อาชีพเดียวไม่พอ กัปตันหนุ่มนามสกุลดัง เปิดร้านกาแฟ หารายได้ช่วงวิกฤต
วิกฤตโควิด-19 สอนให้รู้ว่า การมีอาชีพเดียวถึงแม้จะเป็นอาชีพที่คิดว่ามีรายได้ค่อนข้างดี หาคนทดแทนยาก เป็นอาชีพที่มั่นคง ยังได้รับผลกระทบและไม่มั่นคงอีกต่อไป จึงเป็นที่มาของการเปิดร้านกาแฟ Cuppitano Coffee คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ ฟีลกินกาแฟบ้านเพื่อน by กัปตันจอห์น ภมรมนตรี ศิษย์เก่าสถาบันการบิน (RSU02) มหาวิทยาลัยรังสิต
คุณจอห์น ภมรมนตรี เล่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ตอนนั้นได้รับเงินเดือนเพียงเล็กน้อย บวกกับได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม หากเปรียบเทียบกับรายได้ปกติยอมรับว่าแตกต่างกันมาก เลยมองหาอาชีพเสริมที่จะหารายได้อีกทางหนึ่ง ส่วนตัวชอบดื่มกาแฟ ศึกษาเรื่องกาแฟ จึงนำความชอบตรงนี้มาเปิดร้านเล็กๆ ในแบบที่ชอบ และอยากให้คนที่ชอบกาแฟได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนมากินกาแฟบ้านเพื่อน

ร้านตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมืองเอก ใกล้กับมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เรียนจบที่นี่รู้สึกผูกพัน เลยนำสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็น มาตั้งเป็นชื่อร้าน Cuppitano Coffee
“โตมาในครอบครัวนักบิน จึงเดินตามรอยคุณพ่อ ช่วงนั้นสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดหลักสูตรนักบินพาณิชย์ที่ได้รับปริญญาตรีและใบประกอบวิชาชีพนักบินได้ภายใน 4 ปี ซึ่งประหยัดเวลาเรียนไปเกือบ 2 ปี (เพราะหลักสูตรนักบินปกติจะรับคนที่จบปริญญาตรีก่อนแล้วค่อยไปเรียนต่อหลักสูตรนักบิน) จึงเลือกเรียนนักบินที่สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เปิดรับเป็นรุ่นที่ 2 ของหลักสูตร
ตอนเรียนฝึกบินเรียนเก็บชั่วโมงที่ประเทศไทยก่อนจนถึงตอนปล่อยบินเดี่ยว (การบินด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีครูฝึกนั่งไปด้วย) หลังจากปล่อยบินเดี่ยวได้ย้ายไปเรียนที่ Gander Flight Training ประเทศแคนาดา ศูนย์ฝึกบินในความร่วมมือของสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต โดยใช้เวลาฝึกบินประมาณ 1 ปีกว่า

สำหรับประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกบินในต่างประเทศคือ เรื่องสภาพอากาศ ประเทศไทย จะเจอสภาพอากาศร้อนและฝน แต่ที่แคนาดา ลืมเรื่องหน้าร้อนไปได้เลย เพราะจะเจอกับหน้าหนาวและหิมะ เวลาบินช่วงหน้าหนาวน้ำแข็งก็จะเกาะที่ปีกเครื่องบิน ดังนั้น จึงได้ประสบการณ์ในเรื่องของการละลายน้ำแข็งที่ปีกเครื่องบิน การควบคุมเครื่องบินจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป
เมื่อเรียนจบได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี สามารถนำใบอนุญาตไปยื่นสมัครสอบคัดเลือกตามสายการบินต่างๆ ที่เปิดรับสมัครได้เลย ซึ่งเขาสอบที่สายการบินนกแอร์ โดยการสอบความรู้ทางด้านการบิน สอบภาษาอังกฤษ และสุดท้ายคือ การสอบสัมภาษณ์ หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ต้องเรียนวิชาต่างๆ ของบริษัทฯ (สายการบินที่เราสอบผ่าน)
มีความรู้เบื้องต้นแล้ว จึงไปฝึกกันต่อเป็นการฝึกกับเครื่องบินจำลอง หรือที่เรียกว่า Flight Simulator โดยเครื่องบินที่ใช้ฝึกบินจำลองนี้จะเป็นเครื่องพาณิชย์ของสายการบิน ไม่ใช่เครื่องฝึกบินเล็กๆ เหมือนสมัยที่เรียน ฝึกเสร็จต้องสอบอีกรอบ สอบผ่านไปฝึก School Flight คือการบินจริง เป็นเครื่องเปล่าไม่มีผู้โดยสาร โดยทั้งเครื่องจะมีแค่ตัวเองกับครูอีกคนหนึ่งเท่านั้น เป็นการบินประมาณ 2 ไฟล์ต บินไปต่างจังหวัดเพื่อฝึกการขึ้น-ลงสนามบินให้คล่องและก็สอบอีกครั้ง ถ้าผ่านก็ได้บินจริงกับเครื่องที่มีผู้โดยสาร
ไฟล์ตแรกของการเป็นนักบินอาชีพ คือไปสกลนคร ตื่นเต้นมากเพราะไม่ได้บินคนเดียวหรือบินกับครูฝึก แต่มีผู้โดยสารและลูกเรืออีก 60-70 คนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา แต่พอผ่านจุดนั้นมาได้รู้สึกดีใจมากว่าทำได้แล้ว ทำสำเร็จแล้ว แต่พอบินไปถึงจุดหมายปลายทางก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อ คือต้องเตรียมเครื่องใหม่ เซตแผนการบิน ดูสภาพอากาศ ดูเส้นทางบิน เหมือนกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่เริ่มสตาร์ตเครื่อง หมายถึงกำลังบินใหม่ ทุกไฟล์ตไม่เหมือนเดิม

คุณจอห์น เล่าอีกว่า เป็น Co-pilot สายการบินนกแอร์ประมาณ 3 ปี จึงย้ายไปสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เก็บชั่วโมงบินประมาณ 4 ปี จึงสอบขึ้นเป็นกัปตัน หลังเป็นกัปตันได้ไม่นานก็เกิดสถานการณ์โควิด-19 จนสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุกระทั่งได้รับบาดเจ็บที่มือ ทำให้ล่าสุดต้องพักรักษาตัว ยังไม่สามารถขับเครื่องบินได้
“การที่สามารถปรับตัวหารายได้จากอาชีพเสริม ด้วยการเปิดร้านกาแฟ ไว้เมื่อครั้งโควิด ถือเป็นโอกาสในวิกฤต เมื่อมาเกิดอุบัติเหตุจนทำงานไม่ได้ จึงได้รับผลกระทบน้อย ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ เลยมีแผนจะขยายสาขาร้านกาแฟ และถ้าหายเป็นปกติและถ้ามีโอกาสในอนาคต จะกลับไปเป็นนักบินเพราะเป็นอาชีพที่รักมาก” กัปตันหนุ่ม เจ้าของร้านกาแฟ กล่าว
