Exclusive Featured SMEs

เริ่มจากขายออนไลน์ สู่การเสิร์ฟบนเครื่องบิน “กานเวลา” แบรนด์ของหนุ่มเชียงใหม่ ที่ตั้งใจยกระดับช็อกโกแลตไทย จากสินค้าท้องถิ่น สู่คราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม

“ภารกิจของ ‘กานเวลา’ ที่ทำมาตลอดและตั้งใจมากๆ คือ การยกระดับช็อกโกแลตไทย เราไม่อยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นแค่สินค้าท้องถิ่น สินค้าพื้นบ้าน มาซื้อเพราะความรู้สึกอยากช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เราอยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ทั้งรสชาติ คุณภาพการผลิต และความปลอดภัย แล้วผลพลอยได้จะส่งไปสู่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรไทย” 

คำบอกเล่าของ ‘คุณธนา คุณารักษ์วงศ์’ หรือ ท็อป หนุ่มเชียงใหม่ผู้ใช้เวลาศึกษาและคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรไทยผู้ปลูกโกโก้ จนมองเห็นโอกาสที่ ‘โกโก้ไทย’ สามารถไปได้ไกล มากกว่าการเป็นเพียงสินค้าเกษตร ไม่ใช่แค่ปลูกมา ขายไป แต่นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม ‘KanVela’ (กานเวลา) แบรนด์ที่อยากเห็นเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น และอยากส่งต่อช็อกโกแลตให้คนทุกเพศทุกวัยทานได้ ในราคาเข้าถึง

คุณท็อปและน้องสาว (นิรมล คุณารักษ์วงศ์) จึงช่วยกันพัฒนาสินค้า จากครัวเล็กๆ หลังบ้าน สู่สร้างรายได้เฉียด 50 ล้านบาท ในปี 2024 

กว่าจะเป็น กานเวลา

คุณท็อป เรียนจบปริญญาตรี ด้านฟู้ดไซน์ และปริญญาโท ด้านการเงิน จากนั้นทำงานในสายการเงินมานานกว่า 10 ปี จนรู้สึกถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต คืออยากมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น และเป็นเวลาที่มีคุณภาพ ไม่ต้องคิดเรื่องงานใดๆ จึงนำมาสู่การเปลี่ยนวิถีชีวิต ด้วยการเริ่มปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง สตรอเบอร์รี มะม่วง ลำไย ก่อนมาถึง โกโก้ ต้นแรก 

“สุดท้ายผมเห็น Pain Point พืชส่วนใหญ่ออกเป็นฤดูกาล พอออกเป็นประดัง ต้องขายพ่อค้าคนกลาง ราคาก็ไม่ได้ จนมาเจอโกโก้ ที่ออกลูกได้ทั้งปี สามารถแปรรูปเป็นเมล็ดโกโก้แห้ง หรือ CaCoa Beans เก็บไว้ได้อีกหลายปี เป็นที่มาว่าทำไมถึงเริ่มปลูกโกโก้สวนแรก 700 ต้น”

ด้วยความทำอะไร ทำจริง เขาสั่งหนังสือจากอเมริกามาศึกษาเรื่องการทำช็อกโกแลต เดินทางไปฟิลิปปินส์ เพื่อศึกษาจากประเทศที่ปลูกโกโก้มานาน 200 ปี รวมถึงหาความรู้จากเกษตรกรไทยมากมาย 

จากปลูกเพื่อให้มีกิจกรรมทำในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หวังพาครอบครัวไปดูต้นไม้ค่อยๆ เติบโต นำมาสู่การปั้นแบรนด์คราฟต์ช็อกโกแลต ที่มีคำว่า ‘เวลา’ ผุดขึ้นมาเป็นคำแรก ส่วนคำว่า ‘กาน’ มาจาก ‘กาลเวลา’ เพราะกว่าจะเป็นแบรนด์นี้ ไม่ได้มาทันที ต้องผ่านกระบวนการคิด พัฒนา และความพยายามมากมาย พร้อมกับเปลี่ยนตัวสะกด เป็น ‘น’ ตามชื่อแรกของภรรยากับลูกในภาษาอังกฤษ คือ ‘Kan’ 

คราฟต์ช็อกโกแลต
คราฟต์ช็อกโกแลต

พัฒนาคราฟต์ช็อกโกแลต

ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านฟู้ดไซน์ ที่พอจะรื้อฟื้นได้ คุณท็อปกับน้องสาวจึงช่วยกันพัฒนาคราฟต์ช็อกโกแลต ขณะนั้น โกโก้ที่ปลูกไว้ยังไม่ให้ผลผลิต เขาจึงติดต่อเกษตรกรในหมู่บ้านคลองลอย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่รู้จักและช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ส่งผลผลิตสำหรับทำคราฟต์ช็อกโกแลตมาให้

