Exclusive Featured ข่าววันนี้

สามเกลอ อาหารไทยหลายเมนูขาดไม่ได้ ฝรั่งไม่เข้าใจ บ้างดมแล้วร้องยี้

สามเกลอ อาหารไทยหลายเมนูขาดไม่ได้ ฝรั่งไม่เข้าใจ บ้างดมแล้วร้องยี้

จะกินแกงไม่ว่าแกงจืดแกงเผ็ดมันต้องร้อน ไม่ร้อนไม่อร่อย ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเวลาไปร้านอาหารต้องสั่งบริกรว่า “เอาแกงร้อนๆ นะ ไม่ร้อนไม่กิน” ได้แกงร้อนๆ มาก็มานั่งเป่าทีละคำกว่าจะได้กิน

แต่ “แกงร้อน” ไม่ได้หมายถึง “แกงอะไรก็ได้ที่ร้อนๆ”

“แกงร้อน” นี้คือแกงจืดวุ้นเส้นที่ผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทย กับน้ำมันแล้วใส่เครื่องแกงจืดวุ้นเส้นลงไปผัดค่อยเติมน้ำปรุงรส แกงจืดที่ไม่จืดลักษณะนี้เขาเรียกวิธีการว่า “การตีน้ำมันกระเทียม” มันจะหอมกว่าแกงจืดปกติ

ผมเคยไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่มีเชื้อสายจีน เขาแกงจืดโดยเจียวกระเทียมให้หอมแล้วเอาเนื้อสัตว์ลงผัด ค่อยเติมน้ำซุป วันนั้นเขาแกงกับถั่วงอกหัวโตหรือถั่วเหลืองเพาะ ถั่วงอกหัวโตต้องต้มกับน้ำซุปนานกว่าจะนุ่ม แกงจืดแบบนี้จะมีมันลอยหน้าหอมกลิ่นกระเทียม บางบ้านยังเติมน้ำมันกระเทียมเจียวหน้าแกงอีกหน่อย คล้ายกับข้าวต้มหมูสับ ที่บ้านผมต้องหั่นผักกาดหอมรองก้น ใส่ข้าวต้มหมูสับข้าวเละๆ น้ำเยอะหน่อย และโรยด้วยกระเทียมเจียว พริกไทยป่นเยอะๆ ร้อนๆ กินแล้วเหงื่อแตกดีนัก

ไทยเราชอบ “รากผักชี กระเทียม พริกไทย” มักเรียกกันว่า “สามเกลอ” ใส่ในอาหารไทยหลายอย่าง เช่น หมูสับที่เอ่ยถึงเอาคลุกสามเกลอปรุงรสเกลือเล็กน้อย นำไปต้มเป็นหมูสับ หรือนำไปชุบแป้งฝุ่นทอดกินกับขนมปังเป็นแฮมเบอร์เกอร์แบบไทยๆ ให้หมูทอดมีความนุ่มนวลควรใส่หอมใหญ่สับลงเล็กน้อย มันหมูสับอีกนิดหนึ่ง

สามเกลอ ยังนำไปใส่ผสมกับหมูสับทำอาหารประเภทหลนกลายเป็น “หน้าตั้ง” ของข้าวตังทอด ซึ่งให้รสชาติความหอมที่แตกต่างจากหลนปกติซึ่งไม่มีสามเกลอ ไส้เปาะเปี๊ยะทอดก็เช่นเดียวกัน ขาดสามเกลอไม่ได้ ไส้ของสาคูไส้หมูถ้าขาดสามเกลอไปจะขาดความอร่อยไปเยอะ

