Featured ข่าววันนี้

คุยกับ ทายาทรุ่น 4 น้ำตาลลิน หญิงแกร่งในอุตสาหกรรมน้ำตาล ที่ตั้งใจพาเกษตรกรไทยก้าวสู่โลกยุคใหม่ที่ท้าทายอย่างยั่งยืน

คุยกับ ทายาทรุ่น 4 น้ำตาลลิน หญิงแกร่งในอุตสาหกรรมน้ำตาล ที่ตั้งใจพาเกษตรกรไทยก้าวสู่โลกยุคใหม่ที่ท้าทายอย่างยั่งยืน

จะต้องเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญในการสร้างระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีเครื่องมือและการศึกษาเพื่อต่อยอดธุรกิจ พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง

‘วงการอุตสาหกรรมน้ำตาล’ ส่วนใหญ่มองว่า เป็นอุตสาหกรรมพื้นที่ของผู้ชาย โดยเฉพาะในระดับการบริหารและการตัดสินใจที่สำคัญ แต่ปัจจุบันเราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน กับการปรากฏตัวของผู้นำหญิงที่เข้ามามีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น และนำพาเกษตรไทยเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

เราขอพาไปรู้จักทายาทรุ่น 4 ‘เนส-ณิชา อัษฎาธร’ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลและอาหาร กลุ่มไทยรุ่งเรือง หนึ่งในผู้นำสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมน้ำตาล และยังเป็นสตรีผู้บริหารเอกชนดีเด่น จากกระทรวงแรงงาน ในปีนี้อีกด้วย

เนส-ณิชา อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลและอาหาร กลุ่มไทยรุ่งเรือง
เนส-ณิชา อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลและอาหาร กลุ่มไทยรุ่งเรือง

‘เนส-ณิชา อัษฎาธร’ ทายาทรุ่น 4

ณิชา เป็นหนึ่งในผู้นำหญิงที่มีบทบาทสำคัญในวงการผู้ผลิตน้ำตาลของไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำตาลให้เติบโตอย่างยั่งยืน เธอไม่เพียงแค่ทลายกำแพงความเชื่อที่ว่า อาชีพในวงการผลิตน้ำตาลเป็นของผู้ชายเท่านั้น แต่ยังได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งในแง่ของนวัตกรรมทางการเกษตรและการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ก้าวแรกของ ณิชา เริ่มต้นจากการสานต่อธุรกิจน้ำตาลของครอบครัว ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้งแต่รุ่นทวด ต่อเนื่องจนมาถึงเธอ ที่เป็นทายาทรุ่น 4 หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ จึงได้กลับมาช่วยพัฒนาธุรกิจน้ำตาลของครอบครัว โดยสร้างแบรนด์น้ำตาลขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อ ษฎา (SADA) 

แม้กลุ่ม ไทยรุ่งเรือง จะมีน้ำตาลแบรนด์ ลิน และแบรนด์ TRR Group อยู่แล้ว แต่ ณิชา เล็งเห็นว่าแบรนด์ทั้งสองยังไม่ได้เจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปได้อย่างเต็มที่ การสร้างแบรนด์ ษฎา จึงเป็นการตอบโจทย์ตลาดที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม 

โดยเธอมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและสร้างความแตกต่างจากแบรนด์น้ำตาลอื่นๆ ในเครือฯ โดยเฉพาะในแง่ของการทำตลาดที่เน้นผู้บริโภคทั่วไป และในแง่ของคุณภาพที่ต้องสูงและการสื่อสารแบรนด์ที่เข้าใจง่าย เข้าถึงทุกกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง 

ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์

ทายาทรุ่น 4 เล่าว่า ที่มาของชื่อแบรนด์ ษฎา มีความหมายลึกซึ้ง โดยมาจากนามสกุล อัษฎาธร Asadatorn เนื่องจากเดิมคุณพ่อ (ดร.อุกฤษฏ์ อัษฎาธร) ตั้งชื่อแบรนด์ลินจากชื่อคุณทวด (คุณสุรีย์ อัษฎาธร หรือ เถ้าแก่หลิ่น) จึงนำนามสกุลอัษฎาธรมาตั้งชื่อแบรนด์ษฎา 

และ ษฎา ในภาษาญี่ปุ่น (SADA) ยังแปลว่า Pure One หรือ บริสุทธิ์ ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของน้ำตาลที่เธอภาคภูมิใจในการผลิต ที่เน้นความสะอาดและคุณภาพสูง นอกจากนี้ ในภาษาฮินดีและภาษาสันสกฤต SADA ยังแปลว่า ตลอดไป บ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่มุ่งมั่นที่จะเป็นน้ำตาลที่คงอยู่ตลอดไปในใจผู้บริโภค 

