Exclusive Featured SMEs

อยากสร้างอาณาจักรแห่งความสุข จุดเริ่มแบรนด์ Happy Sunday ของ “ไอซ์ พาดี้” ที่ล้มบ้าง ลุกบ้าง จนเติบโตราว 8 ปี

หลายคนรู้จัก “ไอซ์ พาดี้” หรือ คุณภาวิดา ชิตเดชะ ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายบิวตี้ แต่เมื่อก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ Happy Sunday เธอค้นพบว่าการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงความคิดสร้างสรรค์หรือฐานแฟนคลับ

แต่ยังต้องเรียนรู้เรื่องต้นทุน การบริหาร และการแก้ปัญหาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งเธอได้นำประสบการณ์การสร้างแบรนด์มาแบ่งปันบนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย”

คุณไอซ์เติบโตจากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เธอทำอาชีพนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ด้วยคอนเทนต์สอนแต่งหน้า ทำให้มีแฟนคลับที่เติบโตมาพร้อมกับเธอเป็นจำนวนมาก 

ก่อนมีแนวคิดสร้างแบรนด์ Happy Sunday เพราะ “อยากสร้างอาณาจักรของตัวเอง” เป็นอาณาจักรสายรุ้งที่เต็มไปด้วยความสดใสและความสุข

“ในโลกของเราสีที่ทุกคนแต่งตัวกันเป็นส่วนมาก คือขาว เทา ดำ น้ำเงิน แต่เราแต่งตัวสไตล์ Maximalism ทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ของเรามีน้อย เลยอยากสร้างดินแดนแห่งความสดใส ส่งความสุขให้ทุกๆ คนได้

บวกกับอยากเป็นคุณแม่ ถ้าเราทำคอนเทนต์มันเป็นตัวเราที่ Show Up ตลอดเวลา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไอซ์ พาดี้ได้ แต่ธุรกิจไม่เหมือนกัน สมมติสร้างแบรนด์สำเร็จ อาณาจักรของเราจะยังคงดำเนินต่อไปโดยที่ตัวเราไม่ต้อง Show Up ตลอดเวลา สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ เลยเริ่มสร้างเป็นแบรนด์ Happy Sunday ขึ้นมา”

เธอใส่ความสดใสผ่านโปรดักต์มากมาย ทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์ อย่าง ถุงเท้าสีคัลเลอร์ฟูล แก้วทัมเบลอร์ ที่ตั้งโทรศัพท์ ชุดนอน เสื้อยืด เคสโทรศัพท์ กระเป๋าเครื่องสำอาง รวมถึงลิปติก อายแชโดว์ คอนซีลเลอร์ และสครัปขัดผิว ซึ่งเป็นโปรดักต์ตัวแรกของแบรนด์

“เพราะเป็นคนผิวสองสี หน้ากับผิวคนละสี เลยออกสครัปเป็นโปรดักต์ตัวแรก ตามด้วยครีมกันแดด ครีมทาตัว ในสายบิวตี้” เธอเล่าเสริม

แต่การเริ่มต้นกลับไม่สดใสเหมือนความตั้งใจของแบรนด์ เพราะเธอเป็นสายคอนเทนต์ ไมได้เรียนด้านธุรกิจ คิดเพียงแค่สร้างอาณาจักร จึงไม่ได้คำนึงต้นทุนอย่างที่คนทำธุรกิจควรจะทำ

“เป็นนักแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ” นั่นคือสิ่งที่คุณไอซ์ทำมาโดยตลอดในช่วงสร้างแบรนด์ 

ด้วยความที่เคยทำคอนเทนต์รีวิวสินค้าคุณภาพให้ผู้ชมอยู่เสมอ เมื่อถึงวันที่ต้องสร้างแบรนด์ของตัวเอง เธอจึงตั้งใจพัฒนาโปรดักต์ให้เป็น “ของดี มีคุณภาพ” แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน

“เราแค่คิดถึงปลายทางในวันที่ของดีไปอยู่ในมือลูกค้า มันยากมาก กว่าต้นน้ำจะไปถึงปลายน้ำมีสิ่งที่เราต้องรู้มากมาย ทั้งต้นทุน ระบบหลังบ้าน การจัดส่งของ การเงิน ไม่มีความรู้มาก่อนเลย ก็ค่อยๆ ลองทำ ลองถูกบ้าง ลองผิดบ้าง ล้มบ้าง ลุกบ้างไปเรื่อยๆ”

แม้ปัจจุบัน Happy Sunday จะเป็นที่รู้จัก มี Branding ที่ชัดเจน และเธอเองก็มีความเข้าใจเรื่องธุรกิจมากขึ้น แต่กลับมีอุปสรรคมาให้ฝ่าฟันเสมอ

“มีอุปสรรคที่แตกต่างกันไปในแต่ละขั้นตอน ช่วงแรกคือเรื่องของเงินทุน อุปสรรคต่อมาคือเรื่องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พอทำอันนี้สำเร็จแล้ว ไม่ใช่ว่าทำแบบเดิมซ้ำแล้วจะสำเร็จอีก มันอาจจะมีปัญหาต่างๆ 

เช่น แพลตฟอร์ม GP สูงมาก จะทำยังไง จะต้องถอนตัวออกมายังไงดี หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นความท้าทายที่เราต้องทำอะไรใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาตลอดเวลา เพื่อให้แบรนด์ไปต่อได้”

ท้ายที่สุด คุณไอซ์แนะนำสิ่งที่คนทำธุรกิจน่าจะต้องมี คือ ความมั่นคง และมีไฟในการทำงาน

“บางทีไฟมันโหมขึ้นมาก็มอดดับไปง่ายมาก เลยอยากบอกว่า สิ่งที่ห้ามหายไปคือไฟและแพชชัน ไม่ได้วัดว่าแพชชันของใครแรงกว่ากัน เพราะบางคนอาจจะแรงมาก 3 วัน บางคนแรงมาก 7 วัน 

แต่ของเราแรงมาแล้ว 8 ปี ต้องเดินหน้าทำสิ่งนี้ต่อ เพราะยังต้องเจอสิ่งที่ยากและท้าทาย ทำยังไงก็ได้ให้เราไม่ท้อและเลิกทำไป 

คนที่อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าไม่เก่ง แต่แค่ยอมแพ้ไปก่อน เราแค่ยังไม่ยอมแพ้ทุกวันนี้เวลาพัฒนาโปรดักต์ ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกสัปดาห์ ทุกๆ วัน จนออกขาย ตรงนี้แหละเติมไฟให้เราตลอดเวลา และมีความสุขกว่าเดิมเวลาเห็นคนที่ได้ของเราไปแล้วเขามีความสุขจริงๆ”

Related Posts

อยากสร้างอาณาจักรแห่งความสุข จุดเริ่มแบรนด์ Happy Sunday ของ “ไอซ์ พาดี้” ที่ล้มบ้าง ลุกบ้าง จนเติบโตราว 8 ปี
"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด