อาชีพที่ 2 ของคุณครู ใช้วันหยุดเปิดร้านกาแฟ บนเวสป้าคู่ใจ เริ่มต้นด้วยงบไม่เกินหมื่น ขายได้พีกสุดวันละ 80 แก้ว
เพราะงาน คือ เงิน เพราะเงิน คือปัจจัยส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ ต่อการดำรงชีพ หลายต่อหลายคน เฟ้นหาอาชีพที่ใช่ งานที่ชอบ งานที่ตอบโจทย์กับชีวิต ความรู้สึก รวมไปถึงความสุขในทุกๆ ครั้งที่ได้ลืมตาตื่น ลุกขึ้นจากเตียงนุ่มๆ แล้วไปทำงานทุกวัน
คุณเบ้น-ภาณุเดช บุญญิกา อายุ 31 ปี อาชีพประจำที่ทำอยู่ในตอนนี้คือ “ครูสอนดนตรีสากล” ส่วนอาชีพเสริมในวันหยุด วางมือจากกีตาร์ กลอง เบส แล้วมาจับเครื่องชงกาแฟ เปิดร้านที่ชื่อว่า Slow’s Coffee

เริ่มจากชอบซื้ออุปกรณ์ ก่อนต่อยอดเป็นอาชีพเสริม
ปกติเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว และอีกอย่างเลยที่ชอบ คือการไปท่องเที่ยวสไตล์แคมป์ เลยมักจะหาซื้ออุปกรณ์ในการทำกาแฟอยู่บ่อยๆ พอซื้อไปเรื่อยๆ เริ่มเยอะขึ้น เลยคิดว่าอยากจะนำอุปกรณ์เหล่านี้มาสร้างอาชีพเสริมให้เราได้
เมื่อประมาณปี 2565 ยังเป็นช่วงโควิด-19 กำลังระบาด ในตอนนั้นอาชีพประจำที่ทำคือการเป็นครู ทางภาครัฐมีนโยบายออกมาว่าให้เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ จึงทำให้พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง เลยตัดสินใจเปิดขายกาแฟ
ชนวนของการเริ่มต้นอาชีพเสริมของเขา ไม่ได้เกิดมาจากปัญหาทางการเงิน แต่เป็นการนำสิ่งของที่มีอยู่แล้วมาสร้างรายได้ให้กับตัวเองอีกหนึ่งทาง เขาบอกว่า ความรู้ในเรื่องกาแฟ ใช้วิธีการครูพักลักจำ ศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ได้ลงคอร์สเรียนใดๆ ทั้งสิ้น ทำดื่มเอง ให้เพื่อนๆ ลองช่วยวิจารณ์
การเลือกเมล็ดกาแฟในแบบฉบับของคนที่เริ่มต้นมาจากศูนย์ จะเลือกจากสิ่งที่ตนเองชอบก่อน นำมาลองทำ ทั้งเมล็ดไทยและเมล็ดต่างประเทศ จะซื้อแบบที่คั่วแล้ว โดยเลือกระดับการคั่วได้ ในภาคเหนือก็จะมีอาราบิก้า ก็จะให้คาแร็กเตอร์ที่ต่างกัน แต่ทางร้านจะมีเมล็ดกาแฟที่หลากหลาย ทั้งคั่วกลางและคั่วเข้ม มีทั้งเมล็ดพิเศษจากประเทศต่างๆ ให้เป็นทางเลือกแก่ลูกค้า
“การหาความรู้ในเรื่องกาแฟของผม คือจะซื้อมาทดลองก่อน แล้วให้เพื่อนๆ ชิม แล้วหาข้อมูลอื่นๆ ที่เราไม่รู้มาเสริมตรงนั้น”

เมื่อโรงเรียนเปิดสอนปกติ เลยเลือกขายวันเสาร์-อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม
ปัจจุบัน สถานการณ์โรคระบาดกลับมาอยู่ในโหมดปกติ โรงเรียนก็ให้เปิดสอนได้ เลยใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม แต่ในระหว่างที่ยังไม่ปิดเทอม ช่วงเสาร์-อาทิตย์ก็จะกลับไปขายที่หลังวิหารพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ช่วงหลังมานี้ ก็จะเน้นไปที่การไปออกบูธซะส่วนใหญ่
หากพูดถึงอุปสรรคหรือความท้าทายใดๆ ก็ตาม ทั้งเรื่องของการจัดสรรเวลา ความเหนื่อยล้าจากงานประจำ เขาเองไม่ได้รู้สึกว่า ทำไมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่กลับรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำอย่างนี้อยู่เป็นประจำ
“วันจันทร์ถึงศุกร์เราก็ทำงานอาชีพหลักของเรา เสาร์-อาทิตย์ก็ออกไปเจอผู้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ไปเจอลูกค้า ไปเจอคนหน้าใหม่ๆ เป็นการเปิดประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ถือเป็นเคล็ดลับหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยให้ผ่อนคลายจากงานประจำได้” เขากล่าว

การมีอาชีพเสริมส่งผลดีหลายอย่างมาก หนึ่งเลยคือ รายได้ จะมีรายได้เสริมจากอาชีพนี้มาช่วยซัพพอร์ตได้อีกทางหนึ่ง ให้เพียงพอในแต่ละวัน แต่ละเดือน อีกอย่างที่ได้รับคือ โอกาสใหม่ๆ กาแฟเป็นเสมือนตัวนำทางที่จะพาเราไปทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ด้วยเอกลักษณ์ของร้านเราที่ขายกาแฟบนนรถมอเตอร์ไซค์เวสป้า ก็จะได้คอนแทกต์ตามงานมอเตอร์ไซค์บ้าง งานแคมป์บ้าง งานเฟสติวัลบ้าง ซึ่งเป็นอะไรใหม่ๆ ให้ได้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมไว้ เห็น Slow’s Coffee ไปขายที่ไหนก็จะเห็นเวสป้าคันนี้ตามไปตลอด แต่อนาคตมองว่า จะขยับขยายเป็น Coffee truck เป็นรถตู้ ก็จะขายตามสำนักงาน คอนโด หรืองานที่ต้องใช้การเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งสะดวกและตอบโจทย์ เป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้อีกแบบด้วย

เขาว่า…กาแฟเหมือนวิทยาศาสตร์
เสน่ห์ของกาแฟ คือรสชาติที่ทำอย่างตั้งใจในทุกๆ แก้ว เมล็ดกาแฟที่เลือกใช้ก็มีปัจจัยหลายๆ อย่างในการทำแต่ละสูตร ต้องอาศัยระยะเวลาในการทำ เพื่อให้เมล็ดกาแฟที่คั่วคลายสารคลายก๊าซออกมา การทำกาแฟแก้วต่อแก้วก็มีผลต่อรสชาติ ในเรื่องกลิ่น จะมีความสดใหม่กว่าทำไว้
กาแฟเหมือนวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่การปลูก การคั่ว จนมาถึงการชงให้ดื่ม เพราะต้องทดลอง ใช้กระบวนการต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมาย แต่ในขณะเดียวกัน กาแฟก็ยังเหมือนกับงานศิลปะ เป็นงานคราฟต์ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านรสชาติและกลิ่น

อยากเริ่มต้นเปิดร้านกาแฟสไตล์ Slow’s Coffee ต้องมีเงินทุนกี่บาท?
คุณเบ้น เล่าว่า ในวันที่ออกไปขายวันแรก มีเงินอยู่ประมาณ 2,500 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเรามีการเตรียมตัวมาอยู่แล้ว ใช้อุปกรณ์เป็นเครื่องชงกาแฟ Home use ใช้ภายในบ้าน ราคาประมาณ 2,300 บาท เลยเอาชุดนั้นออกมาขาย อุปกรณ์ตกแต่งร้านก็สร้างเอง ก็ลดราคาต้นทุนลงไป
เงินทุนตั้งต้น 2,500 บาท รวมค่าเครื่องชงแบบ Home use 2,300 บาท มีค่าเครื่องบดมือ 4,000 บาท รวมๆ แล้วเงินทุนทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้นอาชีพนี้ได้
วันแรกที่ไปขาย ก็มองหาทำเลที่คิดว่าเหมาะ ที่คนมองเห็น เป็นริมถนน วันแรกคิดว่า ขายได้สัก 300 บาทก็มีความสุขแล้ว แต่ผลตอบรับวันนั้นอยู่ที่ 1,000 บาท ในกาแฟราคา 35-40 บาท วันที่สอง มีคนตามมากินมากขึ้นเป็น 1,500 บาท วันที่สามเป็น 2,000 บาท เลยตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องมือทำกินเป็นเครื่องชงกาแฟ Manual Espresso จนมาถึงทุกวันนี้ เคยขายได้พีกสุดๆ ที่อยุธยา ได้ 80 แก้วต่อวัน แก้วละ 50 บาท

ทำไมลูกค้าถึงกลับมาซื้อ คีย์สำคัญของการทำร้านกาแฟคือ รสชาติกับราคา จะมาคู่กัน แต่หลักๆ คุณจะต้องคงคุณภาพและวัตถุดิบให้ได้ ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ การเลือกชา การผสมนม จะต้องพยายามคงรสชาติให้เหมือนกันในทุกๆ แก้ว
อีกหนึ่งอย่างที่ช่วยมัดใจลูกค้าคือ การพูดคุย เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของทางร้าน พูดคุยดึงเอาความสนใจของลูกค้าแต่ละคน ให้มีประสบการณ์ร่วม เสริมแรงบันดาลใจและเสริมแรงผลักดันซึ่งกันและกัน เขาจะกลับมาหาเราอีก
สุดท้ายแล้ว หากอยากจะเปิดร้านกาแฟหรืออยากจะทำอาชีพอื่นใดก็ตาม ต้องมีใจชอบก่อน ถ้าเริ่มจากความอยากทำอย่างเดียว อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจ ต้องศึกษา ต้องมีเวลาให้เขา เรื่องของงบประมาณ เราสามารถเริ่มต้นด้วยทุนที่เรามีก่อน เอาที่พอไหว เริ่มจากโมก้าพอต (Moka Pot) หนึ่งตัวก็ทำกาแฟขายได้แล้ว หากเราชอบ เราศึกษา เราลงมือทำ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล
หากสนใจอยากจะตามไปลิ้มลองรสชาติของกาแฟจากร้าน Slow’s Coffee สอบถามรายละเอียดได้ที่เพจ Slow’s Coffee
