“ผัดกะเพรา” ขึ้นอันดับ 3 เมนูที่ดีที่สุดในโลก ปี 2023 พาอาหารไทย 4 จานติด 1 ใน 100 ด้วย
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Tasteatlas เว็บไซต์คู่มือเดินทางอิงประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารแบบดั้งเดิม ต้นตำรับ ตามบทวิจารณ์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนนักวิจารณ์อาหาร ได้เผยแพร่อันดับ 100 เมนูที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า ‘เมนูอาหารไทย’ ติดถึง 5 เมนู ได้แก่
อันดับที่ 3 ผัดกะเพรา อันดับที่ 6 ข้าวซอย อันดับที่ 10 พะแนง อันดับที่ 15 ต้มข่าไก่ และอันดับที่ 73 แกงมัสมั่น
สำหรับ เมนูผัดกะเพรา ที่ติดอันดับสูงสุดคือที่ 3 นั้นทางเว็บไซต์ระบุว่า เมนูจานผัดดั้งเดิมนี้ผสมผสานระหว่างเนื้อสับ หรืออาหารทะเล กับโหระพา ตลอดจนส่วนผสมอื่นๆ เช่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม พริกไทย เติมรสด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำตาล น้ำปลา เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ไข่ดาว และมีน้ำปลาเป็นเครื่องเคียง ที่น่าสนใจคือ ผัดกะเพรา ยังติดอันดับที่ 4 ในหมวดจานโปรดของชาวต่างชาติในไทยด้วย

ที่มา
แจกสูตร ผัดกะเพรา ที่อร่อยที่สุดในโลก
แจกสูตร ผัดกะเพรา ที่อร่อยที่สุดในโลก ครัวเนื้อหอม ผู้ชนะเลิศ World Kaphrao Thailand Grand Prix 2023
Latest Posts
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น กำเ
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