ด้านเสียงตอบรับจากผู้บริโภคที่มีต่อน้ำตาลแบรนด์ ษฎา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา น้ำตาลษฎาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์ 

ผู้บริโภคยกย่องน้ำตาลษฎา ว่าเป็นสินค้าที่มอบความสะอาดและรสชาติที่เป็นธรรมชาติ ทำให้การปรุงอาหารและขนมหวานในบ้านเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย ซึ่งเสียงตอบรับเชิงบวกเหล่านี้ ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้น้ำตาลษฎายืนหยัดในตลาดน้ำตาลไทยได้อย่างมั่นคง 

เนส-ณิชา อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลและอาหาร กลุ่มไทยรุ่งเรือง
เนส-ณิชา อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลและอาหาร กลุ่มไทยรุ่งเรือง

มุมมองใหม่ ทำเกษตรกรรมในไทย ยังไงก็ต้องยั่งยืน

ณิชา มองว่า การเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมน้ำตาล ด้านการเกษตรไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีหรือวิธีการใหม่ๆ มาใช้ แต่ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 

ไม่เพียงแค่การผลิตอาหาร แต่เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน อีกทั้ง ยังคิดนอกกรอบเพื่อหาวิธีให้เกษตรกรเปิดใจและเรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวและพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

ซึ่งเธอได้เริ่มต้นจากปรับการสื่อสารผ่านวิทยุชุมชนของบริษัทฯ มาเป็นการไลฟ์สดให้มีการกระจายความรู้ข่าวสารด้านการทำเกษตรกรรม และเพิ่มรายการสาระอื่นๆ อีกมากมาย 

รวมถึงจับมือกับ แอ๊ด คาราบาว แต่งเพลง ชื่อว่า อ้อยสด ยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและผลักดันความคิดของเกษตรกรให้ได้ยิน เพราะการใช้เพลงก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างการรับรู้ และมีกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภาคการเกษตร

นอกจากนี้ ณิชา ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ด้วยแนวคิดที่ว่า “สิ่งแวดล้อมที่ดี จะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่ดี” 

โดยพัฒนาจุดเริ่มต้น ในการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพ และสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เน้นกลยุทธ์ทันสมัยโดยมุ่งส่งเสริมชาวไร่อ้อยไทยสู่ยุคเกษตรกรรม 4.0 ผ่านการใช้เทคโนโลยีและแนวทางผ่านโครงการ GETS Farming ที่มาจากคำว่า 1.Green 2.Efficiency 3.Technology 4.Sustainability ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาธุรกิจและเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน 

รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยด้วยการฝึกอบรม การเข้าถึงแหล่งทุน และการเชื่อมโยงกับตลาด เธอเชื่อว่าเกษตรกรเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการให้ความรู้และเครื่องมือทันสมัยจะช่วยให้พวกเขาก้าวทันการเกษตรที่ยั่งยืนในโลกปัจจุบัน

การได้รับรางวัลสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2568 สาขา สตรีผู้บริหารเอกชนดีเด่น จากกระทรวงแรงงาน เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของณิชาได้เป็นอย่างดี ในฐานะผู้นำหญิงในวงการอุตสาหกรรมน้ำตาล ยืนยันถึงความสามารถในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและการมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งพัฒนาสู่โลกยุคใหม่ในอนาคต

สุดท้าย ณิชา เชื่อว่าอุตสาหกรรมน้ำตาลและเกษตรกรรมไทย จะต้องเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญในการสร้างระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีเครื่องมือและการศึกษาเพื่อต่อยอดธุรกิจ พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก ที่มีตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO เป็นผู้หญิง สัดส่วนประมาณ 24% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 20% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยให้พื้นที่กับผู้หญิงอย่างเท่าเทียม เริ่มด้วยบทบาทของผู้หญิงในด้านสตาร์ตอัป และธุรกิจในอุตสาหกรรมน้ำตาลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับการยอมรับมากขึ้นว่าผู้หญิงมีความเป็นผู้นำ สามารถทำงานได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย

Related Posts

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เปลี่ยนบ้านเป็นบาร์ลับ! ธุรกิจเสริมของหนุ่มสิงคโปร์ เสิร์ฟค็อกเทลแก้วละหลักร้อย ลูกค้าหลายคนจองคิวไม่ทัน