหมือนท่อน้ำเลี้ยง เปลี่ยนของบริจาคให้กลายเป็นทุนทรัพย์หมุนเวียน
เพนพอยต์สำคัญของคนทำงานภาคสังคมมักจะลืมนึกถึงคำว่า “เศรษฐกิจหมุนเวียน” แต่สำหรับสวนครูองุ่นที่นี่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะแทบจะไม่ได้รับทุนเลย แต่ได้รับการซัพพอร์ตแทน จากการที่คนเข้ามามีส่วนร่วมในการจับจ่ายใช้สอย
“ของที่นี่ราคาเริ่มต้นที่ 1 บาท เพดานของเราไม่เกินหมื่น คุณซื้อได้เลย เงินทุนที่ได้จากตรงนี้จะถูกหมุนเวียนกลับมาเป็นกองทุนจัดกิจกรรมให้เด็ก ผู้สูงอายุ และขับเคลื่อนสวนโดยที่เราแทบไม่ต้องเดินไปขอทุนจากใครเลย มันทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้ 100% ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นมา”
จนกลายเป็น Sandbox และ Community สำคัญที่ดึงดูดทั้งอาสาสมัคร ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่แวะเวียนมาปล่อยของและจัดกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทีมงานรับทราบโปรดักชั่น, พี่ลุลา, คุณแอน ทองประสม, คุณยิปโซ รวมถึงป้าเจี๊ยบ (พี่เลี้ยงน้องแอบิเกล) ที่แวะเวียนมาสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกและทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนเป็นประจำ

เป้าหมายของสวนครูองุ่นไม่ใช่แค่การเป็น “ปอด” แต่คือการเป็น “ตับไตไส้พุง”
คุณโซเฟียเล่าว่า สวนครูองุ่นให้ความรู้สึกเหมือนศาลาประชาคมในเมืองใหญ่ที่ทุกคนไม่ต้องเสียเงินซื้อที่นั่งพักผ่อน และในปี 2570 นี้ เตรียมพบกับสวนครูองุ่นเฟส 2 ที่จะเพิ่ม “โรงละครอเนกประสงค์” เพื่อแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมในหน้าฝน พร้อมผลักดันศิลปวัฒนธรรมให้เข้มข้นกว่าเดิม ด้วยความต้องการที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับคนอยากปล่อยของและเครือข่ายนักกิจกรรม เพื่อตอกย้ำว่าเมืองที่ดีคือเมืองที่คนเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้จริงๆ
และหากมองไปในอนาคต โมเดลของสวนครูองุ่นยังสอดคล้องกับนโยบาย “สวน 15 นาที” ของกรุงเทพมหานคร เพราะตั้งอยู่ห่างจาก BTS ทองหล่อ เพียงการเดินแค่ 10 นาทีเท่านั้น
“เราอยากเห็นโมเดลสวนครูองุ่นกระจายอยู่ทุกที่ ทุกเขต 50 เขตในกรุงเทพฯ มันไม่จำเป็นต้องเป็นปอดขนาดใหญ่เหมือนสวนลุมพินี แต่เปรียบเสมือนตับไตไส้พุงที่อยู่ในย่านพักอาศัย เป็นศาลาประชาคมคนเมืองที่ทุกคนเข้าถึงง่าย เดินเหนื่อยๆ ก็แวะมานั่งพัก มาเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท ถ้าทำได้จริง กรุงเทพฯ จะกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่และวาไรตี้ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ” คุณโซเฟียกล่าวทิ้งท้าย
พิกัด : สวนครูองุ่น ทองหล่อซอย 3 (ใกล้ BTS ทองหล่อ)
#สวนครูองุ่น #มูลนิธิกระจกเงา #ทองหล่อ #พื้นที่สาธารณะ #พื้นที่สร้างสรรค์ #คนเมือง