เขาลองผิดลองถูกอยู่นาน ทำทิ้งไปหลายกิโล จนได้ช็อกโกแลตบาร์ และบงบงช็อกโกแลต ประเดิมขายออนไลน์ เพราะไม่ต้องมีต้นทุน และอยากลองดูฟีดแบ็กลูกค้าที่มีต่อคราฟต์ช็อกโกแลต ซึ่งปรากฏว่า ได้ผลตอบรับดี เพราะกลับมาซื้อซ้ำใน 2-3 วัน และซื้อจำนวนเพิ่มขึ้น 

“ขายครั้งแรก วันวาเลนไทน์พอดี เมื่อปี 2020 ผมทำบงบงช็อกโกแลต 150 ลูก ในครัวเล็กๆ หลังบ้านกับน้องสาว ตั้งแต่เช้ายันค่ำ หลังจากล็อตนี้หมด ต้องเปิดขายเป็นพรีออร์เดอร์ 

ผ่านไปไม่นาน โควิดเข้ามา แต่กระแสตอบรับยังดี เลยอยากมีหน้าร้านเล็กๆ ไว้เป็นโชว์รูมที่ จ. เชียงใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่ามีคราฟต์ช็อกโกแลตไทย ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยแบรนด์กานเวลาอยู่นะ 

ผมมีที่ดินของครอบครัว 180 ตร.ว. แต่ใช้พื้นที่เปิดคาเฟ่แค่ 50 ตร.ว. งบลงทุน 8 ล้านบาท ด้วยทำงานด้านการเงินมา เวลาทำอะไร ผมไม่ได้มองแค่โอกาส แต่มองเรื่องความเสี่ยงด้วย ถ้าลงทุนพัฒนาที่ดินทั้งผืน แล้วไปไม่ได้ จะลำบากแล้ว เลยให้โจทย์สถาปนิก ขอเหลือพื้นที่ไว้ทำโปรเจ็กต์อื่น 

จนได้เปิดคาเฟ่ครั้งแรกกลางเดือน พ.ย. 2020 ปรากฏว่าลูกค้ามาซื้อกันตั้งแต่ยังทำพิธีสงฆ์ไม่เสร็จ ของที่เตรียมมาขายสำหรับ 1 สัปดาห์ หมดในครึ่งวัน พอปิดร้าน ผม น้องสาว และทีมงานที่มีกันอยู่ 5 คน กลับมาช่วยกันทำช็อกโกแลตในโรงงานเล็กๆ ที่ได้มาตรฐาน อย. จนดึก เช้ามาเปิดร้าน วนอยู่แบบนี้ 2-3 อาทิตย์ จนต้องจำกัดปริมาณการขายต่อวัน จากบงบงช็อกโกแลต 400 ชิ้นต่อวัน เหลือ 150-200 ชิ้นต่อวัน เพื่อให้มีขายได้เรื่อยๆ และยืนระยะได้

กลุ่มลูกค้าปีแรกของเรา คือ Instagrammer ที่ชอบถ่ายรูปลงโซเชียล วันนั้นผมบอกพนักงานว่า เราอย่าไปหลงกับภาพที่เห็น เพราะมันเป็นแฟชั่น คาเฟ่ใครมีทุนก็สร้างใหม่สวยๆ ได้ เขาก็จะไปถ่ายที่อื่น ไม่กลับมา 

คีย์หลักของเราคือคุณภาพสินค้าต่างหาก เราเปลี่ยนลูกค้าที่มา 10 คน ให้เป็นขาประจำ 3 คน ที่ติดใจเรื่องรสชาติ 3 คนนั้นก็จะกลับมา พร้อมพาคนอื่นๆ มาด้วย” คุณท็อป เล่าให้ฟัง 

ถึงปัจจุบัน กานเวลา เติบโตเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และคุณท็อปไม่ต้องเป็น One Man Show อีกต่อไป เพราะมีทีมงานมากฝีมือมาร่วมงาน ร่วม 40 คน สามารถทำงานทุกอย่างได้ดีตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง 

เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้
เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้

ยกระดับช็อกโกแลตไทย

คุณท็อป เล่าต่อว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรส่งผลผลิตให้แบรนด์ประมาณ 300 ครัวเรือน ในปี 2024 แบรนด์รับซื้อเมล็ดโกโก้แห้ง ประมาณ 20 ตัน และตั้งเป้า 30 ตัน ในปี 2025

โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กานเวลา มีความุ่งมั่นในการยกระดับช็อกโกแลตไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการต่อยอดสินค้า เช่น ช็อกโกแลตบาร์ไม่ต่ำกว่า 30 รสชาติ ส่วนบงบงช็อกโกแลต ก็มีไม่ต่ำกว่า 30 รสชาติ เช่นกัน ซึ่งแทบทุกตัวได้รับรางวัลระดับโลก 

“เวลาเราจะพัฒนารสชาติ เราต้องเข้าใจศาสตร์ก่อน ว่ารสชาติไหนไปกับช็อกโกแลตได้ ซึ่งเหมือนไวน์กับกาแฟ ช็อกโกแลตที่เป็นคราฟต์ เราไม่ได้ปรุงแต่ง เกิดจากกระบวนการหมัก จากแร่ธาตุในดิน ในแหล่งปลูก รสชาติที่มีในตัวคือผลไม้ เครื่องเทศ เราจึงพัฒนากับสิ่งที่ไปกับช็อกโกแลตได้ รสฝรั่งพริกเกลือ ก็มาจากตรงนี้” คุณท็อป อธิบายให้ฟัง

ไม่เพียงยกระดับช็อกโกแลตไทย แต่ กานเวลา ยังยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นไทย อย่างการนำนมธัญพืช จากไร่รื่นรมย์ จ.เชียงราย มาผลิตช็อกโกแลตนมธัญพืช ที่เสิร์ฟผู้โดยสารชั้น First Class และ Business Class สายการบินไทย คู่กับ 72% ดาร์กช็อกโกแลต คลองลอย Single Origin 

“เราเป็น SMEs เล็กๆ แต่มีองค์กรขนาดใหญ่ ที่มองว่าการบินไทยไม่ได้ต้องการแค่ขนส่งผู้โดยสาร แต่ต้องการนำสิ่งดีๆ ของคนไทย ออกสู่สายตาคนทั่วโลก เมื่อปี 2022”

หรือ ช็อกโกแลตนมน้ำผึ้ง ที่ใช้น้ำผึ้งจาก จ.เชียงใหม่ และได้คอลแล็บกับบัตเตอร์แบร์ ขายช็อกโกแลตหมีนมน้ำผึ้งให้ลูกค้าได้ลิ้มรส

ในส่วนของคุณภาพการผลิต และความปลอดภัย กานเวลา ไม่ได้มีแค่มาตรฐาน อย. แต่ได้รับมาตรฐาน GHP และ HACCP ซึ่งเป็นระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

จากรสชาติ คุณภาพ และความปลอดภัย ทำให้ กานเวลา ได้กลุ่มลูกค้าองค์กร สายการบิน โรงแรมหรู ระดับ 5-6 ดาว และแบรนด์เนม ทั้ง Cartier, Tiffany & Co. และอื่นๆ ที่นำช็อกโกแลตไปเป็นของที่ระลึกให้ลูกค้าเพิ่มเข้ามา โดยลูกค้าสามารถ Customize ได้ ซึ่งนับเป็นอีกจุดเด่นของกานเวลา

นอกจากนี้ ยังได้วางจำหน่ายในลิมปิง ซูเปอร์มาร์เก็ต, ท็อปส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ, คิง เพาเวอร์ รวมทั้ง เปิดช็อปที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากการมองเห็นโอกาสหลังมาร่วมงานอีเวนต์

ช็อกโกแลตดูไบ
ช็อกโกแลตดูไบ

ความสุข ความภูมิใจ 

มาถึงตรงนี้ จากการปั้นแบรนด์กานเวลา คุณท็อป บอกว่า ในปี 2024 สามารถสร้างรายได้เฉียด 50 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการถือว่าเติบโตขึ้นทุกปี

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่ารายได้ คือความสุขของลูกค้า และการมีชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย

“ผมขายช็อกโกแลต 1 แท่ง เงินไม่ได้มาที่ผมคนเดียว แต่กระจายไปสู่พนักงานของเรา และเกษตรกรที่ปลูกโกโก้ส่งให้เรา เราเหนื่อยลงแรง แต่มันมีคุณค่า มีความสุขมากกว่าเรื่องเงิน เพราะสุดท้าย เชื่อว่าเราตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ถ้าเรามีความทรงจำที่ดีตลอดชีวิต เราจะไปจากโลกนี้อย่างมีความสุข โชคดีที่มาทำช็อกโกแลต ถ้าไม่ทำ ไม่มีทางคิดแบบนี้ได้” เจ้าของแบรนด์ กานเวลา กล่าวทิ้งท้าย 

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด