สรุปวิธีคำนวณและรายการลดหย่อนภาษีปี 2567 มนุษย์เงินเดือน-ค้าขายออนไลน์ อย่าลืมยื่นภาษี แบบอิเล็กทรอนิกส์ ถึง 8 เม.ย. 68 แบบกระดาษ ถึง 31 มี.ค. 68
กรมสรรพากร ชวนคนไทยยื่นภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568
นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2567 ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถยื่นแบบฯ ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th และแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ซึ่งมีความสะดวกรองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และจะทำให้ผู้เสียภาษีเขาสู่กระบวนการพิจารณาคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
กรณียื่นแบบฯ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถยื่นแบบฯ ผานระบบ e-filing และระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเป็นระบบที่ยกระดับการให้บริการโดยรวมระบบให้บริการทางภาษีต่างๆ ไว้ด้วยกัน
ท่านสามารถยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568
ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องจะชวยให้ผู้เสียภาษีได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่สำหรับผู้ที่มีภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมสรรพากรให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายใหม่ ที่ประกอบธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ (e-commerce) เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ยื่นแบบฯ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ทางภาษีให้ถูกต้อง ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าปรับและเงินเพิ่ม แต่ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ”
รายการลดหย่อนภาษี ปี 2567
- ส่วนตัว/ครอบครัว
ส่วนตัว 60,000 บาท
คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท
บุตร คนละ 30,000 บาท
บุตรคนที่ 2 เกิดตั้งแต่ปี 61 คนละ 60,000 บาท
ค่าคลอดบุตร ไม่เกินท้องละ 60,000 บาท
ค่าเลี้ยงพ่อแม่ คนละ 30,000 บาท
ค่าเลี้ยงดูผู้พิการ/ทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
- กระตุ้นเศรษฐกิจ
ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
EASY E-Receipt 67 ไม่เกิน 50,000 บาท
เที่ยวเมืองรอง 67 ไม่เกิน 15,000 บาท
สร้างบ้านใหม่ 67-68 ไม่เกิน 100,000 บาท
(10,000 บาท ต่อค่าก่อสร้างทุก 1 ล้านบาท)
- ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าซ่อมรถ ไม่เกิน 30,000 บาท
(ที่จ่ายไประหว่างวันที่ 16 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567) *เฉพาะเขตพื้นที่ที่กำหนด
- ประกันชีวิตและการลงทุน
ประกันชีวิตทั่วไป/สะสมทรัพย์ ไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสุขภาพตัวเอง ไม่เกิน 25,000 บาท
รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสุขภาพพ่อแม่ ไม่เกิน 15,000 บาท
ประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
เงินลงทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ไม่เกิน 100,000 บาท
กองทุน ThaiESG 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท
กองทุน SSF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุน RMF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
ประกันบำนาญ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 30,000 บาท
กองทุน PVD 15% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนสงเคราะห์ครูฯ ไม่เกิน 500,000 บาท
กบข. ไม่เกิน 500,000 บาท
รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินบริจาค
กลุ่มการศึกษา/กีฬา/มูลนิธิด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 2 เท่าของเงินบริจาค
(ตาม พ.ร.ฎ.771 พ.ศ. 2566) ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
(สำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น)
บริจาคสถานพยาบาลของรัฐ 2 เท่าของเงินบริจาค
ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
บริจาคทั่วไป ตามที่จ่ายจริง
ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
พรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- คำนวณหาเงินได้สุทธิ
อย่างแรกเราต้องคำนวณหาเงินได้สุทธิเพื่อนำมาใช้ในการคำนวณภาษีก่อน โดยการนำเงินได้ทั้งปี 2566 มารวมกัน แล้วหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามสูตร
นำรายได้ทั้งปี-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
ซึ่งเราสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าลดหย่อน จะมีอยู่หลายรายการที่นำมาลดหย่อนได้ แต่ที่นำมาลดหย่อนได้ทันทีเลย ก็คือ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และค่าประกันสังคมตามที่จ่ายจริง สูงสุด 9,000 บาท
- คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายแบบขั้นบันได
ต่อมาให้นำ “เงินได้สุทธิ” มาเทียบกับ “อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได” โดยนำเงินได้สุทธิคูณกับอัตราภาษีแต่ละขั้น เพื่อหาว่าเราต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ ตามสูตร
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ – เงินได้สุทธิสูงสุดของขั้นก่อนหน้า) x อัตราภาษี ] + ภาษีสะสมสูงสุดของขั้นก่อนหน้า
ตัวอย่าง นายทีมีรายได้ทั้งปี 500,000 บาท ไม่มีตัวช่วยลดหย่อนเพิ่มเติมเลย สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และค่าลดหย่อนจากประกันสังคม 9,000 บาท
จะได้เงินได้สุทธิ 500,000 – 100,000 – 60,000 – 9,000 = 331,000 บาท
จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปเทียบอัตราภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งจะอยู่ระหว่างฐาน 300,001 – 500,000 บาท อัตราภาษี 10%
ซึ่งทำให้นายทีต้องเสียภาษี (331,000 – 300,000) x 10% + 7,500 เท่ากับ 10,600 บาท
คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายแบบขั้นบันได
เงินได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท อัตราเสียภาษี ได้รับการยกเว้น
เงินได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท อัตราเสียภาษี 5%
เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท อัตราเสียภาษี 10%
เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท อัตราเสียภาษี 15%
เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท อัตราเสียภาษี 20%
เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท อัตราเสียภาษี 25%
เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท อัตราเสียภาษี 30%
เงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราเสียภาษี 35%
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