สังเกตว่าอาหารเหล่านี้มักจะมีเชื้อสายมาจากอาหารจีน อย่างแกงจืด สาคูไส้หมู เปาะเปี๊ยะทอด แต่อาหารจีนปัจจุบันเราไม่เคยเจอว่าเขาใส่สามเกลอเลย ดังนั้น คิดเข้าข้างคนไทยได้ว่าพ่อครัวแม่ครัวไทยแต่โบราณเป็นผู้ประยุกต์ใส่สามเกลอเข้าไปในอาหารต่างๆ ผมจึงยกให้ว่า “อาหารไทยเป็นอาหารฟิวชัน” มาตั้งแต่โบราณกาลก่อนคำว่า “อาหารฟิวชัน” จะบังเกิดขึ้นซะอีก

มีหลักฐานอยู่ในหนังสือสมัยต้นรัตนโกสินทร์ว่ามีการทำ “แกงร้อน” เลี้ยงแขกในวัง อาหารที่ใส่สามเกลอจึงอาจจะมีมาตั้งแต่ปลายอยุธยาโน่น เพราะเราคบหากับเมืองจีนมานานนม

เท่าที่ผมชิมอาหารมาหลายชาติยังไม่เคยเจอของชาติไหนใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย อย่างบ้านเรา อาจจะมีแต่ผมไม่รู้ แล้วเจ้าสามเกลอนี้ เมื่อโขลกสด กลิ่นออกเหม็นเขียวยิ่งเก็บไว้หน่อยจะมีกลิ่นเขียวตุๆ คล้ายกลิ่นขี้เต่า ฝรั่งมาดมเป็นยี้ แต่พอเอาไปโดนความร้อนมันหอมอย่างไม่น่าเชื่อ

สูตรของแกงร้อน ที่เผยแพร่กันมีความเหมือนและแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ต่างกันที่สามเกลอ บางคนใช้หอมแดงแทนกระเทียม เพิ่มกะปิ ไปคล้ายเครื่องต้มส้มคือ รากผักชี หอมแดง กะปิ โขลก แต่ผมว่าเอาสูตรสามเกลอ รากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ด โขลก หอมอร่อยกว่า

วิธีการทำแกงร้อนง่ายๆ

เริ่มจากหั่นรากผักชี 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ตั้งแต่รากมาถึงส่วนโคนต้น

กระเทียมไทยหั่น 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชาครึ่ง

เนื้อหมูหั่นสไลซ์แบนๆ 1/2 ถ้วย หรือหมูสับผสมสามเกลอปั้นก้อน

วุ้นเส้นแช่น้ำ 1 ถ้วย

เห็ดหูหนูแห้งแช่น้ำ หรือ เห็ดหูหนูสด 1/2 ถ้วย

ดอกไม้จีนแช่น้ำ 1/4 ถ้วย

ฟองเต้าหู้แช่น้ำ 1/2 ถ้วย

น้ำซุป 4 ถ้วย

น้ำปลา 2-3 ถ้วย

ไข่ไก่ 1 ฟอง

ต้นหอมหั่นท่อน 1/4 ถ้วย

ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1/4 ถ้วย

โขลกสามเกลอ แล้วเอาไปผัดกับเครื่องแกงทั้งหมดให้หอม เทน้ำใส่ย้ายใส่หม้อต้มสักพัก พอเดือดดีปรุงรสน้ำปลาอย่างเดียวพอ ต่อยไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง คนให้แตก หรือเป็นลูกก็ได้ โรยผัก เสิร์ฟร้อนๆ

แกงร้อนอีกแบบเป็นแกงร้อนกะทิ เปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นกลางกะทิ คือหัวกะทิ 2 ถ้วย น้ำเปล่า 2 ถ้วย

ถ้ามีกระเทียมเจียวโรยหน้าแกงอีกทีก็เก๋ดี เป็นแกงที่ซดร้อนๆ แล้วหอมอร่อยเผ็ดพริกไทย คล่องคอนัก

ข้อเสียของแกงร้อนคือ ต้องเสิร์ฟร้อนๆ เท่านั้น ห้ามเสิร์ฟเย็นเด็ดขาด มันไม่สมชื่อ “แกงร้อน”

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต